

KEY
POINTS
เมื่อวันที่ 26 ม.ค. 2569 มีรายงานข่าวแจ้งว่า ผเมื่อวันที่ 22 ม.ค.ที่ผ่านมา ศาลอาญาอนุมัติการออกหมายจับนายแทนไท ณรงค์กูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ไททัน แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิงส์ จำกัด ในข้อหาว่ากระทำความผิดฐานสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐาน ฟอกเงิน และได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน และร่วมกันฟอกเงิน ตามคำร้องของพนักงานสอบสวนดีเอสไอ
โดยเหตุว่า 1.ผู้ต้องหาได้หรือน่าจะได้กระทำความผิดอาญา ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงเกินสามปี 2.ได้หรือน่าจะได้กระทำความผิดอาญาและมีเหตุอันควรเชื่อว่า 2.1 จะหลบหนีและไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง โดยให้พนักงานสอบสวนดีเอสไอจับกุมนำตัวผู้ต้องหาไปที่กรมสอบสวนคดีพิเศษภายในอายุความ 15 ปี
สำหรับคดีดังกล่าว มีการกล่าวหานายนุวัฒน์ ยงยุทธ กับพวก รวม 7 คน ในฐานความผิดสมคบกันฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงิน จากการร่วมกันกระทำความผิดเกี่ยวกับการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา อันมีลักษณะเป็นการค้า อันเป็นความผิดมูลฐาน โดยพฤติการณ์สรุปว่า คดีนี้มีนายอธิวัฒน์ พุทธะโรจน์ธรรม ผู้กล่าวหา ผู้รับมอบอำนาจจากนายเทียนชัย ปิ่นวิเศษ ซึ่งเป็นผู้รับมอบอำนาจเต็มจากเจ้าของงานสิขสิทธิ์ในภาพยนต์และโสตทัศน์วัสดุจากต่างประเทศ ได้เข้าร้องทุกข์กับกรมสอบสวนคดีพิเศษเพื่อให้ผู้ละเมิดลิขสิทธิ์ภาพยนต์ต่างประเทศ ซึ่งพบว่าเว็บไซต์ www.moviebfree.com เป็นเว็บไซต์ที่ละเมิดลิขสิทธิ์
จากการสืบสวนสอบสวนทราบว่านายนุวัฒน์ ยงยุทธ ได้ร่วมกันกันกับนายแทนไท ณรงค์กูล จัดทำเว็บไซต์การพนันออนไลน์แล้วนำมาลงโฆษณาใน www.moviebfree.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่มีภาพยนตร์ที่ละเมิดสิทสิทธิ์ ต่อมาได้พัฒนาเป็นคลิปวิดีโอโฆษณาการพนันออนไลน์ ก่อนจะมีการเล่นไฟล์ภาพยนต์ที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ซึ่งในการติดต่อการโฆษณาและการรับเงินนายนุวัฒน์จะเป็นผู้ดำเนินการทั้งหมด
นอกจากนี้ ยังมีพยาน ซึ่งเป็นเจ้าของเว็บไซต์ www.sakkarinsaid com. อ้างว่าได้ซื้อไฟล์ภาพยนต์จากเว็บไซต์ www.moviebfree com โดยในการซื้อนั้นได้มีการสนทนาผ่านโปรแกรมไลน์กับบุคคลที่ชื่อว่า “tantaiz 1688 ซึ่งพยานจำได้ว่าบุคคลดังกล่าวชื่อแทนไท ซึ่งเคยติดต่อลงโฆษณาเว็บไซต์ www.ufa678n.com บนหน้าเว็บไซต์ www.sakkarinsai8 com. โดยมีการโอนเงินมาชำระค่าโฆษมาผ่านบัญชีชื่อเจนจิรา บำรุงศิลป์ เป็นเป็นเงินจำนวน 6 พันบาท
พยานหลักฐานจึงน่าเชื่อว่านายแทนไท กับพวก ได้ร่วมกันกระทำความผิดเกี่ยวกับการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอันมีลักษณะเป็นการค้า ซึ่งเป็นความผิดมูลฐานของ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 3(13) มาตรา 5 มาตรา 9 มาตรา 60 โดยมีเงินที่เกิดจากมูลค่าความเสียหายจากความผิดดังกล่าว จำนวน 4,518,790,200 บาท.