
12 ส.ค.นี้ ลุ้นชม 'ฝนดาวตกเพอร์เซอิดส์' วันแม่แห่งชาติ เฉลี่ยสูงสุด 100 ดวง/ชม.
สดร. ชวนชม 'ฝนดาวตกเพอร์เซอิดส์' หรือ 'ฝนดาวตกวันแม่' มองเห็นได้ตั้งแต่เวลา 23.00 น. ของคืนวันที่ 12 สิงหาคม 2569 ต่อเนื่องจนถึงรุ่งเช้าของวันที่ 13 สิงหาคม 2569 อัตราการตกเฉลี่ยสูงสุดประมาณ 100 ดวง/ชั่วโมง
KEY
POINTS
- คืนวันที่ 12 ส.ค. 69 ซึ่งตรงกับวันแม่แห่งชาติ จะเกิดปรากฏการณ์ฝนดาวตกเพอร์เซอิดส์ หรือ "ฝนดาวตกวันแม่"
- คาดว่าจะมีอัตราการตกสูงสุดเฉลี่ย 100 ดวงต่อชั่วโมง สามารถชมได้ตั้งแต่เวลาประมาณ 23:00 น. ของคืนวันที่ 12 ส.ค. จนถึงรุ่งเช้า
- ปีนี้เป็นปีที่เหมาะแก่การสังเกตการณ์เนื่องจากไม่มีแสงจันทร์รบกวน แนะให้ชมในที่มืดสนิทและมองด้วยตาเปล่า
สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ชวนชมปรากฎการณ์ทางธรรมชาติ ฝนดาวตกเพอร์เซอิดส์ บนท้องฟ้าในคืนวันที่ 12 สิงหาคม 2569 จนถึงรุ่งเช้าของวันที่ 13 สิงหาคม 2569 โดยปรากฏการณ์ฝนดาวตกเพอร์เซอิดส์ (Perseids Meteor Shower) หรือที่มักเรียกกันว่า "ฝนดาวตกวันแม่"
จุดศูนย์กลางการกระจายตัวอยู่ในกลุ่มดาวเพอร์เซอุส ขึ้นจากขอบฟ้าทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ เวลาประมาณ 23:00 น. ของคืนวันที่ 12 สิงหาคม 2569 จากนั้นชมได้ต่อเนื่อง จนถึงรุ่งเช้าของวันที่ 13 สิงหาคม 2569 คาดว่าจะมีอัตราการตกเฉลี่ยสูงสุดประมาณ 100 ดวงต่อชั่วโมง
สำหรับช่วงเวลาการเกิดปรากฏการณ์ในปีนี้ไม่แสงจันทร์รบกวน เหมาะแก่การสังเกตการณ์เป็นอย่างยิ่ง แนะนำชมในบริเวณที่ห่างจากตัวเมืองหรือบริเวณที่ไม่มีแสงรบกวน
นอนชมด้วยตาเปล่าวิธีสังเกตฝนดาวตกที่ดีที่สุด
สำหรับวิธีการสังเกตฝนดาวตกที่ดีที่สุด คือ นอนชมด้วยตาเปล่า ตามทิศทางการกระจายตัวของฝนดาวตก หากสภาพอากาศดี ฟ้าใสไร้ฝน สามารถชมความสวยงามของฝนดาวตกเพอร์เซอิดส์ได้ทั่วประเทศ
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงฤดูฝนและมีฝนตกหนักในหลายพื้นที่ หากพลาดชมปรากฏการณ์ครั้งนี้ยังสามารถติดตามชมฝนดาวตกอื่น ๆ ได้ เนื่องจากเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี
อัตราการตกสูงสุดช่วง 12 - 13 ส.ค.นี้
ฝนดาวตกเพอร์เซอิดส์ เป็นฝนดาวตกที่มีความสว่างเป็นอันดับสองรองจากฝนดาวตกลีโอนิดส์ สามารถสังเกตเห็นได้ในช่วงระหว่างวันที่ 17 กรกฎาคม - 24 สิงหาคมของทุกปี และมักมีอัตราการตกสูงสุดในช่วงวันที่ 12 - 13 สิงหาคม มีสีสันสวยงาม เกิดจากเศษฝุ่นละอองที่ดาวหางสวิฟท์-ทัตเทิล (109P/Swift-Tuttle) เหลือทิ้งไว้ในวงโคจร
เมื่อโลกโคจรตัดผ่านเข้าไปในบริเวณที่มีเศษฝุ่นดังกล่าว จะดึงดูดเศษฝุ่นเหล่านี้เข้ามาในชั้นบรรยากาศ เกิดการลุกไหม้เป็นแสงสว่างวาบบนท้องฟ้า เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติ ไม่มีผลกระทบต่อโลก
ที่มา NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ







