
“หนี-ซ่อน-สู้” วิธีเอาตัวรอดเมื่อเผขิญเหตุการณ์ยิงกราด
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) แนะประชาชนจดจำหลัก “หนี ซ่อน สู้” เพื่อใช้เป็นแนวทางเอาตัวรอดเมื่อเผชิญเหตุยิงกราดหรือเหตุรุนแรงในพื้นที่สาธารณะ ย้ำสิ่งสำคัญที่สุดคือตั้งสติ ประเมินสถานการณ์ และเลือกวิธีที่ช่วยพาตัวเองออกจากพื้นที่อันตรายให้เร็วที่สุด
เหตุยิงกราดหรือเหตุรุนแรงสามารถเกิดขึ้นได้โดยไม่ทันตั้งตัว การรู้หลักปฏิบัติเบื้องต้นจึงอาจช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสในการเอาตัวรอด โดยตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) แนะนำหลักง่าย ๆ ที่ควรจดจำ คือ “หนี ซ่อน สู้” และให้เลือกปฏิบัติตามสถานการณ์
“หนี” ออกจากพื้นที่อันตรายให้เร็วที่สุด
เมื่อเกิดเหตุ สิ่งแรกที่ต้องทำคือพยายามตั้งสติและประเมินว่ามีเส้นทางใดสามารถออกจากพื้นที่เกิดเหตุได้อย่างปลอดภัย
หากสามารถหลบหนีได้ ควรรีบออกจากจุดเกิดเหตุและมุ่งไปยังพื้นที่ปลอดภัยโดยเร็ว หลีกเลี่ยงการเข้าใกล้ต้นเหตุหรือกลับเข้าไปในพื้นที่เสี่ยง และเมื่ออยู่ในจุดปลอดภัยแล้วควรแจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อขอความช่วยเหลือ
หลักสำคัญคือ หากมีทางออกที่ปลอดภัย “การหนี” ควรเป็นตัวเลือกแรก
“ซ่อน” เมื่อไม่สามารถหนีออกจากพื้นที่ได้
กรณีไม่สามารถหลบหนีออกจากพื้นที่ได้ ให้มองหาสถานที่ที่สามารถซ่อนตัวให้พ้นจากสายตาของผู้ก่อเหตุ และควรเลือกจุดที่มีสิ่งกำบังขนาดใหญ่และแข็งแรง
หากอยู่ภายในห้อง ควรปิดไฟ ปิดเสียงโทรศัพท์มือถือ และรักษาความเงียบให้มากที่สุด หลีกเลี่ยงการพูดคุยหรือทำให้เกิดเสียงที่อาจเปิดเผยตำแหน่ง
ตำรวจสอบสวนกลางยังเตือนว่า ไม่ควรไลฟ์สดหรือเผยแพร่ตำแหน่งของตนเองผ่านโซเชียลมีเดียระหว่างเกิดเหตุ เพราะอาจทำให้ข้อมูลจุดซ่อนตัวถูกเปิดเผยและเพิ่มความเสี่ยงต่อผู้ที่อยู่ในพื้นที่
“สู้” ทางเลือกสุดท้ายเมื่อหนีและซ่อนไม่ได้
การป้องกันตัวควรเป็นทางเลือกสุดท้าย และใช้เฉพาะกรณีที่ไม่สามารถหลบหนีหรือซ่อนตัวได้ ขณะที่กำลังเผชิญอันตรายโดยตรง
ในสถานการณ์ดังกล่าว เป้าหมายสำคัญคือการเอาตัวรอดและหาโอกาสออกจากพื้นที่อันตรายให้เร็วที่สุด โดยควรใช้สติและประเมินสถานการณ์อย่างรอบคอบ
ตั้งสติ สำคัญที่สุดเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
ตำรวจสอบสวนกลางย้ำว่า หลัก “หนี ซ่อน สู้” เป็นแนวทางที่ประชาชนควรจดจำไว้ล่วงหน้า เพราะเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินจริง การมีสติและรู้ว่าควรทำอะไรก่อนหลัง สามารถช่วยให้ตัดสินใจได้รวดเร็วขึ้น
สรุปหลักง่าย ๆ คือ “หนี” หากมีทางออกที่ปลอดภัย “ซ่อน” หากยังออกจากพื้นที่ไม่ได้ และ “สู้” หรือป้องกันตัวเป็นทางเลือกสุดท้ายเมื่อไม่มีทางหลีกเลี่ยงอันตราย
ทั้งนี้ เมื่อสามารถออกจากพื้นที่เสี่ยงและอยู่ในจุดปลอดภัยแล้ว ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด และหลีกเลี่ยงการเผยแพร่ข้อมูลที่อาจกระทบต่อการปฏิบัติงานหรือความปลอดภัยของผู้ที่ยังอยู่ในพื้นที่







