thansettakij
thansettakij
กทม.-ปภ.ระดมมาตรการรับมือถนนทรุด อพยพคน-ติดเซ็นเซอร์อาคาร

กทม.-ปภ.ระดมมาตรการรับมือถนนทรุด อพยพคน-ติดเซ็นเซอร์อาคาร

09 ก.ค. 69 | 13:50 น.
อัปเดตล่าสุด :09 ก.ค. 69 | 13:53 น.

กทม. สั่งอพยพประชาชน 60 คนจากอาคารพาณิชย์รอบจุดถนนทรุดบริเวณแยกวงเวียนใหญ่ พร้อมปิดการจราจรถนนประชาธิปกกว่า 200 เมตร ด้านปภ.ติดตั้งเซ็นเซอร์จับการเคลื่อนตัวอาคาร เฝ้าระวังความเสี่ยง 24 ชั่วโมง

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมนายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์เหตุถนนทรุดตัวบริเวณถนนประชาธิปก ใกล้แยกวงเวียนใหญ่ หลังเกิดเหตุน้ำรั่วซึมภายในอุโมงค์ก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ ส่งผลให้ดินโดยรอบไหลเข้าสู่อุโมงค์และทำให้ผิวถนนเกิดการทรุดตัว

จากการตรวจสอบพบว่า จุดเกิดเหตุเป็นพื้นที่รับน้ำต่ำที่สุดของโครงการ ทำให้เกิดการพังทลายของดินบริเวณโดยรอบ กรุงเทพมหานครจึงร่วมกับผู้รับเหมากำหนดมาตรการเร่งด่วน 3 ด้าน ได้แก่ การอพยพประชาชน การจัดการจราจร และการตั้งศูนย์บัญชาการส่วนหน้าเพื่อควบคุมสถานการณ์

เบื้องต้นได้อพยพประชาชนออกจากอาคารพาณิชย์ในรัศมี 30 เมตร จำนวน 3 อาคาร รวมประมาณ 60 คน เป็นระยะเวลา 1 สัปดาห์ พร้อมปิดการจราจรบนถนนประชาธิปกตั้งแต่แยกบ้านแขกถึงวงเวียนใหญ่ ระยะทางประมาณ 200 เมตร เพื่อลดแรงสั่นสะเทือนจากการสัญจรที่อาจส่งผลต่อเสถียรภาพของอาคารโดยรอบ

ขณะเดียวกัน ได้จัดตั้งศูนย์บัญชาการบริเวณจุดเกิดเหตุ เพื่อประสานงานกับผู้รับเหมาในการอุดจุดรั่วและป้องกันไม่ให้ดินไหลเข้าสู่อุโมงค์เพิ่มเติม โดยปัจจุบันอัตราการทรุดตัวของผิวถนนเริ่มทรงตัว แต่ยังคงเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านเครื่องมือตรวจวัดพฤติกรรมของผิวทางและโครงสร้างอาคารโดยรอบ

ด้านนายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ พร้อมสั่งการให้ชุดเผชิญสถานการณ์วิกฤตติดตั้งระบบเฝ้าระวังการเคลื่อนตัวของอาคาร Rescue Guardian จำนวน 2 จุด บริเวณอาคารใกล้จุดเกิดเหตุ

อุปกรณ์ดังกล่าวสามารถตรวจวัดการเอียงและการเคลื่อนตัวของอาคารแบบเรียลไทม์ โดยส่งข้อมูลผ่านระบบมอนิเตอร์ หากพบการเคลื่อนตัวผิดปกติจะส่งสัญญาณเตือนทันที ทั้งนี้ จุดติดตั้งอยู่ภายในรัศมีประมาณ 30 เมตรจากบริเวณที่พบรอยร้าวของผิวถนน

นอกจากนี้ ยังมีวิศวกรจากทีมค้นหาและกู้ภัยในเขตเมืองแห่งชาติ (USAR Thailand) เข้าร่วมประเมินโครงสร้างและติดตามสถานการณ์ เพื่อให้การปฏิบัติเป็นไปตามมาตรฐานด้านวิศวกรรมและความปลอดภัยสูงสุด

ทั้งกรุงเทพมหานครและกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยยืนยันว่าจะติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง พร้อมประเมินความมั่นคงของอาคารและโครงสร้างพื้นฐานโดยรอบ ก่อนพิจารณาผ่อนคลายมาตรการหรือเปิดใช้พื้นที่ตามปกติเมื่อมั่นใจว่าปลอดภัยแล้ว