thansettakij
thansettakij
กฤษฎีกาฟันธง ติดป้าย "ห้ามให้อาหารหมา-แมวจรจัด" ไม่ผิดกฎหมาย

กฤษฎีกาฟันธง ติดป้าย "ห้ามให้อาหารหมา-แมวจรจัด" ไม่ผิดกฎหมาย

02 ก.ค. 69 | 10:13 น.
อัปเดตล่าสุด :02 ก.ค. 69 | 13:53 น.

ปิดฉากดราม่าที่ถกเถียงกันมานานระหว่างคนรักสัตว์กับชุมชน เมื่อกฤษฎีกาฟันธงแล้วว่า ป้าย "ห้ามให้อาหารหมา-แมวจรจัด" ที่ท้องถิ่นติดตามที่สาธารณะ ทำได้และไม่ผิดกฎหมาย พร้อมย้ำว่าการห้ามให้อาหารกับการทารุณกรรมสัตว์เป็นคนละเรื่องกัน

KEY

POINTS

  • คณะกรรมการกฤษฎีกาวินิจฉัยว่า การที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นติดป้ายห้ามให้อาหารสุนัขและแมวจรจัดในที่สาธารณะ สามารถทำได้และไม่ผิดกฎหมาย
  • การออกประกาศหรือติดป้ายดังกล่าวไม่ถือเป็นการทารุณกรรมสัตว์ตาม พ.ร.บ. ป้องกันการทารุณกรรมฯ แต่เป็นมาตรการเพื่อรักษาความสะอาดและป้องกันเหตุเดือดร้อนรำคาญ
  • กฤษฎีกาให้ข้อสังเกตว่าควรพิจารณาความจำเป็นเป็นรายกรณี และเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันหาแนวทางแก้ปัญหาที่สมดุล เช่น การจัดหาสถานที่ให้อาหารโดยเฉพาะ

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้มีบันทึกความเห็นทางกฎหมาย เรื่องเสร็จที่ 390/2569 วินิจฉัยว่า การที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นออกประกาศหรือติดป้ายห้าม หรือขอความร่วมมือประชาชนงดให้อาหารแก่สุนัขหรือแมวที่อาศัยในพื้นที่สาธารณะ ไม่ถือเป็นการทารุณกรรมสัตว์ตามพระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. 2557

เรื่องนี้สืบเนื่องจากกรมปศุสัตว์มีหนังสือ ที่ กษ 0604/4444 ลงวันที่ 5 มีนาคม 2569 หารือคณะกรรมการกฤษฎีกา หลังสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดสระบุรีและนครราชสีมาได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน โดยผู้ร้องเห็นว่าการที่ท้องถิ่นออกประกาศห้ามให้อาหารสัตว์ในที่สาธารณะ ซึ่งอ้างอำนาจตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 นั้น มีผลตัดปัจจัยในการดำรงชีวิตของสัตว์ จึงน่าจะเข้าข่ายเป็นการทารุณกรรมสัตว์ตามมาตรา 20 ของกฎหมายว่าด้วยการป้องกันการทารุณกรรมสัตว์ ต่อมาคณะกรรมการป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ ในการประชุมครั้งที่ 2/2568 เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2568 จึงมีมติให้ส่งประเด็นดังกล่าวหารือคณะกรรมการกฤษฎีกา

คณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ 7) พิจารณาโดยมีผู้แทนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กรมปศุสัตว์) กระทรวงมหาดไทย (กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น) และกระทรวงสาธารณสุข (กรมอนามัย) ร่วมชี้แจง แล้วมีความเห็นว่า มาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ฯ นิยาม "การทารุณกรรม" ว่าหมายถึงการกระทำหรืองดเว้นการกระทำที่ทำให้สัตว์ได้รับความทุกข์ทรมานทั้งทางร่างกายหรือจิตใจ เจ็บปวด เจ็บป่วย ทุพพลภาพ หรืออาจถึงตาย

เมื่อกรณีนี้เป็นเพียงการที่ท้องถิ่นออกประกาศเพื่อระงับหรือป้องกันเหตุเดือดร้อนรำคาญ และดูแลรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง โดยไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าหลังออกประกาศแล้ว ท้องถิ่นได้กระทำหรืองดเว้นการกระทำใดที่เป็นการทารุณกรรมตามนิยามดังกล่าว การออกประกาศหรือขอความร่วมมือเช่นนี้จึงไม่เป็นการทารุณกรรมสัตว์ แต่เป็นเพียงการแจ้งให้ประชาชนทราบถึงหน้าที่ในการรักษาความสะอาดในพื้นที่สาธารณะเท่านั้น

สำหรับประเด็นที่ว่า หากเป็นการทารุณกรรม เจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์จะมีอำนาจสั่งปลดหรือแก้ไขข้อความในป้ายได้หรือไม่นั้น คณะกรรมการกฤษฎีกาเห็นว่า เมื่อได้วินิจฉัยแล้วว่าการออกประกาศไม่เป็นการทารุณกรรม จึงไม่จำเป็นต้องให้ความเห็นในประเด็นนี้อีก

อย่างไรก็ดี คณะกรรมการกฤษฎีกาให้ข้อสังเกตว่า การออกประกาศห้ามหรือขอความร่วมมืองดให้อาหารสัตว์ในแต่ละพื้นที่ควรพิจารณาถึงความจำเป็นและข้อเท็จจริงเป็นรายกรณี ซึ่งอาจแตกต่างกันตามสถานที่ ขนาดพื้นที่ จำนวนประชาชนที่ใช้ประโยชน์ ตลอดจนจำนวนและลักษณะการดำรงชีวิตของสัตว์จรจัด โดยควรคำนึงถึงการสร้างความสมดุลระหว่างการจัดสวัสดิภาพของสัตว์จรจัดที่เหมาะสมกับประโยชน์สาธารณะ หรือพิจารณาใช้มาตรการอื่นที่เหมาะสมควบคู่กันไปด้วย

นอกจากนี้ยังตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมว่า ปัญหาสัตว์จรจัดส่งผลกระทบหลายด้านและเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน ทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กรมปศุสัตว์ และกรมอนามัย จึงควรบูรณาการการทำงานร่วมกันในการกำหนดแนวทางและประสานงานให้สอดคล้องกัน เพื่อให้บรรลุทั้งการรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง การสาธารณสุข และการดูแลสวัสดิภาพสัตว์จรจัดอย่างเหมาะสม เช่น การจัดหาสถานที่หรือพื้นที่เฉพาะสำหรับให้อาหารสัตว์จรจัดที่ไม่สร้างความเดือดร้อนรำคาญแก่ชุมชนหรือประชาชนทั่วไป

บันทึกความเห็นดังกล่าวลงนามโดยนายนพดล เภรีฤกษ์ รองเลขาธิการฯ รักษาราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา เมื่อเดือนพฤษภาคม 2569 (บันทึกฉบับเต็ม)