thansettakij
thansettakij
เปิดแผนปั้น 'Thai Town' แห่งแรกในเกาหลีใต้ ปลุก Soft Power ไทยตลอดปี

เปิดแผนปั้น 'Thai Town' แห่งแรกในเกาหลีใต้ ปลุก Soft Power ไทยตลอดปี

24 มิ.ย. 69 | 06:45 น.
อัปเดตล่าสุด :24 มิ.ย. 69 | 07:27 น.

เปิดแผนสร้าง 'Thai Town' แห่งแรกในเกาหลีใต้ ที่เมืองซูวอน หมุดหมายใหม่ของ Soft Power ไทยที่ขยายอิทธิพลตลอดปี พร้อมดันอาหาร วัฒนธรรม และธุรกิจไทยสู่เวทีโลก

KEY

POINTS

  • โครงการจัดตั้ง "Thai Town" แห่งแรกในเกาหลีใต้มีเป้าหมายเพื่อยกระดับการเผยแพร่ Soft Power ของไทย จากเดิมที่เป็นเพียงเทศกาลประจำปีให้กลายเป็นศูนย์กลางวัฒนธรรมถาวรที่นำเสนออัตลักษณ์ไทยได้ตลอดทั้งปี โดยเป็นการขับเคลื่อนของภาคประชาชนไทยร่วมกับสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโซล
  • มีการพิจารณาและสำรวจหลายพื้นที่ที่มีศักยภาพ เช่น อันซัน, อีแทวอน และเมียงดง แต่พบข้อจำกัดที่แตกต่างกันไป ทั้งในด้านการแข่งขันกับชุมชนชาติอื่น พื้นที่ และต้นทุนที่สูง ทำให้ไม่สามารถพัฒนาเป็นโครงการถาวรได้
  • เมืองซูวอนถูกเลือกเป็นเป้าหมายหลักในการจัดตั้ง Thai Town เนื่องจากมีจุดแข็งสำคัญคือการเป็นเมืองมรดกโลกของยูเนสโก มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ระบบคมนาคมสะดวก และมีแนวโน้มที่จะได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐท้องถิ่น

หลังจากเทศกาลไทย ณ กรุงโซล หรือ Sawasdee Seoul Thai Festival 2026 ปิดฉากลงพร้อมกระแสตอบรับอย่างคึกคักจากชาวไทยและชาวเกาหลีใต้ หนึ่งในแนวคิดที่เริ่มถูกพูดถึงมากขึ้นในหมู่ผู้ขับเคลื่อนชุมชนไทยในเกาหลีใต้ คือการผลักดันโครงการ “Thai Town” หรือย่านวัฒนธรรมไทยถาวรในสาธารณรัฐเกาหลี

แนวคิดดังกล่าวถูกขับเคลื่อนโดยภาคประชาชนไทยในเกาหลีใต้ นำโดย นางเฌอริลิณญ์ อึน ประธานสภาวัฒนธรรมไทยในสาธารณรัฐเกาหลีแห่งกรุงโซล ภายใต้การสนับสนุนและให้คำปรึกษาจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโซล โดยมีเป้าหมายสำคัญในการยกระดับ Soft Power ของไทยจากกิจกรรมเชิงเทศกาลที่จัดขึ้นปีละครั้ง ไปสู่พื้นที่ถาวรที่สามารถนำเสนออัตลักษณ์ไทยได้ตลอดทั้งปี

 

จากย่านคนไทย สู่แหล่งท่องเที่ยวระดับสากล

ผู้ผลักดันโครงการมองว่า Thai Town ไม่ควรเป็นเพียงพื้นที่รวมร้านอาหารไทยหรือศูนย์กลางของแรงงานไทยในต่างแดนเท่านั้น แต่ควรพัฒนาให้เป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวและวัฒนธรรม ที่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวชาวเกาหลีและชาวต่างชาติได้สัมผัสประเทศไทยผ่านอาหาร ศิลปวัฒนธรรม มวยไทย นวดไทย สินค้าไทย ตลอดจนกิจกรรมทางเศรษฐกิจสร้างสรรค์และนวัตกรรมของไทย

นางเฌอริลิณญ์ อึน ประธานสภาวัฒนธรรมไทยในสาธารณรัฐเกาหลีแห่งกรุงโซล

แนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับทิศทางการขับเคลื่อน Soft Power ของประเทศไทยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ที่ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการสร้างภาพลักษณ์ของประเทศ แต่ต้องการต่อยอดไปสู่มูลค่าทางเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว

สำรวจหลายเมือง ก่อนลงเอยที่ “ซูวอน”

ที่ผ่านมา ผู้ผลักดันโครงการได้ศึกษาความเป็นไปได้ในหลายพื้นที่ของเกาหลีใต้

เมืองแรกที่ได้รับการพิจารณาคือ “อันซัน” ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีชาวต่างชาติอาศัยอยู่จำนวนมาก แต่พบข้อจำกัดสำคัญคือมีไชน่าทาวน์ขนาดใหญ่ตั้งอยู่แล้ว ทำให้มีความกังวลว่าหากจัดตั้ง Thai Town ในพื้นที่ดังกล่าว อัตลักษณ์ไทยอาจถูกกลืนหายไปท่ามกลางการแข่งขันของชุมชนชาติอื่น

เปิดแผนปั้น 'Thai Town' แห่งแรกในเกาหลีใต้ ปลุก Soft Power ไทยตลอดปี

ส่วน “อีแทวอน” แม้จะเป็นย่านท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงระดับนานาชาติ แต่มีข้อจำกัดด้านพื้นที่และที่จอดรถ ขณะที่ “พยองแท็ก” เคยถูกใช้เป็นพื้นที่ทดลองจัดตลาดนัดไทยบริเวณใกล้ค่ายทหารสหรัฐฯ และได้รับความสนใจจากชาวต่างชาติเป็นอย่างดี แต่ยังไม่สามารถพัฒนาเป็นโครงการถาวรได้

สำหรับ “เมียงดง” ซึ่งเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของกรุงโซล แม้จะมีศักยภาพด้านการเข้าถึงนักท่องเที่ยวจำนวนมาก แต่ด้วยลักษณะพื้นที่เชิงพาณิชย์และต้นทุนที่สูง ทำให้การจัดตั้ง Thai Town ในรูปแบบเฉพาะอาจทำได้ยาก ปัจจุบันจึงเน้นการใช้พื้นที่ดังกล่าวเป็นเวทีสร้าง Soft Power ผ่านกิจกรรมส่งเสริมวัฒนธรรมไทยเป็นหลัก

ซูวอน เมืองเป้าหมายใหม่ของ Thai Town

หลังการศึกษาหลายพื้นที่ ปัจจุบัน “ซูวอน” กลายเป็นเมืองที่ได้รับการประเมินว่ามีความเหมาะสมมากที่สุดสำหรับการพัฒนา Thai Town

จุดแข็งสำคัญของซูวอนคือการเป็นเมืองมรดกโลกที่ได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโก มีแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์สำคัญอย่างป้อมฮวาซอง (Hwaseong Fortress) ซึ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวเกาหลีและต่างชาติเป็นจำนวนมากในแต่ละปี

นอกจากนี้ เมืองยังมีระบบคมนาคมที่สะดวก มีศักยภาพในการพัฒนาพื้นที่ใหม่ และมีแนวโน้มได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐท้องถิ่น

แผนงานในระยะต่อไปคือการหารือร่วมกันระหว่างตัวแทนชุมชนไทย สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโซล และผู้บริหารเมืองซูวอน เพื่อสำรวจพื้นที่ที่ยังไม่ได้รับการพัฒนาและพิจารณาความเป็นไปได้ในการจัดสรรพื้นที่สำหรับพัฒนาเป็น Thai Town อย่างเป็นรูปธรรม

 

จากเทศกาล 2 วัน สู่ Thailand Experience ตลอดทั้งปี

หากโครงการดังกล่าวเกิดขึ้นจริง Thai Town จะกลายเป็นมากกว่าย่านธุรกิจของคนไทยในต่างแดน แต่จะเป็นพื้นที่ที่เชื่อมโยงอาหารไทย วัฒนธรรมไทย การท่องเที่ยวไทย ผู้ประกอบการไทย และชุมชนไทยในเกาหลีใต้เข้าไว้ด้วยกันในรูปแบบถาวร

ในมุมหนึ่ง โครงการนี้สะท้อนการเปลี่ยนผ่านของแนวคิด Soft Power ไทย จากการจัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์สู่การสร้างระบบนิเวศทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมที่สามารถดำรงอยู่ได้ตลอดทั้งปี

5 ตัวแทนชุมชนในโซลเกาหลีใต้ ร่วมงานกับสถาเนอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโซล

จากเดิมที่เทศกาลไทยทำหน้าที่เป็น “หน้าต่าง” ให้ชาวเกาหลีใต้ได้รู้จักประเทศไทยปีละครั้ง Thai Town อาจกลายเป็น “บ้านของประเทศไทย” ในเกาหลีใต้ ที่เปิดต้อนรับผู้คนจากทั่วโลกตลอด 365 วันในอนาคต