thansettakij
thansettakij
Sawasdee Seoul 2026 คึกคัก ถอดรหัส 5 เสาร์หลัก Soft Power ไทย

Sawasdee Seoul 2026 คึกคัก ถอดรหัส 5 เสาร์หลัก Soft Power ไทย

21 มิ.ย. 69 | 07:40 น.
อัปเดตล่าสุด :21 มิ.ย. 69 | 07:42 น.

ถอดรหัส 5 เสาหลัก Sawasdee Seoul 2026 จากอาหารไทยถึงนวัตกรรม เมื่อ Soft Power ไทยกำลังก้าวสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์

KEY

POINTS

  • งาน "Sawasdee Seoul 2026" จัดขึ้นเพื่อผลักดัน Soft Power ของไทย โดยชู 5 เสาหลักสำคัญ ได้แก่ อาหารไทย, T-Pop, วัฒนธรรม, การท่องเที่ยว และนวัตกรรม
  • มีการเพิ่มมิติใหม่ด้าน "นวัตกรรม" เป็นเสาหลักสำคัญในปีนี้ เพื่อนำเสนอศักยภาพด้านเทคโนโลยีและธุรกิจสร้างสรรค์ของไทยสู่ระดับสากล
  • เป้าหมายของงานคือการเชื่อมโยง Soft Power เข้ากับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เพื่อเปลี่ยนการเผยแพร่วัฒนธรรมให้เป็นโอกาสทางธุรกิจและสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจ

ถ้าพูดถึงความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับเกาหลีใต้ หลายคนอาจนึกถึง K-Pop ซีรีส์เกาหลี หรืออาหารเกาหลีที่ได้รับความนิยมในไทย โดยในแต่ละปี ทั้งสองประเทศมีมูลค่าการค้าร่วมกันกว่า 5 แสนล้านบาท

ขณะที่ในภาคการท่องเที่ยว มีชาวเกาหลีใต้เดินทางมาเที่ยวประเทศไทยปีละประมาณ 1.4 ล้านคน จากประชากรทั้งประเทศราว 51 ล้านคน สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนให้เศรษฐกิจไทยระดับหลายหมื่นล้านบาทต่อปี ในทางกลับกัน คนไทยเดินทางมาเที่ยวเกาหลีใต้ราว 360,000 คนต่อปีจากประชากรราว 65 ล้านคน

ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่า แม้ Soft Power ของเกาหลีใต้จะได้รับความนิยมในประเทศไทย แต่ Soft Power ของไทยเอง ก็ได้รับการตอบรับจากชาวเกาหลีใต้ไม่แพ้กัน หนึ่งในเวทีสำคัญที่สะท้อนความสัมพันธ์ดังกล่าว ก็คือเทศกาลไทย ณ กรุงโซล หรือ Sawasdee Seoul Thai Festival 2026

เบื้องหลังการจัดงานต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 11 นี้ กลับสะท้อนทิศทางใหม่ของประเทศไทย ที่พยายามใช้ Soft Power เป็นเครื่องมือทางเศรษฐกิจ ผ่านแนวคิด “Creative Life and Creative Heartbeat” หรือ “ชีวิตและพลังสร้างสรรค์”

โดยโครงสร้างของงานในปีนี้ถูกออกแบบบน 5 เสาหลักสำคัญ ได้แก่ อาหารไทย T-Pop วัฒนธรรม การท่องเที่ยว และนวัตกรรม ซึ่งแต่ละองค์ประกอบมีบทบาทเชื่อมโยงกันในการนำเสนอภาพลักษณ์ประเทศไทยสู่สายตาชาวเกาหลีใต้

อาหารไทย Soft Power ที่แข็งแรงที่สุด

อาหารไทยยังคงเป็นหัวใจสำคัญของเทศกาลไทยในต่างประเทศ ภายในงานมีการรวบรวมร้านอาหารไทยและเมนูชื่อดังหลากหลายประเภท ตั้งแต่ผัดไทย ส้มตำ ไปจนถึงเมนูที่ชาวเกาหลีใต้เริ่มรู้จักมากขึ้นอย่างโรตีและชาชัก

ธีรกุล นิยม ผู้แทนพิเศษรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
นายธีรกุล นิยม ผู้แทนพิเศษรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ระบุว่า อาหารไทยเป็นหนึ่งใน Soft Power ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด เพราะสะท้อนอัตลักษณ์และวิถีชีวิตของคนไทย ผ่านรสชาติที่มีความหลากหลายและเป็นที่ยอมรับในระดับโลก

ภาพอาหารไทย ณ งาน Sawasdee Seoul Thai Festival 2026

T-Pop สร้างการรับรู้สู่คนรุ่นใหม่

อีกหนึ่งแม่เหล็กสำคัญของงาน คือ การแสดงจากศิลปิน T-Pop ไม่ว่าจะเป็น PIXxIE, DICE, Zom Marie และศิลปินไทยอีกหลายคนที่ได้รับความนิยมในเกาหลีใต้ 

ส้ม มารี (Zom Marie) ศิลปิน T-Pop ณ งาน Sawasdee Seoul Thai Festival 2026

การนำศิลปินร่วมสมัยเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาล ช่วยขยายฐานผู้ชมไปสู่คนรุ่นใหม่ และทำให้ภาพลักษณ์ของประเทศไทยมีความร่วมสมัยมากขึ้น

T-Pop จึงไม่ได้เป็นเพียงความบันเทิง แต่ยังเป็นช่องทางสำคัญในการสร้างการรับรู้และเชื่อมโยงผู้บริโภครุ่นใหม่กับประเทศไทย

 PiXXiE ศิลปิน T-Pop ณ งาน Sawasdee Seoul Thai Festival 2026

วัฒนธรรมไทย รากฐานของความเป็นไทย

แม้โลกจะเปลี่ยนแปลงไปมากเพียงใด แต่วัฒนธรรมยังคงเป็นรากฐานสำคัญของเทศกาลไทย ภายในงานมีการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย การสาธิตนวดไทย การแสดงมวยไทย การแสดงจากสวนนงนุชพัทยา รวมถึงการนำเสนอ “ชุดไทย” ซึ่งอยู่ระหว่างการผลักดันเข้าสู่บัญชีรายชื่อตัวแทนมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของมนุษยชาติของยูเนสโก

สิ่งเหล่านี้ไม่เพียงสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับประเทศไทย แต่ยังช่วยยกระดับคุณค่าทางวัฒนธรรมของไทยในเวทีโลก

รำไทย

นวัตกรรม เสาหลักใหม่ของ Sawasdee Seoul 2026

สิ่งที่แตกต่างจากหลายปีที่ผ่านมา คือ การเพิ่มมิติด้าน “นวัตกรรม” เข้ามาเป็นหนึ่งในแกนหลักของการจัดงาน

สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโซล ร่วมกับสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) และสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) นำผู้ประกอบการสตาร์ทอัพ ผู้ประกอบการ SME และธุรกิจสร้างสรรค์ของไทยมาร่วมจัดแสดงใน Innovation Zone 

บูธสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) ณ  งาน Sawasdee Seoul Thai Festival 2026

นายธานี แสงรัตน์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงโซล กล่าวว่า ไทยต้องการสื่อสารให้ต่างชาติรับรู้ว่า ประเทศไทยไม่ได้มีเพียงวัฒนธรรม อาหาร หรือการท่องเที่ยวเท่านั้น แต่ยังมีศักยภาพด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่สามารถแข่งขันได้ในระดับสากล

นายธานี แสงรัตน์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงโซล

ขณะที่ NIA และ CEA มองว่า การเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการไทยได้พบกับนักลงทุน ผู้ซื้อ และพันธมิตรทางธุรกิจจากเกาหลีใต้ จะเป็นอีกกลไกสำคัญในการผลักดันธุรกิจไทยจากระดับ Local สู่ Global

จาก Soft Power สู่ Economic Power

หากมองภาพรวมของ Sawasdee Seoul 2026 จะพบว่า งานไม่ได้มุ่งเพียงการเผยแพร่วัฒนธรรมไทยอีกต่อไป แต่กำลังพยายามเชื่อมโยง Soft Power เข้ากับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ การท่องเที่ยว และนวัตกรรม เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจและการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว

จากเดิมที่ประเทศไทยใช้เทศกาลไทยเป็นเวทีแสดงอัตลักษณ์ของชาติ วันนี้ Sawasdee Seoul กำลังพัฒนาไปสู่เวทีที่ใช้วัฒนธรรม ความคิดสร้างสรรค์ และนวัตกรรม เป็นเครื่องมือในการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและขยายบทบาทของประเทศไทยในเวทีโลก