
‘ไทยช่วยไทยพลัส’ สะพัด 3.5 หมื่นล้าน ใช้สิทธิ 1,000 เต็มแล้ว 5.5 ล้านคน
ไทยช่วยไทย พลัส (60/40) ยอดสะพัดทะลุ 3.5 หมื่นล้าน ประชาชนกว่า 25 ล้านคนแห่ใช้สิทธิคึกคัก พบ 5.5 ล้านคน ใช้เต็มวงเงิน 1,000 แล้ว
KEY
POINTS
- โครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" มียอดใช้จ่ายสะพัดในระบบรวมกว่า 3.5 หมื่นล้านบาท
- มีประชาชนใช้สิทธิเต็มวงเงิน 1,000 บาทแล้วกว่า 5.5 ล้านคน จากผู้ได้รับสิทธิทั้งหมดกว่า 26 ล้านคน
- มีร้านค้าเข้าร่วมโครงการกว่า 1 ล้านแห่ง และการใช้จ่ายผ่านฟู้ดเดลิเวอรีมียอดสูงถึง 425 ล้านบาท
สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง เปิดเผยความคืบหน้าโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 19 มิถุนายน 2569 เวลา 23.00 น. พบว่า โครงการได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลาม โดยมียอดการใช้จ่ายรวมในระบบพุ่งสูงถึง 35,657.17 ล้านบาท
ใช้สิทธิเต็มวงเงินกว่า 5.5 ล้านราย
มีประชาชนได้รับสิทธิเข้าร่วมโครงการทั้งสิ้น 26,040,623 ราย ซึ่งในจำนวนนี้มีผู้ที่เริ่มต้นใช้จ่ายสำเร็จแล้วถึง 25,357,909 ราย หรือคิดเป็นสัดส่วนเกือบทั้งหมดของผู้ได้รับสิทธิ ที่น่าสนใจคือ มีประชาชนจำนวน 5,561,675 รายที่ได้ใช้สิทธิเต็มวงเงิน 1,000 บาท เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ยอดใช้จ่ายพุ่ง 3.5 หมื่นล้าน
หากพิจารณาจากโครงสร้างการใช้จ่าย มูลค่าการใช้จ่ายรวม 35,657.17 ล้านบาท แบ่งออกเป็น
- ส่วนที่รัฐบาลร่วมจ่าย 20,596.15 ล้านบาท
- ส่วนที่ประชาชนจ่ายเอง 15,061.02 ล้านบาท
ร้านค้าคึกคัก ยอดลงทะเบียนทะลุล้านแห่ง
ในภาคของผู้ประกอบการ มีร้านค้าที่ลงทะเบียนสำเร็จและพร้อมให้บริการ (กดตอบรับ T&C แล้ว) รวมทั้งสิ้น 1,058,933 ร้านค้า โดยแบ่งเป็น
- ฐานร้านค้าเดิม 877,974 แห่ง
- ร้านค้าใหม่ที่เข้ามาเติมโตในระบบอีก 180,959 แห่ง
- นอกจากนี้ยังมีร้านค้าอีกกว่า 1 แสนรายที่อยู่ระหว่างการขั้นตอนตอบรับเงื่อนไขและตรวจสอบคุณสมบัติ
ทั้งนี้ มีร้านค้าที่มีการใช้จ่ายสำเร็จแล้วถึง 1,017,394 ร้านค้า กระจายตัวอยู่ทั่วประเทศ ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สะท้อนถึงการกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการรายย่อยได้อย่างมีนัยสำคัญ
Food Delivery ยอดใช้จ่ายพุ่ง 425 ล้านบาท
ทั้งนี้ โครงการไทยช่วยไทยพลัส ได้เปิดให้ใช้สิทธิผ่านแพลตฟอร์ม Food Delivery ซึ่งเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา เพียงเวลาเพียงไม่กี่วัน มียอดใช้จ่ายผ่านช่องทางนี้แล้วกว่า 425.20 ล้านบาท แบ่งเป็น
- รัฐร่วมจ่ายไป 240.20 ล้านบาท
- ประชาชนจ่ายเอง 185.00 ล้านบาท







