
เปิดเงื่อนไข-ขั้นตอน จดทะเบียน'รถพ่วงข้าง'ให้ถูกกฎหมาย
กรมการขนส่งทางบกหนุนรถเศรษฐกิจชุมชน ย้ำผู้ใช้รถพ่วงข้างต้องจดทะเบียนให้ถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยและขั้นตอนการตรวจสภาพก่อนใช้งานบนท้องถนน
KEY
POINTS
- รถพ่วงข้างที่สามารถจดทะเบียนได้ต้องติดตั้งด้านซ้ายอย่างมั่นคง มีขนาดตามที่กฎหมายกำหนด และมีอุปกรณ์ความปลอดภัยครบถ้วน เช่น ไฟหน้า ไฟท้าย และแผ่นสะท้อนแสง
- ขั้นตอนการจดทะเบียนเริ่มจากการยื่นคำขอที่สำนักงานขนส่ง จากนั้นนำรถเข้าตรวจสภาพโครงสร้าง ขนาด และระบบความปลอดภัยต่างๆ
- เมื่อผ่านการตรวจสภาพจะได้รับการจดทะเบียนเป็นรถประเภท "รย.12" โดยมีค่าภาษีประจำปีสำหรับรถจักรยานยนต์ 100 บาท และส่วนพ่วงข้าง 50 บาท
กรมการขนส่งทางบกเปิดทางให้ประชาชนสามารถนำรถจักรยานยนต์พ่วงข้างเข้าจดทะเบียนได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อยกระดับความปลอดภัยในการใช้งานบนท้องถนน และสนับสนุนการประกอบอาชีพของประชาชนที่ใช้รถพ่วงข้างในการขนส่งสินค้าและสร้างรายได้ในชุมชน
เงื่อนไขรถพ่วงข้างที่สามารถจดทะเบียนได้
- รถจักรยานยนต์พ่วงข้างที่จะนำมาจดทะเบียนต้องมีลักษณะและขนาดเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด ได้แก่
- ติดตั้งพ่วงข้างด้านซ้ายของตัวรถ
- โครงสร้างยึดติดแน่น แข็งแรง มั่นคง
- ไม่บดบังทัศนวิสัยของผู้ขับขี่
- ระบบเบรกต้องอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานและสามารถหยุดรถได้อย่างปลอดภัย
ขนาดรถพ่วงข้างที่กฎหมายกำหนด
- ความสูงไม่เกิน 2 เมตร
- ความยาวไม่เกิน 1.75 เมตร
- ความกว้างของพ่วงข้างไม่เกิน 1.10 เมตร
- ความกว้างรวมรถจักรยานยนต์และพ่วงข้างไม่เกิน 1.50 เมตร
อุปกรณ์ความปลอดภัยที่ต้องมี
เพื่อให้ผ่านการตรวจสภาพและเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งาน รถพ่วงข้างควรติดตั้งอุปกรณ์ดังต่อไปนี้
- ไฟหน้า
- พ่วงข้างต้องมีไฟหน้าสีขาวหรือสีเหลือง เพื่อให้ผู้ใช้ถนนมองเห็นได้ชัดเจน
- แผ่นสะท้อนแสง
- ติดตั้งอุปกรณ์สะท้อนแสงสีแดงบริเวณด้านท้าย เพื่อเพิ่มการมองเห็นในเวลากลางคืน
- ไฟท้ายและไฟเบรก
- ควรติดตั้งไฟท้ายและไฟเบรกสีแดงให้ส่องสว่างไปด้านหลัง ช่วยแจ้งเตือนรถคันอื่นเมื่อชะลอหรือหยุดรถ
- ป้ายสะท้อนแสง “รถพ่วงข้าง”
แนะนำให้ติดป้ายสะท้อนแสงคำว่า "รถพ่วงข้าง" ที่ด้านท้าย โดยใช้พื้นสีขาวหรือสีเหลือง และตัวอักษรสีดำ เพื่อให้มองเห็นได้ชัดในช่วงกลางคืน
ขั้นตอนการจดทะเบียนรถพ่วงข้าง
ผู้ที่ต้องการจดทะเบียนรถพ่วงข้างสามารถดำเนินการได้ตามขั้นตอน ดังนี้
1. ยื่นคำขอจดทะเบียน
- นำรถจักรยานยนต์ที่ติดตั้งพ่วงข้างแล้วไปยื่นคำขอที่สำนักงานขนส่ง
2. นำรถเข้าตรวจสภาพ
- เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบ
- โครงสร้างและความแข็งแรงของพ่วงข้าง
- ขนาดตัวรถตามเกณฑ์ที่กำหนด
- ระบบเบรก
- ไฟส่องสว่างและอุปกรณ์ความปลอดภัย
3. จดทะเบียนเป็นรถประเภท รย.12
- เมื่อผ่านการตรวจสภาพแล้ว จะได้รับการจดทะเบียนเป็นรถประเภท "รย.12" ซึ่งเป็นลักษณะรถจักรยานยนต์พ่วงข้างตามกฎหมาย
ค่าใช้จ่ายในการเสียภาษีประจำปี
หลังจดทะเบียนแล้ว ผู้ครอบครองต้องชำระภาษีประจำปี ดังนี้
- รถจักรยานยนต์ 100 บาทต่อปี
- รถพ่วงข้าง 50 บาทต่อปี
- ประโยชน์ของการจดทะเบียนรถพ่วงข้าง
การจดทะเบียนอย่างถูกต้องช่วยให้ ใช้งานได้ถูกต้องตามกฎหมาย ผ่านการรับรองมาตรฐานความปลอดภัย ลดความเสี่ยงจากการถูกจับปรับ เพิ่มความน่าเชื่อถือในการประกอบอาชีพ สร้างความปลอดภัยให้กับผู้ขับขี่และผู้ใช้ถนน
ทั้งนี้ ผู้ใช้รถพ่วงข้างควรตรวจสอบสภาพรถและอุปกรณ์ความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัยและเป็นไปตามข้อกำหนดของกรมการขนส่งทางบกตลอดเวลา






