
ประธานพุทธสมาคมจีนชู พ.ส.ล. สะพานอารยธรรมโลก หนุนแผนปรับองค์กร
เวทีประชุม พ.ส.ล. ครั้งที่ 105 ที่จีน ประธานพุทธสมาคมจีนยกบทบาทองค์กรเชื่อมอารยธรรมโลก พร้อมสนับสนุนแผนปรับโครงสร้างเพื่ออนาคต
ประธานพุทธสมาคมจีนชื่นชม พ.ส.ล.ว่าเป็นสะพานเชื่อมโยงอารยธรรม โลกมายาวนาน และหนุนให้ปรับโครงสร้าง พ.ส.ล.ใหม่
เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2569 เมืองอู่ซี มณฑลเจียงซู ได้เปิดบ้านต้อนรับผู้แทนพุทธศาสนิกชนกว่า 40 ท่าน จาก 13 ประเทศและภูมิภาคทั่วโลก ในการประชุมคณะกรรมการบริหารครั้งที่ 105 ขององค์การพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก (พ.ส.ล.) การรวมตัวในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการประชุมตามวาระ หากแต่เป็นการหลอมรวมดวงใจของกัลยาณมิตรต่างแดน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนศรัทธาอันแน่วแน่ไปสู่สันติสุขที่แท้จริง
พระธรรมาจารย์เหยียนเจวี๋ย ประธานพุทธสมาคมจีน ได้กล่าวต้อนรับด้วยไมตรีจิตอันอบอุ่น พร้อมทั้งเน้นย้ำถึงบทบาทอันทรงคุณค่าของ พ.ส.ล. ที่เป็นดั่งสะพานเชื่อมโยงอารยธรรมและถักทอความร่วมมือระหว่างองค์กรพุทธทั่วโลกมาอย่างยาวนาน ในยุคสมัยที่โลกเผชิญความท้าทายรอบด้าน ท่านได้ฝากข้อคิดอันลึกซึ้งไว้ว่า
"พระพุทธศาสนายิ่งจำเป็นต้องตอบสนองต่อข้อกังวลของยุคสมัยด้วยความเมตตาและปัญญา รวมทั้งหลอมรวมจิตใจของผู้คนด้วยความเปิดกว้างและความสามัคคี"
ด้านนายมณเธียร ธนานาถ เลขาธิการ พ.ส.ล. ได้เป็นตัวแทนกล่าวขอบคุณพุทธสมาคมจีนอย่างจริงใจ โดยได้ชื่นชมถึงความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ตระการตาของการจัดงานฉลองวันวิสาขบูชาโลกแห่งสหประชาชาติ ครั้งที่ 21 ซึ่งความงดงามของศิลปวัฒนธรรมและมิตรภาพที่เปี่ยมล้นในครั้งนี้ จะสถิตอยู่ในใจของสมาชิก พ.ส.ล. ทุกคนอย่างไม่มีวันลืมเลือน พร้อมทั้งเชิญชวนให้ทุกภาคส่วนจับมือเดินหน้าไปด้วยกัน โดยน้อมนำพลังแห่งพระธรรมมาสร้างสรรค์ร่มเงาแห่งสันติภาพให้แผ่ขยายไปทั่วทุกมุมโลก
นอกจากการแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์แล้ว การประชุมครั้งนี้ยังได้ร่วมกันวางรากฐานเพื่ออนาคต ทั้งการขับเคลื่อน "โครงการปรับเปลี่ยนองค์กร พ.ส.ล." (WFB Transformation Project) แผนงานวันสันติภาพสากล และการเตรียมงานประชุมใหญ่สามัญ ครั้งที่ 32 โดยมีคณะพระเถรานุเถระชั้นผู้ใหญ่จากพุทธสมาคมจีนร่วมเป็นสักขีพยานและให้การสนับสนุนอย่างใกล้ชิด
การประชุม ณ เมืองอู่ซีในครั้งนี้ จึงเปรียบเสมือนภาพสะท้อนอันงดงามของการเดินตามรอยบาทพระศาสดา ด้วยการใช้ "เมตตา" เป็นที่ตั้ง ใช้ "ปัญญา" เป็นเครื่องนำทาง เพื่อร่วมกันปกป้องโลกใบนี้...เปรียบเสมือนบ้านหลังใหญ่ที่มวลมนุษยชาติจะอยู่อาศัยร่วมกันอย่างสงบร่มเย็น สืบไป






