thansettakij
thansettakij
6 องค์กรสื่อ MOU จับมือสภาทนายความ ส่งทีมฎหมายช่วยนักข่าวสู้คดี

6 องค์กรสื่อ MOU จับมือสภาทนายความ ส่งทีมฎหมายช่วยนักข่าวสู้คดี

07 พ.ค. 69 | 08:44 น.
อัปเดตล่าสุด :07 พ.ค. 69 | 08:52 น.

สภาทนายความฯ ลงนาม MOU ร่วม 6 องค์กรสื่อ ตั้งทีมช่วยเหลือทางกฎหมายฟรีทุกชั้นศาล ปกป้องนักข่าวถูกฟ้องคุกคามจากการทำหน้าที่ หวังสร้างหลักประกันเสรีภาพสื่อและการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อสาธารณะ

KEY

POINTS

“สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์” จับมือ 6 องค์กรวิชาชีพสื่อ ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) จัดตั้งกลไกช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนที่ถูกฟ้องร้องหรือถูกคุกคามจากการปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริต พร้อมสนับสนุนองค์ความรู้ด้านกฎหมายและวิชาการ หวังสร้างความมั่นใจให้สื่อทำหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อประโยชน์สาธารณะโดยไม่หวาดกลัว

พิธีลงนามจัดขึ้นเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 ที่สภาทนายความฯ โดยมี นายธนพล คงเจี้ยง นายกสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมลงนามกับผู้แทนจาก 6 องค์กรสื่อ ได้แก่ สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย สถาบันอิศรา มูลนิธิพัฒนาสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย และสมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์

สาระสำคัญของความร่วมมือครั้งนี้ คือการให้ความช่วยเหลือด้านคดีความแก่ผู้สื่อข่าว ช่างภาพ กองบรรณาธิการ และผู้ประกอบวิชาชีพสื่อทุกแขนง ที่ถูกดำเนินคดีจากการทำหน้าที่โดยสุจริต ทั้งในชั้นสอบสวนและชั้นศาล ครอบคลุมคดีแพ่ง อาญา ปกครอง รวมถึงคดีที่เกี่ยวเนื่อง โดยให้ความช่วยเหลือด้านทนายความโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายตลอดทุกชั้นศาล ยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลและค่าฤชาธรรมเนียมต่าง ๆ

นอกจากนี้ ยังครอบคลุมกรณีที่องค์กรสื่อหรือผู้สื่อข่าวเป็นฝ่ายฟ้องร้องเพื่อปกป้องสิทธิหรือผลประโยชน์จากการปฏิบัติหน้าที่ โดยจะมีคณะกรรมการจากองค์กรสื่อร่วมพิจารณาข้อเท็จจริงก่อนให้ความช่วยเหลือ

ความร่วมมือดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ที่สื่อมวลชนจำนวนไม่น้อยเผชิญแรงกดดันจากการรายงานข่าว ทั้งการถูกข่มขู่ คุกคาม หรือใช้กระบวนการทางกฎหมายเป็นเครื่องมือกดดันให้ยุติหรือชะลอการนำเสนอข้อมูล โดยเฉพาะข่าวที่กระทบต่อผลประโยชน์ของบุคคลหรือองค์กรบางฝ่าย

ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวบางส่วนยังต้องเผชิญปัญหาคดีแรงงาน ทรัพย์สินทางปัญญา หรือคดีปกครอง อันเป็นผลจากการทำงาน ส่งผลให้เกิดภาระค่าใช้จ่ายและความกังวลในการต่อสู้คดี โดยเฉพาะในกรณีที่ขาดการสนับสนุนจากต้นสังกัดหรือถูกเลิกจ้างระหว่างกระบวนการดำเนินคดี

ทั้ง 7 องค์กรจึงเห็นพ้องกันว่า การมีระบบสนับสนุนด้านกฎหมายอย่างเป็นรูปธรรม จะช่วยสร้างหลักประกันให้ผู้ประกอบวิชาชีพสื่อสามารถทำหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและสะท้อนปัญหาสังคมได้อย่างเข้มแข็ง ภายใต้หลักเสรีภาพสื่อและความรับผิดชอบต่อสาธารณะ

นอกจากการช่วยเหลือด้านคดีความแล้ว บันทึกข้อตกลงยังครอบคลุมการจัดอบรมความรู้ทางกฎหมาย การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ทางวิชาการ และการประชาสัมพันธ์กิจกรรมร่วมกันระหว่างสภาทนายความฯ และองค์กรวิชาชีพสื่อทั้ง 6 แห่ง

สำหรับบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ มีผลบังคับใช้เป็นระยะเวลา 4 ปี ตั้งแต่วันที่ 7 พฤษภาคม 2569 ถึงวันที่ 7 พฤษภาคม 2573.