thansettakij
thansettakij
ไขรหัส Identity Hijack Scam เมื่อคุณถูกขโมย “ตัวตน” ไปใช้โกงคนอื่น

ไขรหัส Identity Hijack Scam เมื่อคุณถูกขโมย “ตัวตน” ไปใช้โกงคนอื่น

13 เม.ย. 69 | 10:35 น.
อัปเดตล่าสุด :13 เม.ย. 69 | 10:36 น.

AOC เตือบภัยใหม่มาเงียบ… “ขโมยตัวตน” แทนการขโมยเงิน มิจฉาชีพสวมรอยเป็นคุณ หลอกคนรอบตัวจนเสียหายทั้งเครือข่าย เตือนเช็กก่อนโอนทุกครั้ง

KEY

POINTS

  • Identity Hijack Scam คือการที่มิจฉาชีพขโมยตัวตนและข้อมูลส่วนตัวไปสร้างบัญชีปลอม โดยเลียนแบบพฤติกรรมการสื่อสารเพื่อสวมรอยเป็นเหยื่อ
  • คนร้ายจะใช้บัญชีปลอมที่สร้างขึ้นไปหลอกลวงเพื่อนหรือคนในครอบครัวของเหยื่อให้โอนเงิน โดยอาศัยความไว้วางใจและความสัมพันธ์เป็นเครื่องมือ
  • วิธีป้องกันคือควรยืนยันตัวตนผ่านช่องทางอื่นเสมอเมื่อมีการขอเงิน เช่น การโทรกลับโดยตรง และระมัดระวังการเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวบนโลกออนไลน์มากเกินไป

ทุกวันนี้ การหลอกลวงไม่ได้หยุดอยู่แค่ “การเอาเงิน” อีกต่อไป แต่กำลังพัฒนาไปสู่สิ่งที่ลึกและอันตรายกว่านั่นคือ…การขโมย “ตัวตน” ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า Identity Hijack Scam หรือการสวมรอยเป็นคุณ เพื่อไปหลอกคนอื่น 

สิ่งที่น่ากลัวคือ เหยื่อ…อาจไม่ใช่แค่คุณ แต่เป็น “ทุกคนที่เชื่อใจคุณ” 

ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ หรือ AOC ระบุว่า รูปแบบของการหลอกลวงลักษณะนี้ ไม่ได้เริ่มจากการโจมตีโดยตรง แต่มักเริ่มจากการเฝ้าดู มิจฉาชีพจะค่อยๆ เก็บข้อมูลของคุณ ผ่านโซเชียลมีเดีย การแชท หรือกิจกรรมในชีวิตประจำวัน พวกเขาศึกษา ทั้งวิธีการพิมพ์ น้ำเสียงในการสื่อสาร รวมไปถึงความสัมพันธ์ของคุณกับคนรอบตัว 

เมื่อข้อมูลมากพอ ขั้นตอนต่อไปคือ “การเลียนแบบ” พวกเขาอาจใช้รูปโปรไฟล์ของคุณ สร้างบัญชีปลอม หรือในบางกรณี ใช้เทคโนโลยี AI เลียนเสียงและรูปแบบการพูดได้อย่างแนบเนียน จนคนใกล้ชิด…แยกไม่ออก 

และเมื่อถึงจุดนั้น คุณจะกลายเป็นเครื่องมือ บัญชีผู้ใช้ปลอมในชื่อของคุณ อาจถูกใช้ทักไปหาเพื่อน คนรัก หรือครอบครัว ด้วยข้อความสั้นๆ เช่น “โอนเงินให้หน่อย เดี๋ยวคืนเย็นนี้” หรือส่งลิงก์บางอย่าง ที่ดูเหมือนมาจากคุณโดยตรง ความเสียหายจึงไม่ได้เกิดแค่กับบัญชีหนึ่งบัญชี แต่ลุกลามไปยัง “เครือข่ายความเชื่อใจ” ทั้งหมดของคุณ 

สิ่งที่ทำให้การหลอกลวงรูปแบบนี้อันตราย ไม่ใช่แค่ความแนบเนียนของเทคโนโลยี แต่คือการใช้ “ความสัมพันธ์” เป็นอาวุธ ผู้คนไม่ได้โอนเงินเพราะเชื่อข้อความ แต่โอนเงิน…เพราะเชื่อว่าเป็นคุณ และในหลายกรณี เมื่อความจริงถูกเปิดเผย สิ่งที่เสียไป ไม่ใช่แค่เงิน แต่คือ “ความไว้ใจ” ที่ใช้เวลาสร้างมานาน 

การป้องกันจึงต้องเริ่มจากความเข้าใจ หากมีการติดต่อเรื่องเงิน ไม่ว่าจะเร่งด่วนแค่ไหน ควรยืนยันตัวตนผ่านช่องทางอื่นเสมอ เช่น การโทรกลับโดยตรง การตั้ง “คำยืนยัน” ระหว่างคนใกล้ชิด ก็เป็นอีกวิธีหนึ่ง ที่ช่วยแยกแยะได้ว่า อีกฝ่ายเป็นตัวจริงหรือไม่ 

และที่สำคัญ ควรระมัดระวังการเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว บนโลกออนไลน์มากเกินไป เพราะในวันนี้ สิ่งที่มีค่าที่สุด อาจไม่ใช่เงินในบัญชี แต่คือ “ความเป็นคุณ” ที่ไม่มีใครควรเอาไปใช้แทนได้ ด้วยความห่วงใยจาก AOC 1441