
เปิดประวัติ ‘อาร์ท- วีระพงษ์’ หลัง ลาออกรอง หน.ปชป. รับภารกิจผู้แทนการค้าไทย
เปิดประวัติ ‘อาร์ท- วีระพงษ์’ หลัง ลาออกรอง หน.ปชป. รับภารกิจใหญ่ ผู้แทนการค้าไทย ช่วยศุภจี รองนายกฯ-รมว.พาณิชย์ พรรคภูมิใจไทย กู้วิกฤตเศรษฐกิจ
KEY
POINTS
- นายวีระพงษ์ ประภา ตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อเข้ารับตำแหน่งผู้แทนการค้าไทย
- มีประวัติการศึกษาดีเยี่ยม สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี (เกียรตินิยมอันดับ 1) จากนิวซีแลนด์ และปริญญาโท 2 ใบจาก LSE และมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์
- มีประสบการณ์ทำงานที่หลากหลาย ทั้งในบริษัทตรวจสอบบัญชีระดับโลก (EY) และองค์กรระหว่างประเทศด้านการพัฒนา เช่น Oxfam และ UNDP
กระแส “ทอล์กออฟเดอะทาวน์” ทางการเมืองในช่วงนี้ คงหนีไม่พ้นกรณีของ นายวีระพงษ์ ประภา รองหัวหน้าพรรค พรรคประชาธิปัตย์ ที่สร้างแรงสั่นสะเทือนภายในพรรคอย่างมีนัยสำคัญ หลังจากปรากฏบทบาทก้าวข้ามแนวเส้นฝ่ายค้าน ไปรับภารกิจสำคัญด้านการเจรจาการค้าของรัฐบาล ภายใต้การนำของ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ท้ายที่สุด ต้องเจอแรงกดดันทั้งจากภายในและภายนอกพรรค และนำไปสู่การตัดสินใจลาออกจากรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เพื่อทำหน้าที่ผู้แทนการค้าไทยช่วยประเทศชาติท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจถาโถม
สำหรับ นายวีระพงษ์ ประภา (เกิด 30 กันยายน พ.ศ. 2527) ชื่อเล่น อาร์ท เป็นนักการเมืองชาวไทย ปัจจุบันดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาของศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อดีตผู้แทนการค้าไทย โดยนายวีระพงษ์ เป็นบุตรนายกำพล กับนางวิทินี ประภา ด้านครอบครัวสมรสกับฉันทวิชญ์ ตัณฑสิทธิ์
ศึกษาระดับชั้นประถมศึกษาถึงมัธยมศึกษาตอนต้นที่ประเทศไทย หลังจากนั้น เดินทางไปศึกษาต่อชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายที่ Burnside High School เมืองไครสต์เชิร์ช ประเทศนิวซีแลนด์ วีระพงษ์สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี (เกียรตินิยมอันดับ 1) ด้านการบัญชี ธุรกิจระหว่างประเทศ และกฎหมายพาณิชย์ จาก Victoria University of Wellington ประเทศนิวซีแลนด์ และระดับปริญญาโท ด้านการพัฒนาระหว่างประเทศ จาก วิทยาลัยเศรษฐศาสตร์และรัฐศาสตร์แห่งลอนดอน (LSE) ประเทศสหราชอาณาจักร เมื่อเดือนพฤษภาคม 2567 วีระพงษ์สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท ด้านการบริหารธุรกิจสำหรับผู้บริหาร (Executive MBA) จาก มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ประเทศสหราชอาณาจักร โดยได้รับทุนจากมหาวิทยาลัยสำหรับผู้ที่มีประสบการณ์ทำงานโดดเด่นในภาคประชาสังคม
นายวีระพงษ์เริ่มชีวิตการทำงาน โดยการเป็นผู้ตรวจสอบบัญชีและที่ปรึกษาทางการเงินของอีวาย หนึ่งในสี่บริษัทบัญชียักษ์ใหญ่ของโลก ที่สาขาในประเทศนิวซีแลนด์และกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร โดยทำหน้าที่ตรวจสอบบัญชีและเป็นที่ปรึกษาทางการเงินให้กับบริษัทข้ามชาติด้านการเกษตรและด้านการเงิน
หลังสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทด้านการพัฒนาระหว่างประเทศที่ LSE วีระพงษ์ผันตัวมาทำงานในภาคประชาสังคม โดยมุ่งหมายที่จะนำประสบการณ์จากภาคธุรกิจมาผลักดันให้ธุรกิจดำเนินการโดยคำนึงถึงสิทธิมนุษยชน สิ่งแวดล้อม และประเด็นด้านสังคมอย่างยั่งยืน โดยทำงานเป็นที่ปรึกษาให้กับโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) และผู้จัดการด้านการสื่อสารสาธารณะให้กับสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI)
ระหว่างปี 2557 ถึงปี 2565 วีระพงษ์ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษานโยบายอาวุโสให้กับ Oxfam องค์กรด้านการพัฒนาระหว่างประเทศชั้นนำของโลก ที่สาขาประเทศไทยและต่อมาที่เมืองบอสตัน มลรัฐแมสซาซูเซส ประเทศสหรัฐอเมริกา ในการทำงานที่องค์การ Oxfam วีระพงษ์มีส่วนสำคัญในการผลักดันให้บริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ของโลกในอเมริกา ยุโรป และเอเชีย เช่น Amazon Walmart และ Kroger หันมาให้ความสำคัญกับประเด็นด้านความยั่งยืนและผนวกประเด็นเหล่านี้เข้ากับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ[6] โดยวีระพงษ์ผลิตงานวิจัย งานเขียน ตลอดจนเป็นผู้แทนเจรจาระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เพื่อให้การดำเนินธุรกิจเพื่อความยั่งยืนเกิดขึ้นและสร้างความเข้มแข็งให้กับทุกภาคส่วนในระยะยาว
ระหว่างปี 2565 ถึงปี 2567 วีระพงษ์ดำรงตำแหน่งเป็นผู้จัดการอาวุโสด้านธุรกิจเพื่อความยั่งยืนให้กับกองทุน Freedom Fund องค์กรให้ทุนระหว่างประเทศที่กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร โดยทำหน้าที่บริหารโครงการที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืนทั้งด้านสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อม ครอบคลุมหลายประเทศทั้งสหราชอาณาจักร ยุโรป อเมริกา ญี่ปุ่น และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และวีระพงษ์ได้ยื่นใบลาออกจากตำแหน่งดังกล่าวมีผลตั้งแต่วันที่ 4 พฤศจิกายน 2567 เพื่อเข้ารับตำแหน่งผู้แทนการค้าไทยในวันที่ 5 พฤศจิกายน 2567 นอกจากนี้ วีระพงษ์ให้สัมภาษณ์สื่อชั้นนำ เช่น Moody's Corporation Reuters และเป็น speaker ให้กับการประชุมนานาชาติในประเด็นเกี่ยวกับนโยบายการค้าการลงทุน ตลอดจนกลยุทธ์ธุรกิจเพื่อความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง







