
ธ.ก.ส.สินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง กู้สูงสุด 100,000 บาท เช็คหลักเกณฑ์และเงื่อนไข
ธ.ก.ส.สินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง กู้สูงสุด 100,000 บาท เยียวยาเกษตรกร ล่าสุด มติ ครม. เห็นชอบมาตรการบรรเทาผลกระทบสำหรับเกษตรกร เช็คหลักเกณฑ์และเงื่อนไข
KEY
POINTS
- ธ.ก.ส. อนุมัติสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่งสำหรับเกษตรกร วงเงินกู้สูงสุด 100,000 บาทต่อราย เพื่อลดต้นทุนการผลิต
- เกษตรกรจ่ายดอกเบี้ยเพียงร้อยละ 3 ต่อปี โดยรัฐบาลจะช่วยชำระดอกเบี้ยให้อีกร้อยละ 3 ต่อปี
- ผู้กู้ต้องใช้เงินเพื่อจัดซื้อปัจจัยการผลิตที่กำหนด เช่น ปุ๋ยและเมล็ดพันธุ์ที่ได้มาตรฐาน และต้องผ่านการอบรมพัฒนาทักษะ
- กำหนดระยะเวลาชำระคืนเงินกู้ภายใน 12 เดือนนับจากวันรับเงินกู้
จากกรณีเมื่อวันที่ 11 เมษายน 2569 มติ ครม. เห็นชอบมาตรการบรรเทาผลกระทบสำหรับเกษตรกร โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่งเพื่อลดต้นทุนการผลิต (โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่งฯ) และการปรับปรุงวงเงินโครงการและวงเงินการขอรับชดเชยจากรัฐบาลของโครงการ สินเชื่อไทยยั่งยืน (ชุมชนสร้างไทย ระยะที่ 3) (โครงการสินเชื่อไทยยั่งยืนฯ) ของ ธ.ก.ส.
จากสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลางส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกผันผวนและอยู่ในระดับสูง กระทบต่อต้นทุนพลังงาน การขนส่ง และต้นทุนการผลิตปุ๋ยเคมี ทำให้ราคาปุ๋ยทางการเกษตรและปัจจัยทางการผลิตปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เป็นผลให้ภาคการเกษตรโดยเฉพาะเกษตรกรรายย่อยต้องแบกรับภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับนายกรัฐมนตรีได้แถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 ด้านการเกษตร “เปลี่ยนผ่านจากเกษตรกรแบบดั้งเดิม” ไปสู่ “เกษตรแม่นยำ เกษตรมั่นคง เกษตรยั่งยืน” ควบคู่กับการสร้างมูลค่าเพิ่มตลอดห่วงโซ่อุปทานเพื่อยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทยอย่างยั่งยืน ผ่านโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่งสำหรับเกษตรกร ในการนี้ กระทรวงการคลังขอเสนอโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่งฯ พร้อมทั้งขอปรับปรุงวงเงินโครงการและวงเงินการขอรับการชดเชยจากรัฐบาลของโครงการสินเชื่อไทยยั่งยืนฯ โดยมีรายละเอียด ดังนี้
โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่งฯ
วัตถุประสงค์
- สนับสนุนแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำให้เกษตรกรในการจัดซื้อปัจจัยการผลิต เพื่อช่วยลดภาระทางการเงินจากการใช้บริการสินเชื่อเพื่อประกอบอาชีพการเกษตรและเพิ่มขีดความสามารถในการประกอบอาชีพ และยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร
กลุ่มเป้าหมาย
- เกษตรกร
- วงเงินโครงการ จำนวน 30,000 ล้านบาท
- ระยะเวลาโครงการ ระยะเวลา 3 ปี นับตั้งแต่วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบและคณะกรรมการ ธ.ก.ส. เห็นชอบ ถึงวันที่ 30 เมษายน 2572
วงเงินสินเชื่อต่อราย
- สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท
ระยะเวลาชำระคืนเงินกู้
- ไม่เกิน 12 เดือน นับถัดจากวันรับเงินกู้และไม่เกินวันที่ 30 เมษายน 2572
อัตราดอกเบี้ย
- ธ.ก.ส. กำหนดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 6 ต่อปี ทั้งนี้ เมื่อเกษตรกรผู้กู้สามารถปฏิบัติได้ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขตามข้อ 8 ) เกษตรกรผู้กู้จะชำระดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 3 ต่อปี และรัฐบาลจะชำระดอกเบี้ยแทนเกษตรกรผู้กู้ในอัตราร้อยละ 3 ต่อปี ทั้งนี้ ภายหลังสิ้นสุดระยะเวลาโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่งฯ คิดอัตราดอกเบี้ยตามที่ ธ.ก.ส. กำหนด
หลักเกณฑ์และเงื่อนไข
- เกษตรกรต้องผ่านการอบรม/เรียนรู้การพัฒนาทักษะและการบริหารจัดการต้นทุน (Reskill/Upskill) โดย ธ.ก.ส. หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ/หรือหน่วยงานร่วมดำเนินการอื่น ๆ เช่น การใช้ปุ๋ยอย่างมีประสิทธิภาพตามค่าการวิเคราะห์ดิน เป็นต้น
- ต้องใช้เงินกู้เพื่อจัดซื้อปุ๋ยผ่านสถาบันเกษตรกร กลุ่มเกษตรกรหรือวิสาหกิจชุมชนที่เข้าร่วมโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่งฯ หรือแหล่งอื่นตามที่ ธ.ก.ส. กำหนด
- เกษตรกรต้องใช้พันธุ์/เมล็ดพันธุ์ ที่ได้รับการรับรองมีมาตรฐานตามคำแนะนำของหน่วยงานราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หรือตามที่ ธ.ก.ส. กำหนดและจำหน่ายให้แก่เกษตรกรในราคาที่เหมาะสม ซึ่งกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ จะควบคุมราคาให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด
- สามารถชำระหนี้เงินกู้ได้ตามระยะเวลาที่ ธ.ก.ส. กำหนดโดยเกษตรกรผู้กู้รับชำระค่าผลผลิตผ่านบัญชีเงินฝากของ ธ.ก.ส. และยินยอมให้ ธ.ก.ส. หักชำระหนี้จากบัญชีเงินฝาก เพื่อให้การดำเนินโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่งฯ บรรลุตามวัตถุประสงค์ที่กำหนด จึงเห็นควรมอบหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ ธ.ก.ส. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันพิจารณาแนวทางการดำเนินการ โดยอาจขอความร่วมมือหน่วยงานอื่นในการร่วมดำเนินการเพิ่มเติมได้ เพื่อให้สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ของการดำเนินโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่งฯ
วงเงินการขอรับชดเชยจากรัฐบาล : ธ.ก.ส. ขอรับเงินงบประมาณชดเชยจากรัฐบาลรวมเป็นเงินทั้งสิ้นไม่เกิน 2,970 ล้านบาท แบ่งเป็น
- การชดเชยดอกเบี้ยเงินกู้ให้ ธ.ก.ส. ในอัตราร้อยละ 3 ต่อปี เป็นระยะเวลา 3 ปี (ไม่เกินวันที่ 30 เมษายน 2572) รวมทั้งสิ้นไม่เกิน 2,700 ล้านบาท (วงเงิน 30,000 ล้านบาท x อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 3 ต่อปี x ระยะเวลา 3 ปี)
- วงเงินจ่ายขาดสำหรับการอบรม/เรียนรู้การพัฒนาทักษะและการบริหารจัดการต้นทุน (Reskill/Upskill) ให้ผู้เข้าร่วมโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่งฯ แก่ ธ.ก.ส. จำนวน 270 ล้านบาท
การดำเนินการดังกล่าวเข้าข่ายลักษณะของกิจกรรม มาตรการ หรือโครงการตามบทบัญญัติในมาตรา 27 แห่งพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 (พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลังฯ) และประกาศคณะกรรมการนโยบายการเงินการคลังของรัฐ (คณะกรรมการฯ) เรื่องการดำเนินกิจกรรม มาตรการ หรือโครงการที่ก่อให้เกิดภาระต่องบประมาณหรือภาระทางการคลังในอนาคต พ.ศ. 2561 (ประกาศคณะกรรมการฯ) โดยได้จัดทำรายละเอียดข้อมูลที่หน่วยงานของรัฐต้องเสนอพร้อมกับการขออนุมัติต่อคณะรัฐมนตรีตามบทบัญญัติในมาตรา 27 มาด้วยแล้ว
โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่งฯ ยังเข้าข่ายตามบทบัญญัติในมาตรา 28 แห่ง พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลังฯ ที่กำหนดให้การมอบหมายให้หน่วยงานของรัฐดำเนินกิจกรรมมาตรการ หรือโครงการ โดยรัฐบาลรับภาระจะชดเชยค่าใช้จ่ายหรือการสูญเสียรายได้จากการดำเนินการนั้น ให้กระทำได้เฉพาะกรณีที่อยู่ในหน้าที่และอำนาจตามกฎหมายและอยู่ภายในขอบแห่งวัตถุประสงค์ของหน่วยงานของรัฐนั้น ทั้งนี้ กรอบวงเงินงบประมาณชดเชยจากรัฐบาลเพื่อดำเนินโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่งฯ จำนวน 2,970 ล้านบาท จะไม่ส่งผลให้ยอดคงค้างตามมาตรา 28 แห่ง พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังฯ เพิ่มขึ้น เนื่องจากเป็นการปรับลดวงเงินโครงการและวงเงินการขอรับชดเชยจากรัฐบาลของโครงการสินเชื่อไทยยั่งยืนฯ ของ ธ.ก.ส. ที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบไว้เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2568 ซึ่งจะกล่าวถึงในข้อ 3.1.2 ต่อไป
ทั้งนี้ คณะรัฐมนตรีในคราวการประชุมเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2568 ได้มีมติเห็นชอบแนวทางในการกำกับการดำเนินโครงการตามมาตรา 28 แห่ง พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลังฯ ที่กำหนดให้กระทรวงการคลังพิจารณาให้ความเห็นในส่วนที่เกี่ยวข้องกับมาตรา 28 แห่ง พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลังฯ และเสนอเรื่องต่อนายกรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบในหลักการ ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบการดำเนินกิจกรรม มาตรการ หรือโครงการตามมาตรา 28 แห่ง พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลังฯ ของโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่งฯ ด้วยแล้ว
นอกจากนี้ ธ.ก.ส. ในฐานะหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายตามมาตรา 28 แห่ง พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลังฯ จะต้องจัดทำบัญชีสำหรับการดำเนินกิจกรรม มาตรการ หรือโครงการที่ได้รับมอบหมายแยกต่างหากจากบัญชีการดำเนินงานทั่วไป พร้อมทั้งเสนอรายงานผลการดำเนินการตามที่ได้รับมอบหมายและผลสัมฤทธิ์ต่อรัฐมนตรี เพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรี และเปิดเผยให้สาธารณชนทราบ รวมทั้งเผยแพร่ผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ตามนัยบทบัญญัติมาตรา 29 แห่ง พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลังฯ ต่อไป.
ที่มา:







