
พม. ขับเคลื่อนความเท่าเทียมทางเพศ ยกระดับสิทธิสตรีหนุนเศรษฐกิจ
กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เดินหน้าขับเคลื่อนความเท่าเทียมทางเพศ มุ่งยกระดับสิทธิสตรีหนุนเศรษฐกิจ
KEY
POINTS
- พม. จัดงานวันสตรีสากลเพื่อขับเคลื่อนความเท่าเทียมทางเพศ สร้างความตระหนักรู้ถึงสิทธิและศักยภาพของสตรี
- มุ่งยกระดับการคุ้มครองสิทธิและผลักดันการบังคับใช้กฎหมายที่เป็นธรรม ขจัดการเลือกปฏิบัติในทุกรูปแบบ
- ส่งเสริมบทบาทสตรีให้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจ เพื่อเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ
นายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เปิดเผยในการเป็นประธานเปิดงานวันสตรีสากล ประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิดสิทธิ ความยุติธรรมและเสียงของผู้หญิง : สู่สังคมที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ว่า ประเทศไทยได้ดำเนินการพัฒนาสถานภาพสตรี และการสร้างความเสมอภาคระหว่างเพศ
ทั้งนี้ เพื่อกระตุ้นให้สังคมไทยได้ตระหนักถึงศักยภาพและสิทธิมนุษยชนของสตรี และกระตุ้นให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนการพัฒนาสถานภาพสตรี รวมทั้งยกระดับการพัฒนาสตรีให้สอดคล้องกับหลักสากล
โดยดำเนินการผ่านการจัดงานวันสตรีสากลอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ซึ่งองค์การสหประชาชาติ (UN) กำหนดให้วันที่ 8 มีนาคมของทุกปี เป็นวันสตรีสากล และเชิญชวนให้ประเทศสมาชิกจัดกิจกรรมเพื่อร่วมเฉลิมฉลองและรำลึกถึงการต่อสู้ของสตรี เพื่อให้ได้มาซึ่งความยุติธรรม ความเสมอภาค สันติภาพ และการพัฒนา รวมทั้งการนำไปสู่การทบทวนความก้าวหน้าในการดำเนินงานในเรื่องต่าง ๆ ทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง ตลอดจนสิทธิมนุษยชนของสตรีและประชาชนทุกคน
“งานดังกล่าวมุ่งเน้นให้ความสำคัญต่อการสร้างความเสมอภาค ความยุติธรรม และการรับฟังเสียงของผู้หญิง สอดคล้องกับหัวข้อหลักในการประชุมคณะกรรมาธิการว่าด้วยสถานภาพสตรี สมัยที่ 70 (CSW70) ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 9 -19 มีนาคม 2569 ที่สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา คือ การสร้างหลักประกันและเสริมสร้างการเข้าถึงความยุติธรรมสำหรับผู้หญิงและเด็กหญิงทุกคน“
รวมถึงการส่งเสริมระบบกฎหมายที่ครอบคลุมและเท่าเทียมกัน การขจัดกฎหมาย นโยบายและแนวปฏิบัติที่เลือกปฏิบัติ และการแก้ไขอุปสรรคเชิงโครงสร้าง รวมถึงสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนเป้าหมายที่ 5 เพื่อบรรลุความเท่าเทียมทางเพศ พัฒนาบทบาทสตรีและเด็กผู้หญิง
ซึ่งเป็นการตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการขับเคลื่อยุทธศาสตร์ชาติเพื่อสร้างความเสมอภาคทางสังคม ผ่านการยกระดับการคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานให้สตรีทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงสวัสดิการแห่งรัฐอย่างเท่าเทียม ควบคู่ไปกับการสร้างความยุติธรรม ด้วยการผลักดันการบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรมและขจัดการเลือกปฏิบัติในทุกรูปแบบ
และเปิดพื้นที่รับฟังเสียงของสตรีเพื่อให้สตรีมีบทบาทสำคัญในการตัดสินใจและเป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคม ทั้งนี้การบูรณาการทั้งหมดนั้น ตั้งอยู่บนเป้าหมายคือการก้าวไปสู่สังคมที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ด้วยการมุ่งเน้นดูแลยกระดับคุณภาพชีวิตสตรีกลุ่มเปราะบางให้สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เพื่อสร้างสรรค์สังคมไทยที่ทุกคนมีความเข้มแข็งและก้าวหน้าไปพร้อมกันอย่างยั่งยืน






