
'ตรีนุช' สั่งคุมเข้มความปลอดภัยแรงงานไทย หลังเกิดเหตุเสียชีวิตในอิสราเอล
'ตรีนุช' สั่งทูตแรงงานกำชับแรงงานไทยในอิสราเอลให้อยู่ในเขตที่ปลอดภัย หลังเกิดเหตุการณ์เสียชีวิตในอิสราเอล พร้อมมอบ 5 เสือแรงงาน รุดเยี่ยมครอบครัว เร่งประสานสิทธิประโยชน์ส่งร่างกลับไทย
KEY
POINTS
- รมว.แรงงาน 'ตรีนุช' สั่งคุมเข้มมาตรการความปลอดภัยสำหรับแรงงานไทยในอิสราเอล หลังมีแรงงานชาวชัยภูมิเสียชีวิต 1 รายจากเหตุระเบิดลูกปราย
- สั่งการให้ทูตแรงงาน ณ กรุงเทลอาวีฟ ประสานงานช่วยเหลือในการนำร่างผู้เสียชีวิตกลับประเทศ และกำชับให้แรงงานไทยที่เหลืออยู่ในพื้นที่ปลอดภัย
- กระทรวงแรงงานได้เข้าช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิต พร้อมแจ้งสิทธิประโยชน์ที่จะได้รับจาก 3 ส่วน คือ กองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานฯ, ประกันสังคม และเงินชดเชยจากสถาบันประกันภัยอิสราเอล
19 มีนาคม 2569 นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยภายหลังได้รับรายงานจากฝ่ายแรงงานประจำสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ อิสราเอล โดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ได้รับแจ้งยืนยันจากทางการอิสราเอล พบแรงงานไทยเสียชีวิตจากระเบิดลูกปราย โดยผู้เสียชีวิต คือ นายชัยวัฒน์ แววนิล อายุประมาณ 30 ปี มีภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดชัยภูมิ เสียชีวิตเมื่อเวลา 23.45 น. ของวันที่ 18 มีนาคมที่ผ่านมา
ทั้งนี้ ได้สั่งการให้ทูตแรงงาน ในอิสราเอล ให้การดูแลและกำชับแรงงานไทยที่ยังคงทำงานในอิสราเอลให้อยู่ในเขตที่ปลอดภัย และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด หลังเกิดเหตุการณ์แรงงานไทยเสียชีวิตในครั้งนี้ รวมทั้งให้ฝ่ายแรงงานประจำสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ เร่งประสานความช่วยเหลือกับทางสถานเอกอัครราชทูตอย่างใกล้ชิด เพื่ออำนวยความสะดวกในการติดตามสิทธิประโยชน์ต่างๆ ของแรงงานที่เสียชีวิต รวมถึงการเตรียมการนำร่างกลับประเทศไทย
รมว.แรงงาน กล่าวว่า จากการตรวจสอบ ผู้เสียชีวิตแจ้งการเดินทางทำงานผ่านกรมการจัดหางาน เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2568 เป็นแรงงานภาคเกษตรที่ทำงานปลูกมันฝรั่งอยู่ที่ Ozer farm ภายในชุมชนเกษตร Adanim ซึ่งอยู่ห่างจากเมือง Herzliya ประมาณ 12 กิโลเมตร โดยหน่วยนิติเวชของทางการอิสราเอลจะทำการชันสูตรพลิกศพ และส่งร่างผู้เสียชีวิตคืนให้กับครอบครัวผ่านสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟภายในระยะเวลา 3 - 5 วันต่อจากนี้
"ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวที่สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก ขณะนี้ได้มอบหมายให้แรงงานจังหวัดชัยภูมิ และหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ เดินทางไปให้กำลังใจครอบครัวผู้เสียชีวิต แจ้งสิทธิประโยชน์ที่ทายาทจะได้รับและช่วยประสานติดตามเรื่องหนังสือมอบอำนาจ เพื่อดำเนินการส่งร่างผู้เสียชีวิตกลับประเทศไทยตามขั้นตอนแล้ว" นางสาวตรีนุช กล่าว
ด้าน พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน ให้ข้อมูลเพิ่มเติมถึงสิทธิประโยชน์ที่ทายาทของผู้เสียชีวิตจะได้รับว่า สิทธิประโยชน์ที่แรงงานไทยซึ่งเสียชีวิตในครั้งนี้จะได้รับ ประกอบด้วย
1. สิทธิประโยชน์กรณีสมาชิกกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานต่างประเทศเสียชีวิตในต่างประเทศ ทายาทโดยธรรมมีสิทธิได้รับสิทธิประโยชน์ เป็นเงินสงเคราะห์จากกองทุนฯ จำนวน 40,000 บาท และกรณีมีค่าใช้จ่ายในการจัดการศพในต่างประเทศเท่าที่จ่ายจริงไม่เกิน 40,000 บาท
2. เงินบำเหน็จชราภาพ 71,459.14 บาท ซึ่งเป็นสิทธิประโยชน์จากประกันสังคม ยังไม่รวมผลประโยชน์ตอบแทนอื่น ๆ
3. เงินชดเชยจากสถาบันประกันภัยอิสราเอล ซึ่งเป็นสิทธิประโยชน์จากทางอิสราเอล ประกอบด้วย เงินช่วยเหลือค่าชดเชยการไว้ทุกข์ การมีส่วนร่วมในค่าใช้จ่ายในการฝังศพ เงินชดเชยรายเดือน เงินช่วยเหลือประจำปี รวมทั้งเงินช่วยเหลืออื่น ๆ อาทิ เงินค่าเล่าเรียนบุตร เงินช่วยเหลือทางจิตวิทยา ซึ่งจำนวนเงินได้รับขึ้นอยู่กับสถาบันประกันภัยฯ เป็นผู้พิจารณาและอัตราแลกเปลี่ยน






