
ข้าราชการ WFH เปิดแอร์ 26-27 องศาเซลเซียส ประหยัดไฟได้กี่บาท
ข้าราชการ WFH - เปิดแอร์คอนดิชัน -เครื่องปรับอากาศ 26-27 องศาเซลเซียส ประหยัดค่าไฟกี่บาท เปลืองไฟไหม เช็กเคล็ดลับที่นี่
KEY
POINTS
- การตั้งอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศที่ 26-27 องศาเซลเซียส เป็นมาตรการที่รัฐบาลและกระทรวงพลังงานแนะนำเพื่อช่วยประหยัดพลังงาน
- การเปิดพัดลมควบคู่กับการเปิดแอร์ที่อุณหภูมิดังกล่าว จะช่วยให้ห้องเย็นเร็วขึ้นและสามารถประหยัดค่าไฟได้ถึง 10%
- นอกจากการตั้งอุณหภูมิแล้ว การดูแลรักษา เช่น การล้างแผ่นกรองและล้างแอร์โดยช่างทุก 6 เดือน ก็ช่วยประหยัดค่าไฟได้โดยตรง
- การเลือกขนาด BTU ของเครื่องปรับอากาศให้เหมาะสมกับขนาดห้องเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ประหยัดพลังงานและทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ
หลังจากรัฐบาลกางแผนรับมือสถานการณ์พลังงานโลกที่มีความผันผวน อันเนื่องมาจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะในตะวันออกกลาง ซึ่งถือเป็นแหล่งผลิตและเส้นทางขนส่งพลังงานที่สำคัญของโลก โดยแนวทางที่รัฐฯประกาศออกมาล่าสุด มีหลากหลายมาตรการ อาทิ ให้ข้าราชการ Work from Home ตามความเหมาะสม ,การปรับใช้แอร์ หรือ เครื่องปรับอากาศให้เหมาะสม และตั้งอุณหภูมิประมาณ 26 – 27 องศาเซลเซียส ใส่เสื้อแขนสั้นงดการใส่สูทผูกไท (ยกเว้นงานพิธีการ) นอกจากนั้นแล้วยังงดการเดินทางไปศึกษาดูงาน อบรม ในต่างประเทศ (ยกเว้นภารกิจจำเป็น)
รัฐบาลประเมินว่า หากลดการใช้ไฟฟ้าได้ร้อยละ 5 จะช่วยประหยัดไฟฟ้าได้ประมาณ 31 ล้านหน่วยต่อเดือน โดยมาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อ ส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของภาครัฐ และสร้างต้นแบบการประหยัดพลังงานให้กับภาคส่วนอื่นของสังคม พร้อมทั้งช่วยเสริมความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศในระยะยาว
อนึ่งมาตรการที่รัฐฯประกาศ นั่นก็คือ การปรับใช้แอร์ หรือ เครื่องปรับอากาศให้เหมาะสม และตั้งอุณหภูมิประมาณ 26 – 27 องศาเซลเซียส ในส่วนนี้จะช่วยประหยัดไฟ -ประหยัดค่าใช้จ่ายได้อย่างไรบ้างนั้น วันนี้ "ฐานเศรษฐกิจ"มัดรวมข้อมูลที่น่าสนใจหากเปิดแอร์ในอุณหภูมิที่รัฐฯระบุ จะช่วยประหยัดค่าไฟได้เท่าไร พร้อมแนะเทคนิคเล็กๆน้อย จากกระทรวงพลังงานที่จะช่วยให้ทุกคนเชฟเงินในกระเป๋า อีกทั้งยังช่วยกันเชฟโลกของเรา ซึ่งจะมีเคล็ดลับอะไรบ้าง สามารถเช็กข้อมูลได้ที่นี่
เปิดแอร์ 26-27 องศา ประหยัดไฟได้กี่บาท
- ข้อมูลจากกระทรวงพลังงาน เผยว่า แค่ปรับอุณหภูมิแอร์ที่ 26 - 27 องศาเซลเซียส ก็ช่วยประหยัดไฟได้แล้ว และจะให้ดีควรเปิดแอร์ควบคู่กับการเปิดพัดลมซึ่งจะช่วยอีกทางในการระบายความร้อน เพิ่มการเคลื่อนที่ของอากาศภายในห้อง และทำให้อุณหภูมิในห้องเย็นเร็วขึ้น อีกทั้งยังช่วยลดค่าไฟลงได้ 10%
เทคนิคเล็ก ๆจากกระทรวงพลังงาน
- การเปิดพัดลมช่วยไล่ความร้อนภายในห้องก่อนเปิดแอร์ โดยเพิ่มอุณหภูมิแอร์ไปที่ 26-27 องศา จะประหยัดไฟมากกว่าการเปิดแอร์ที่ 23-24 องศา และช่วยประหยัดค่าไฟได้ถึง 10%
- อย่าลืมเลือกใช้แอร์ที่มีฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5
นอกจากการเปิดแอร์ที่อุณหภูมิ 26-27 องศาเซลเซียสแล้ว ยังมีเทคนิคอื่นๆเพิ่มเติมในการใช้แอร์อย่างไร ไม่ให้ค่าไฟพุ่ง โดยเคล็ดลับที่จะนำเสนอต่อไปนี้ มัดรวมข้อมูลจากการไฟฟ้านครหลวง และการไฟฟ้าฝ่ายผลิต ซึ่งจะมีอะไรบ้าง สามารถตรวจสอบข้อมูลได้ที่นี่
เคล็ดลับการใช้แอร์แบบมือโปร ไม่ต้องกลัวค่าไฟพุ่ง
1. ติดตั้งให้ถูกจุด
- ระดับความสูง: ติดตั้งสูงจากพื้น 2.0 - 2.5 เมตร เพื่อให้กระจายความเย็นได้ทั่วถึง
- ระยะห่างเพดาน: เว้นระยะจากเพดาน 10 - 15 ซม. เพื่อให้อากาศหมุนเวียนได้ดี
2. บล็อกความร้อนภายนอก
- ปิดสนิท: เช็กประตูหน้าต่างให้เรียบร้อย ป้องกันความเย็นรั่วไหล
- เกราะป้องกัน: ติดฟิล์ม / ผ้าม่าน / ฉนวนกันความร้อน ช่วยให้แอร์ไม่ต้องทำงานหนัก
3. ปรับพฤติกรรมการใช้
- ตั้งอุณหภูมิที่ 26°C: Combo ลับ: เปิดแอร์ + พัดลม สูตรลับเพิ่มความเย็นแต่ประหยัดไฟขึ้น
4. ดูแลสม่ำเสมอ
- ล้างเองง่าย ๆ : หมั่นถอดล้างแผ่นกรอง ช่วยให้อากาศถ่ายเทสะดวก
- บำรุงรักษา: ล้างแอร์โดยช่างผู้เชี่ยวชาญทุก 6 เดือน ช่วยประหยัดค่าไฟได้โดยตรง
อนึ่งการเลือกขนาด BTU แอร์ให้เหมาะกับพื้นที่ห้อง ก็เป็นอีกหนึ่งเหตุผลหลักที่จะช่วยเรื่องประหยัดไฟ ประหยัดพลังงาน อีกทั้งยังเป็นการเลือกแอร์เพื่อทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
- แอร์ขนาด 9,000–21,000 BTU เหมาะกับห้องขนาดเล็กถึงปานกลางอย่างคอนโด
- แอร์ขนาด 21,000–30,000 BTU เหมาะกับห้องขนาดกลางถึงใหญ่ เช่น ห้องนั่งเล่น ห้องโถง
- แอร์ขนาดใหญ่ 30,000–36,000 BTU เหมาะกับห้องขนาดใหญ่ เช่น โฮมออฟฟิศ ร้านอาหาร คาเฟ่
นอกจากนั้นแล้ว พฤติกรรมการเปิด-ปิดแอร์ ก็มีผล โดยปิดแอร์เมื่อไม่ใช้งาน และไม่ควรปิดๆ เปิดๆ แอร์บ่อยๆเพราะ การปล่อยให้แอร์ทำงานยาวนานต่อเนื่อง ย่อมดีกว่าการเปิดๆ ปิดๆ แอร์เพราะช่วงการทำงานของแอร์ที่กินไฟที่สุดคือ ช่วงที่เริ่มเปิดแอร์ และสตาร์ทมอเตอร์ เพราะฉะนั้นยิ่งเปิดแอร์บ่อย ก็ยิ่งกินไฟมากยิ่งขึ้น

