thansettakij
thansettakij
เปิดวอร์รูมแรงงาน! เช็กสถานะ 80,000 คนไทยในสมรภูมิ—อิสราเอล  ย้ำยังไม่ถึงขั้นอพยพ

เปิดวอร์รูมแรงงาน! เช็กสถานะ 80,000 คนไทยในสมรภูมิ—อิสราเอล ย้ำยังไม่ถึงขั้นอพยพ

02 มี.ค. 2569 | 07:11 น.
อัปเดตล่าสุด :02 มี.ค. 2569 | 07:37 น.

ปลัดแรงงานเผยการโจมตีจำกัดวงเฉพาะจุดยุทธศาสตร์ สั่งแรงงานจังหวัดรุดเยี่ยมครอบครัวลดความกังวล ขณะที่ "เทลอาวีฟ-ไฮฟา" ยังเสี่ยง สั่งชะลอส่งคนไปเพิ่มจนกว่าน่านฟ้าจะเปิด

KEY

POINTS

  • กระทรวงแรงงานตั้งวอร์รูมเพื่อติดตามสถานะแรงงานไทยกว่า 80,000 คนในตะวันออกกลาง โดยส่วนใหญ่อยู่ในอิสราเอล 58,000 คน
  • สถานการณ์ปัจจุบันยังคงที่และยังไม่ถึงขั้นต้องอพยพแรงงาน โดยยังไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต
  • ทางการได้เตรียมแผนอพยพร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศไว้แล้ว แต่ได้ชะลอการส่งแรงงานใหม่ไปในพื้นที่ชั่วคราว

เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2569 พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน เป็นประธานการประชุมวอร์รูมติดตามสถานการณ์และมาตรการช่วยเหลือแรงงานไทยในตะวันออกกลาง โดยมี นายสมชาย มรกตศรีวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางานและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

 ภายหลังการประชุมประมาณ 1 ชั่วโมง พ.ต.ท.วรรณพงษ์ ให้สัมภาษณ์ผลการประชุม ระบุว่า กระทรวงแรงงานมีความพร้อมในการปฏิบัติในทุกสถานการณ์ ปัจจุบันอยู่ในสถานะคงที่จากการประเมินพบว่าการโจมตีมีการจำกัดเป้าหมายไปที่จุดยุทธศาสตร์สำคัญของแต่ละประเทศโดยเฉพาะทางการทหารหรือสนามบินยังไม่กระจายไปในพื้นที่โดยรอบ

 

ในส่วนของแรงงานไทยที่เดินทางไปในประเทศโซนตะวันออกกลางยังไม่มีรายงานว่าได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตการติดต่อสื่อสารยังสมบูรณ์กว่า 90 % ยกเว้นประเทศอิหร่านที่ติดต่อได้บ้างไม่ได้บ้างคาดเป็นเรื่องระบบสื่อสารภายในประเทศ

ส่วนที่ยังติดต่อไม่ได้ก็พยายามติดต่อโดยมอบหมายให้ทางแรงงานจังหวัด โครงการจัดหางาน ลงพื้นที่ติดต่อครอบครัวนั้นๆเพื่อทราบสถานะว่ามีการติดต่อกลับมาหาครอบครัวหรือไม่ รวมถึงจะให้แต่ละจังหวัดมีศูนย์ประสานงานเพื่อให้ญาติพี่น้องติดต่อขอข้อมูลได้เพื่อลดความกังวลและเข้าใจสถานการณ์มากยิ่งขึ้น

พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน เผยผลประชุมด่วนวันนี้ (2 มี.ค. 69) ย้ำชัด! พี่น้องแรงงานไทยยังใช้ชีวิตปกติ

ส่วนการทำงานของแรงงานในแต่ละประเทศนั้นยังใช้ชีวิตตามปกติและยังอยู่ในโหมดของการทำงานไม่ถึงขั้นต้องอพยพไปยังหลุมหลบภัยหรือศูนย์พักพิงชั่วคราว โดยกระทรวงแรงงานแบ่งการปฏิบัติออกเป็น 4 ระยะ ได้แก่ 


1.สถานะคงที่ 
2.มีเหตุสู้รบขยายเป็นวงกว้างซึ่งแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน 
3.เหตุการณ์มีความยืดเยื้อ ซึ่งมีแผนรองรับทั้งในและต่างประเทศ 
4.ไม่มีเหตุการณ์ยุติ ซึ่งจะต้องจัดการเยียวยาและดูแลเรื่องการจัดหางานแต่ละประเทศสถานการณ์ไม่เหมือนกัน ซึ่งจะมีแนวทางปฏิบัติร่วมกันกับกระทรวงการต่างประเทศ

สำหรับตัวเลขแรงงานไทยที่ได้รับผลกระทบมีทั้งสิ้นกว่า 80,000 คน มากสุดประเทศอิสราเอล 58,000 คน รองลงมา ยูเออี 12,000 ที่เหลือหลักพันและหลักร้อย อย่างไรก็ตามยืนยันว่าสถานการณ์ยังมีความปลอดภัยทุกคนขอให้ครอบครัวคลายกังวลโดยกระทรวงแรงงานจะติดตามอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง 

 

ในส่วนแผนปฏิบัติการหากถึงขั้นต้องอพยพเรามีแผนร่วมกันกับทางกระทรวงการต่างประเทศเรียบร้อยแล้วโดยกำหนดเส้นทางและวิธีการรวมถึงจุดพักพิงและพักคอยพร้อมแล้ว อย่างไรก็ตามตอนนี้ในประเทศอิสราเอลอยู่ระหว่างสำรวจว่ามีแรงงานประสงค์จะเดินทางกลับหรือไม่ซึ่งปัจจุบันยังอยู่ในสถานะทำงานตามปกติหากเกิดเหตุหรือมีความเสี่ยงก็เข้าที่หลบภัยซึ่งต้องมีความระมัดระวัง ส่วนกลุ่มแรงงานใหม่ที่เตรียมจะส่งไปนั้น ตอนนี้ต้องชะลอเอาไว้ก่อนทั้งหมดโดยเฉพาะ 2 ประเทศหลักซึ่งถึงไปก็ไปไม่ได้เพราะน่านฟ้าปิดและรอดูความเหมาะสมตามสถานการณ์

 ด้าน นายสมชาย มรกตศรีวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวว่า พื้นที่ที่มีการโจมตีในประเทศอิสราเอลคือ เมืองเทลอาวีฟ และ เมืองไฮฟา ซึ่งมีแรงงานไทยที่อยู่หลายพันคนก็ต้องระมัดระวังและห้ามเข้าไปในพื้นที่เสี่ยงโดยเฉพาะเขตท่าเรือและทางการทหาร เบื้องต้นได้ให้แรงงานทุกคนดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน “SMART TOEA" เพื่อทราบจุดที่อยู่ตลอดเวลา ขอให้สบายใจได้ว่าทุกพื้นที่ที่ส่งไปนั้นเป็นพื้นที่ปลอดภัยและมีการอบรมก่อนส่งไปทำงาน หากมีเสียงเตือนภัยทุกคนจะทราบวิธีปฏิบัติอยู่แล้ว ยืนยันว่าที่อิสราเอลสามารถติดต่อแรงงานไทยได้ทุกคนหากสถานการณ์รุนแรงเพิ่มมากขึ้นถึงขั้นตอนอพยพต้องใช้เวลาในการดำเนินการมากน้อยแค่ไหน  

 พ.ต.ท.วรรณพงษ์ ยืนยันว่า เรามีแผนหมดแล้วแต่ระยะเวลาการปฏิบัติขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่ ซึ่งต้องได้รับความร่วมมือระหว่างประเทศไม่ใช่เพียงกระทรวงแรงงานอย่างเดียวซึ่งทางกระทรวงการต่างประเทศจะเป็นเจ้าภาพหลักในการกำหนดแนวทางต่างๆ ระยะเวลาคงบอกตอนนี้ไม่ได้แต่ด้วยปริมาณคนไทยจำนวนมากเรียนตามตรงว่าต้องใช้ระยะเวลามากพอสมควร

 ทั้งนี้ในส่วนของการเปิดรับสมัครแรงงานไปทำงานต่างประเทศยังเปิดรับปกติเพื่อเตรียมตัวหากพร้อมก็จะส่งไป ยอมรับว่าปัจจุบันค่าแรงยังสูงและจูงใจแรงงานที่อยากไป เชื่อว่าสถานการณ์จะคลี่คลายโดยเร็ว เมื่อถามว่าหลังเกิดเหตุสู้รบจะต้องมีค่าเสี่ยงภัยเพิ่มให้แรงงานหรือไม่ ทางอธิบดีกรมการจัดหางาน ระบุว่าต้องหารือกับทางสำนักงานประชากรและตรวจคนเข้าเมืองของอิสราเอล หรือ พีบ้า อีกครั้งว่าอัตราค่าจ้างต้องมีการปรับเพิ่มขึ้นหรือไม่.