
3 มีนาคม วันมาฆบูชา 2569 ชม จันทรุปราคาเต็มดวง มีเวลาแค่ 39 นาที
ปักหมุดรอ 3 มีนาคม 2569 ชมปรากฏการณ์ 'จันทรุปราคาเต็มดวง' รับวันมาฆบูชา เปิดไฮไลต์เด็ด 'ดวงจันทร์สีแดงอิฐ' โผล่พ้นขอบฟ้าทิศตะวันออกให้ชมด้วยตาเปล่าเพียง 39 นาทีเท่านั้น เช็กพิกัด -เวลาชม ราหูอมจันทร์ 3 มีนาคมนี้
KEY
POINTS
- ปรากฏการณ์จันทรุปราคาเต็มดวงจะเกิดขึ้นในวันมาฆบูชา 3 มีนาคม 2569
- สามารถสังเกตการณ์ช่วงคราสเต็มดวงได้ในประเทศไทยเป็นเวลา 39 นาที ตั้งแต่ 18:23 - 19:02 น.
- ดวงจันทร์จะปรากฏเป็นสีแดงอิฐบริเวณใกล้ขอบฟ้าทางทิศตะวันออก สามารถชมได้ด้วยตาเปล่า
- สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (สดร.) จัด 5 จุดสังเกตการณ์หลักทั่วประเทศและมีการถ่ายทอดสด
สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ชวนผู้ที่หลงใหลปรากฎการณ์เหนือน่านฟ้า ในวันที่ 3 มีนาคม 2569 ซึ่งตรงกับวันมาฆบูชา วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา จะเกิดปรากฏการณ์ "จันทรุปราคาเต็มดวง" เวลาประมาณ 15:44 - 21:23 น. (เวลา ณ กรุงเทพมหานคร) โดยช่วงเวลาที่สามารถสังเกตเห็นได้ในประเทศไทย จะเป็นช่วงคราสเต็มดวงพอดี อย่างไรก็ดี ช่วงเวลาที่สามารถสังเกตปรากฏการณ์ "จันทรุปราคาเต็มดวง" มีระยะเวลาประมาณ 39 นาที ดวงจันทร์จะอยู่ในตำแหน่งค่อนข้างต่ำใกล้ขอบฟ้า คือ ตั้งแต่เวลา 18.23 - 19.02 น. ทางทิศตะวันออก ทั้งนี้ เวลามองเห็นดวงจันทร์อาจแตกต่างกันเล็กน้อยในแต่ละพื้นที่
ดวงจันทร์จะขึ้นจากขอบฟ้าทางทิศตะวันออก เวลา 18.23 น. ขณะนั้นดวงจันทร์ถูกเงามืดของโลกบดบังทั้งดวง จึงปรากฏเป็น "ดวงจันทร์สีแดงอิฐ" ตั้งแต่เริ่มมองเห็นเหนือขอบฟ้า และจะสังเกตได้จนถึงเวลาประมาณ 19.02 น. รวมระยะเวลาประมาณ 39 นาที
จากนั้นเริ่มเห็นดวงจันทร์ปรากฏเว้าแหว่งบางส่วนและค่อย ๆ ออกจากเงามืดของโลก และสิ้นสุดปรากฏการณ์จันทรุปราคาบางส่วน ในเวลา 20.17 น. และพ้นจากเงามัวของโลก จนสิ้นสุดปรากฏการณ์
ผู้สนใจสามารถรับชมได้ด้วยตาเปล่า ตั้งแต่เวลา 18.23 - 19.02 น. ทางทิศตะวันออก
ทั้งนี้ เวลามองเห็นดวงจันทร์อาจแตกต่างกันเล็กน้อยในแต่ละพื้นที่ และด้วยช่วงเวลาที่สามารถสังเกตปรากฏการณ์ "จันทรุปราคาเต็มดวง" มีระยะเวลาประมาณ 39 นาที ดวงจันทร์จะอยู่ในตำแหน่งค่อนข้างต่ำใกล้ขอบฟ้า
ระยะเวลาเกิดจันทรุปราคาเต็มดวง
เวลา 18.23 น. ดวงจันทร์ขึ้นจากขอบฟ้า (เวลา ณ กรุงเทพมหานคร)
- ดวงจันทร์ขึ้นจากขอบฟ้า ทางทิศตะวันออก ปรากฏเป็นสีแดงอิฐ เนื่องอยู่ในช่วงคราสเต็มดวงพอดี
ทั้งนี้ เวลาในการสังเกตเห็นดวงจันทร์อาจแตกต่างกันเล็กน้อยตามพื้นที่ และขึ้นอยู่กับสิ่งบดบังรอบตัว เช่น ตึก หรือต้นไม้
เวลา 18.33 น. กึ่งกลางคราส
ดวงจันทร์จะอยู่ใจกลางเงาของโลกพอดี แสงอาทิตย์จะถูกโลกบังทั้งหมด ดวงจันทร์ปรากฏเป็นสีแดงอิฐทั้งดวง
ทั้งนี้ แม้โลกจะบังแสงอาทิตย์ แต่ชั้นบรรยากาศโลกจะช่วย หักเหแสง ให้โค้งไปตกกระทบบนดวงจันทร์ โดยแสงสีน้ำเงินจะถูกกระเจิงออกไป เหลือเพียง แสงสีแดง ที่ทะลุผ่านไปได้ ดวงจันทร์ในช่วงกึ่งกลางคราสจึงปรากฏเป็นสีแดงอิฐ
เวลา 19.02 น. สิ้นสุดปรากฏการณ์จันทรุปราคาเต็มดวง
ดวงจันทร์เริ่มเคลื่อนออกจากเงามืดของโลก ทำให้มีแสงสว่างกลับมาปรากฏที่ขอบอีกครั้ง และค่อย ๆ ขยายพื้นที่ออกไปเรื่อย ๆ หลังจากช่วงนี้ไปจะมองเห็นดวงจันทร์เต็มดวงมีลักษณะเว้าแหว่งอีกครั้ง
เวลา 20.17 น. สิ้นสุดปรากฏการณ์จันทรุปราคาบางส่วน
ดวงจันทร์จะกลับเข้าสู่ช่วงเงามัวอีกครั้ง และความสว่างจะค่อย ๆ กลับคืนสู่ปกติ
เวลา 21.23 น. สิ้นสุดปรากฏการณ์จันทรุปราคาเงามัว
ความสว่างของดวงจันทร์กลับคืนสู่ปกติ
สิ้นสุดปรากฏการณ์จันทรุปราคาเต็มดวงในครั้งนี้โดยสมบูรณ์
แนะนำเลือกจุดสังเกตการณ์ที่เป็นพื้นที่โล่ง มองเห็นขอบฟ้าทางทิศตะวันออกได้ชัดเจน และไม่มีอาคารหรือต้นไม้บดบัง เช่น บนตึกสูง จุดชมวิว ริมทะเล และในกรณีที่สภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย มีเมฆมากหรือฝนตก อาจทำให้ไม่สามารถสังเกตการณ์ได้ชัดเจน
NARIT เปิด 5 จุดสังเกตการณ์หลัก
1. ณ อุทยานดาราศาสตร์สิรินธร อ. แม่ริม จ. เชียงใหม่
2. หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา นครราชสีมา
3. หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา ขอนแก่น
4. หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา ฉะเชิงเทรา
5. หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา สงขลา
ในคืนวันที่ 3 มีนาคม 2569 เวลา 18:00 - 22:00 น. มาชมปรากฏการณ์ "จันทรุปราคาเต็มดวง" ในวันมาฆบูชา และดูวัตถุท้องฟ้าที่น่าสนใจในคืนนั้น เข้าร่วมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย หรือชมถ่ายทอดสดปรากฏการณ์ทางเฟซบุ๊ก และยูทูบ NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ
ทั้งนี้ ได้ประชาสัมพันธ์เชิญชวนไปยังโรงเรียนในเครือข่ายกระจายโอกาสการเรียนรู้ดาราศาสตร์ ทั่วประเทศ ตั้งกล้องโทรทรรศน์ และจัดกิจกรรมสังเกตปรากฏการณ์ในครั้งนี้ด้วย ผู้สนใจสามารถตรวจสอบจุดสังเกตการณ์ใกล้บ้านท่านได้ที่ https://url.in.th/drYjB

