thansettakij
คอร์รัปชันฉุดไทยวิกฤต 'เอกชน’ ชี้ค่านิยมเพี้ยน กฎหมายป่วย จี้รัฐรื้อระเบียบ

คอร์รัปชันฉุดไทยวิกฤต 'เอกชน’ ชี้ค่านิยมเพี้ยน กฎหมายป่วย จี้รัฐรื้อระเบียบ

12 ก.พ. 2569 | 23:00 น.

ไทยวิกฤต! ดัชนีคอร์รัปชันรั้งอันดับ 116 ต่ำสุดรอบ 19 ปี "เอกชน" ชี้กฎหมายล้าสมัย-คนแห่บูชาฮีโร่สีเทา ยิ่งโกงยิ่งรวย จี้รัฐรื้อระเบียบก่อนพังทั้งระบบ

KEY

POINTS

  • ปัญหาเชิงโครงสร้างและกฎหมายที่ล้าสมัยมีช่องโหว่ เป็นปัจจัยสำคัญที่เอื้อให้เกิดการทุจริตคอร์รัปชัน
  • สังคมเผชิญวิกฤตค่านิยมที่ผิดเพี้ยน โดยยอมรับและยกย่องคนโกงว่าเป็นคนเก่ง รวมถึงเชิดชู "ฮีโร่สีเทา" ที่ร่ำรวยจากธุรกิจที่ไม่โปร่งใส
  • สถานการณ์ทุจริตที่รุนแรงสะท้อนผ่านดัชนีคอร์รัปชัน (CPI) ของไทยที่ตกต่ำสุดในรอบ 19 ปี และส่งผลกระทบเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจ

หลังการประเมินดัชนีเรื่องการทุจริต (Corruption Perceptions Index: CPI) ล่าสุด ประเทศไทยตกลงมาอยู่อันดับที่ 116 ของโลก ได้คะแนนเพียง 33 จาก 100 คะแนน ทำให้ดัชนีคอร์รัปชันต่ำสุดรอบ 19 ปี

นายมิลินทร์ วีระรัตนโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ตั้งงี่สุน ซูเปอร์สโตร์ จำกัด กล่าวแสดงความคิดเห็นกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ประเด็นเรื่องนี้ถูกสะท้อนออกมาว่าปัจจุบันเกิดการโกงกันและสังคมกำลังเผชิญกับวิกฤตค่านิยมที่มองว่าคนโกงคือคนเก่ง จากปัจจัยสำคัญคือ 

ปัญหาเชิงโครงสร้างและกฎหมายที่ป่วย เพราะกฎหมายไทยล้าสมัย มีช่องโหว่เยอะและตามไม่ทันสถานการณ์ ทำให้คนโกงมักกล่าวอ้างได้ว่าสิ่งที่ทำนั้น ถูกกฎหมายตลอดเวลา 

ตัวอย่างกรณีเรื่องประกันสังคม เงินประกันสังคมมีจำนวนมหาศาล แต่ระเบียบยังอิงฐานเดิมที่ให้หักงบดำเนินการได้ 10% ซึ่งในอดีตเงินส่วนนี้มีไม่มากนัก แต่ปัจจุบัน 10% คือเงินจำนวนมหาศาล ทำให้เกิดการใช้เงินอย่างสุรุ่ยสุร่าย ซึ่งน่าจะต้องแก้กฎหมายลดสัดส่วนงบเหล่านี้ลง จาก 10% ให้เหลือเพียง 1% ด้วยซ้ำ

คอร์รัปชันฉุดไทยวิกฤต 'เอกชน’ ชี้ค่านิยมเพี้ยน กฎหมายป่วย จี้รัฐรื้อระเบียบ

นอกจากนี้ การตรวจสอบของระบบก็ล้มเหลว หน่วยงานตรวจสอบถูกมองว่ามีปัญหาเรื่องทุจริตคอร์รัปชันเสียเอง และแม้จะเปลี่ยนระบบการทำงานไปอยู่บนแพลตฟอร์มดิจิทัล ก็ยังหาวิธีโกงได้อยู่ดี

นายมิลินทร์ กล่าวว่า ประเทศไทยยังมีวิกฤตด้านค่านิยมและฮีโร่สีเทา หลายคนยอมรับคนโกงเพื่อให้ได้ผลประโยชน์ส่วนตน ซึ่งทิศทางนี้น่ากลัวมากเพราะตัวอย่างคนโกง "ยิ่งโกง ยิ่งรวย ยิ่งโกง ยิ่งเก่ง" ความละอายต่อบาปจึงเริ่มหายไป โดยเฉพาะเด็กยุค Gen Z เริ่มเชิดชูคนที่รวยมาจากธุรกิจสีเทา หรือแม้แต่คนที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ก็ถูกมองว่าเป็นคนเก่งและมีระดับเพราะมีเงิน 

กลุ่มนี้ไม่สนว่าเงินนั้น "สะอาด" หรือไม่ ซึ่งคนทำผิดก็ไม่เกรงกลัวกฎหมาย ไม่เกรงกลัวการติดคุก ยิ่งไปกว่านั้นยังขาดการยับยั้งชั่งใจหรือการห้ามปรามจากสังคมเพราะมีเงิน และตอนนี้ผลกระทบของการคอร์รัปชันส่งผลเศรษฐกิจและธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจเล็กหรือใหญ่ต้องจ่ายเงินใต้โต๊ะ ซึ่งนำไปสู่การลดสเปกงานและสร้างความเสียหายในระยะยาว กระทบต่อคนในวงกว้าง

“รัฐบาลต้องรื้อระบบการปลูกฝังคุณธรรมและทัศนคติใหม่ทั้งหมด โดยเฉพาะในเด็กและเยาวชน ต้องเน้นประสิทธิภาพของงบประมาณ ไม่ใช่ดูแค่ตัวเลขงบประมาณว่ามีมากหรือน้อย ต้องดูว่าการใช้เงินนั้น "ถูกจุดและคุ้มค่า" หรือไม่ ส่วนบทบาทสื่อมวลชนก็มีส่วนสำคัญ คนธรรมดามีพลังน้อย แต่สื่อมวลชนต้องทำหน้าที่ "ไล่บี้" และตรวจสอบอย่างมีจริยธรรมเพื่อกดดันผู้กระทำผิดด้วย”