thansettakij
'แผ่นดินไหว' เขย่า สุราษฎร์ธานี 9 ครั้งติด ส่งสัญญาณเตือนอะไรให้ระวัง

'แผ่นดินไหว' เขย่า สุราษฎร์ธานี 9 ครั้งติด ส่งสัญญาณเตือนอะไรให้ระวัง

12 ก.พ. 2569 | 06:00 น.
อัปเดตล่าสุด :12 ก.พ. 2569 | 06:15 น.

สมาคมวิศวกรโครงสร้างไทย ตั้งข้อสังเกตุ สาเหตุ แผ่นดินไหวเขย่า ที่จังหวัด สุราษฎร์ธานี 9 ครั้งติดกัน ส่งสัญญาณเตือนอะไรบ้างให้ระวัง

KEY

POINTS

  • เกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาดเล็ก 9 ครั้งติดต่อกันที่ จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งมีสาเหตุจากรอยเลื่อนมีพลังคลองมะรุ่ย
  • แผ่นดินไหวมีความรุนแรงไม่มากพอที่จะสร้างความเสียหายต่อโครงสร้างอาคาร แต่ทำให้ประชาชนรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนได้
  • ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าเหตุการณ์นี้เป็นสัญญาณเตือนให้ต้องเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์จากรอยเลื่อนนี้อย่างใกล้ชิด
  • จ.สุราษฎร์ธานี ถูกจัดเป็นพื้นที่เฝ้าระวังตามกฎหมาย ซึ่งอาคารในพื้นที่ควรได้รับการออกแบบให้สามารถต้านทานแผ่นดินไหว

จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ติดต่อกัน 9 ครั้งในช่วงระหว่างวันที่ 11-12 ก.พ.69 ที่ผ่านมานั้น ศ.ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย และ อ.ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อธิบายว่า

แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเป็นแผ่นดินไหวขนาดเล็กขนาด 1.9-3.2 ซึ่งเป็นแผ่นดินไหวที่ทำให้ประชาชนรู้สึกได้ แต่ไม่กระทบต่อโครงสร้างอาคาร แผ่นดินไหวที่จะกระทบต่อโครงสร้างอาคารจะต้องเป็นแผ่นดินไหวขนาดกลางมีขนาดตั้งแต่ 4-5 ขึ้นไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความแข็งแรงของอาคารด้วย

 

สำหรับเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นนี้ ศ.ดร.อมร ระบุว่า เกิดจากรอยเลื่อนคลองมะรุ่ย ซึ่งเป็น 1 ใน 16 รอยเลื่อนมีพลังในประเทศไทย โดยรอยเลื่อนคลองมะรุ่ยนี้นอกจากจะกระทบต่อ จ.สุราษฎร์ธานีแล้ว ยังมีผลต่อ จ. กระบี่ พังงา ภูเก็ต ด้วย แต่เนื่องจากในคราวนี้ จุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ที่ จ.สุราษฎร์ธานี จึงเกิดการสั่นไหวของพื้นดินที่ จ.สุราษฎร์ธานี เป็นหลัก

ศ.ดร.อมร กล่าวต่อว่า จ.สุราษฎร์ธานี จัดเป็นบริเวณที่ 1 ตามกฎกระทรวงกำหนดการรับน้ำหนัก ความต้านทาน และความคงทนของอาคาร และพื้นดินที่รองรับอาคารต้านแผ่นดินไหว ปี 2564 ซึ่งบริเวณดังกล่าวถือได้ว่าเป็นพื้นที่เฝ้าระวัง

เนื่องจากมีความเป็นไปได้ว่าอาคารอาจได้รับผลกระทบจากการสั่นไหว บริเวณดังกล่าวครอบคลุมจังหวัด กระบี่ ชุมพร พังงา ตรัง นครพนม นครศรีธรรมราช บึงกาฬ ประจวบคีรีขันธ์ พิษณุโลก เพชรบุรี เลย สงขลา สตูล สุราษฎร์ธานีและหนองคาย ที่ผ่านมามีแผ่นดินไหวในบริเวณนี้บ้าง แต่ยังไม่ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างอาคาร

แผ่นดินไหวเขย่าจังหวัด สุราษฎร์ธานี

 

อย่างไรก็ตาม  แม้ว่าบริเวณที่ 1 ของกฎกระทรวงฯ จะมีโอกาสเกิดแผ่นดินไหวได้น้อยกว่าบริเวณที่ 2 (กรุงเทพฯและปริมณฑล) และ บริเวณที่ 3 (ภาคเหนือและตะวันตก) ก็ยังคงต้องเผ้าติดตามการเกิดแผ่นดินไหวจากรอยเลื่อนคลองมะรุ่ยว่าในอนาคตจะมีทิศทางการเกิดขึ้นอย่างไรต่อไป และอาคารบ้านเรือนต่างๆ ที่อยู่ในบังคับของกฎกระทรวงฯ ควรจะได้รับการออกแบบให้รองรับแผ่นดินไหวในระดับที่เหมาะสมด้วย 

ศ.ดร.อมร พิมานมาศ