thansettakij
กกต. เตือนซื้อสิทธิ-ขายเสียง ผิดกฎหมายเจอโทษหนักจำคุก 10 ปี

กกต. เตือนซื้อสิทธิ-ขายเสียง ผิดกฎหมายเจอโทษหนักจำคุก 10 ปี

01 ก.พ. 2569 | 04:55 น.
อัปเดตล่าสุด :01 ก.พ. 2569 | 05:59 น.

กกต.ประชาสัมพันธ์เตือนผู้มีสิทธิ ผู้สมัคร และพรรคการเมือง งดซื้อสิทธิขายเสียง เข้าข่ายผิดกฎหมายเลือกตั้ง โทษจำคุก ปรับสูง และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งสูงสุด 20 ปี พร้อมเปิดช่องแจ้งเบาะแสรับสินบนนำจับ

KEY

POINTS

  • กกต. เตือนว่าการซื้อสิทธิขายเสียงเป็นความผิดร้ายแรงตามกฎหมายเลือกตั้ง และมีโทษหนัก
  • ผู้ที่ซื้อสิทธิเลือกตั้งอาจต้องโทษจำคุก 1-10 ปี ปรับ 20,000-200,000 บาท และถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลา 20 ปี
  • ผู้ที่ขายสิทธิเลือกตั้งมีโทษจำคุก 1-5 ปี ปรับ 20,000-100,000 บาท และถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลา 10 ปี

วันนี้ (1 กุมภาพันธุ์ 2569) สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขอประชาสัมพันธ์เตือนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ผู้สมัครรับเลือกตั้ง และพรรคการเมือง งดเว้นการกระทำเข้าข่ายการซื้อสิทธิขายเสียง ซึ่งเป็นการกระทำที่ขัด ต่อกฎหมายเลือกตั้งและมีโทษทางอาญาอย่างร้ายแรง

กรณีผู้ซื้อสิทธิ

พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 73 บัญญัติว่า ห้ามมิให้ผู้สมัครหรือผู้ใดกระทำการอย่างหนึ่ง อย่างใดเพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้แก่ตนเองหรือผู้สมัครอื่น หรือบัญชีรายชื่อของพรรค การเมืองใด ให้งดเว้นการลงคะแนนให้แก่ผู้สมัคร หรือบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองใด หรือการชักชวนให้ไปลงคะแนนไม่เลือกผู้ใดเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

1. จัดทำ ให้ เสนอให้ สัญญาว่าจะให้ หรือจัดเตรียมเพื่อจะให้ ทรัพย์สิน หรือผลประโยชน์อื่นใด อันอาจคำนวณเป็นเงินได้แก่ผู้ใด

2. ให้ เสนอให้ หรือสัญญาว่าจะให้เงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดไม่ว่าจะโดยตรงหรือโดยอ้อมแก่ชุมชน สมาคม มูลนิธิ วัด สถานศึกษา สถานสงเคราะห์ หรือสถาบันอื่นใด

3. ทำการโฆษณาหาเสียงด้วยการจัดให้มีมหรสพหรือการรื่นเริงต่าง ๆ

4. เลี้ยงหรือรับจะจัดเลี้ยงผู้ใด

5. หลอกลวง บังคับ ขู่เข็ญ ใช้อิทธิพลคุกคาม ใส่ร้ายด้วยความเท็จ หรือจูงใจให้เข้าใจผิด ในคะแนนนิยมของผู้สมัครหรือพรรคการเมือง

หากผู้ใดฝ่าฝืน ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่1 –10 ปี หรือปรับตั้งแต่20,000 –200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกำหนด 20 ปี 

ในกรณีที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษผู้กระทำความผิด ให้ศาลสั่งจ่ายเงินสินบนนำจับไม่เกินกึ่งหนึ่งจากจำนวนเงินค่าปรับแก่ผู้แจ้งความนำจับ (มาตรา 158 และ 159)

กรณีผู้ขายเสียง

พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 101 บัญญัติว่า ห้ามมิให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งผู้ใดเรียก รับ หรือยอมจะรับเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่น เพื่อลงคะแนนหรืองดเว้นไม่ลงคะแนน

ผู้ใดฝ่าฝืน ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่1 -5 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 – 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกำหนด 10 ปี

ในกรณีที่ผู้ฝ่าฝืนเป็นผู้รับหรือยอมจะรับเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด ถ้าได้แจ้งถึงการกระทำดังกล่าวต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งหรือผู้ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้งมอบหมายก่อนถูกจับกุม ผู้นั้นไม่ต้องรับโทษและไม่ต้องถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง (มาตรา 164)

ทั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ขอความร่วมมือผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ผู้สมัครรับเลือกตั้ง และพรรคการเมือง ไม่ซื้อสิทธิไม่ขายเสียง เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความสุจริตเที่ยงธรรม และชอบด้วยกฎหมาย

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและติดตามข้อมูลข่าวสารการเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติ ได้ที่เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง www.ect.go.th หรือสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด หรือบริการสายด่วน