
ผู้ว่าฯสงขลา ตั้งกรรมการสอบ 'หักหัวคิวข้าวกล่อง' กำลังพลช่วยน้ำท่วมหาดใหญ่
ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ลงนามคำสั่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง กรณีกำลังพล อส. ร้องเรียนถูกหักงบข้าวกล่อง ระหว่างลงพื้นที่ช่วยประชาชนหาดใหญ่ พบข้อสงสัยข้าวน้อย คุณภาพต่ำ บางมื้อถึงขั้นบูด สั่งเร่งสอบให้ชัดใน 30 วัน
KEY
POINTS
- ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาลงนามแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง กรณีมีการร้องเรียนเรื่องทุจริตงบประมาณค่าอาหารกล่องของกำลังพล อส. ที่ปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือน้ำท่วม
- การร้องเรียนเกิดจากกำลังพล อส. ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ หลังได้รับข้าวกล่องคุณภาพต่ำ ปริมาณน้อย และไม่สมราคา
- มีข้อสงสัยว่าผู้ใหญ่บ้านระดับจังหวัดและกำนันในพื้นที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการหักหัวคิวค่าอาหารดังกล่าว
- คณะกรรมการที่ตั้งขึ้นมีกรอบเวลาในการสืบสวนและรายงานผลให้ผู้ว่าฯ ทราบเพื่อพิจารณาสั่งการภายใน 30 วัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (13 ธ.ค.68) นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ลงนามในคำสั่งจังหวัดสงขลา ที่ 8158/10568 แต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง กรณีมีการร้องเรียนผ่านสื่อสังคมออนไลน์จากกำลังพลอาสารักษาดินแดน (อส.) ซึ่งลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนในอำเภอหาดใหญ่ โดยขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบการใช้งบประมาณค่าข้าวกล่องสำหรับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่
ทั้งนี้ จากข้อมูลที่ปรากฏในพื้นที่ มีการตั้งข้อสงสัยว่า ผู้ใหญ่บ้านระดับจังหวัด พร้อมลูกน้อง ร่วมกับกำนันในพื้นที่ อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการหักหัวคิวงบค่าข้าวกล่อง ส่งผลให้ข้าวกล่องที่จัดให้กำลังพลมีปริมาณน้อย ไม่สมราคา และบางมื้อพบว่าข้าวกล่องบูด มีคุณภาพต่ำ สร้างความไม่พอใจและกระทบต่อขวัญกำลังใจของผู้ปฏิบัติงาน
เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงที่ชัดเจน ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาได้อาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 และพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 แต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง ประกอบด้วย
- หัวหน้าสำนักงานจังหวัดสงขลา เป็นประธานกรรมการ
- นางสาวนภพร เกษรพันธุ์ ผู้อำนวยการกลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรม สำนักงานจังหวัดสงขลา เป็นกรรมการ
- นายภูวนัย จันสุกศร นิติกรชำนาญการ ที่ทำการปกครองจังหวัดสงขลา เป็นกรรมการและเลขานุการ
- นางสาวลัดดาวัลย์ สุวรรณรัตน์ นิติกรชำนาญการพิเศษ สำนักงานจังหวัดสงขลา เป็นกรรมการ
คำสั่งดังกล่าวกำหนดให้คณะกรรมการมีอำนาจสืบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน เรียกบุคคลมาให้ถ้อยคำ หรือขอเอกสารที่เกี่ยวข้องตามความจำเป็น พร้อมรายงานผลการสืบสวนและเสนอความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาสั่งการ ภายในระยะเวลา 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ประธานคณะกรรมการได้รับทราบคำสั่ง
ทั้งนี้ คำสั่งมีผลตั้งแต่วันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2568 เป็นต้นไป






