
สถ.ส่งหนังสือด่วนถึง 9 ผู้ว่าฯ จังหวัดใต้ ลดขั้นตอนรับเงินเยียวยาน้ำท่วม
อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น หรือ สถ. ทำหนังสือถึงด่วนที่สุดถึง ผู้ว่าราชการ 9 จังหวัดภาคใต้ ลดขั้นตอนขอรับเงินเยียวยาน้ำท่วมทั้งหมด ใช้แค่เลขประจำตัวประชาชน และบัญชีธนาคาร
KEY
POINTS
- กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ส่งหนังสือด่วนถึงผู้ว่าราชการ 9 จังหวัดภาคใต้ เพื่อเร่งรัดการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย
- มีเป้าหมายเพื่อลดขั้นตอนและเร่งรัดการเบิกจ่ายเงินเยียวยาแก่ผู้ประสบภัยให้รวดเร็วขึ้น และไม่สร้างภาระซ้ำซ้อนแก่ประชาชน
- เสนอแนวทางให้ใช้หลักฐานที่ง่ายขึ้นในการยืนยันการจ่ายเงิน เช่น ใช้เลขบัตรประชาชนคู่กับบัญชีธนาคาร หรือบันทึกภาพถ่ายขณะมอบความช่วยเหลือ
วันนี้ (1 ธันวาคม 2568) มีรายงานข่าวแจ้งว่า นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) กระทรวงมหาดไทย ได้ทำหนังสือด่วนที่สุด ลงเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2568 ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ตรัง และสตูล เพื่อแจ้งเร่งรัดการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ในพื้นที่ 9 จังหวัดภาคใต้ โดยมีรายละเอียดว่า
ขณะนี้ ได้เกิดสถานการณ์อุทกภัย เนื่องจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้และทะเลอันดามัน มีกำลังแรงขึ้น ประกอบกับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังค่อนข้างแรงทำให้ภาคใต้มีฝนตกหนักหลายพื้นที่ และมีฝนตกหนักมากบางแห่ง ระหว่างวันที่ 17 พฤศจิกายน 2568 ถึงปัจจุบัน
โดยยังมีสถานการณ์ในพื้นที่ 9 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ตรัง พัทลุง สตูลสงขลา ปัตตานี ยะลา และจังหวัดนราธิวาส มีประชาชนได้รับผลกระทบเป็นจำนวนมากจากสถานการณ์ดังกล่าว
ทั้งนี้เนื่องจากเป็นสถานการณ์ฉุกเฉินที่ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ขอเรียนว่า เพื่อให้การดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่9จังหวัดภาคใต้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย
โดยยึดหลักความเดือนร้อนของประชาชนเป็นสำคัญ และให้การเบิกจ่ายเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยเป็นไปอย่างรวดเร็ว เหมาะสม ไม่สร้างภาระซ้ำซ้อนให้กับประชาชน
จึงขอความร่วมมือจังหวัดแจ้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ดำเนินการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในฤดูฝน ปี 2568 ตามมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง รวมถึงเน้นย้ำตามแนวทางของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินที่ให้เก็บเอกสารหลักฐานที่เชื่อได้ว่าเป็นการยืนยันตัวตน และมีการจ่ายเงินจริง ดังนี้
- ใช้เลขประจำตัวประชาชน (ID) และหมายเลขบัญชีธนาคารที่รับโอนเงิน
- บันทึกภาพถ่ายขณะมอบความช่วยเหลือ ซึ่งให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้บันทึกได้เอง
- หรือให้ผู้รับ ลงนามยืนยันว่าได้รับเงินจริงก่อนดำเนินการโอนเงิน











