thansettakij
thansettakij
‘ปังกิลินัน’ ขอรัฐบาล ‘ดูเตอร์เต’ ถ้าให้ดี ‘อย่ามาขวางทางธุรกิจ’

‘ปังกิลินัน’ ขอรัฐบาล ‘ดูเตอร์เต’ ถ้าให้ดี ‘อย่ามาขวางทางธุรกิจ’

23 มิ.ย. 59 | 14:00 น.
อัปเดตล่าสุด :23 มิ.ย. 59 | 15:24 น.
หนังสือพิมพ์ฟิลิปปินเดลี่เอ็นไควเรอร์ รายงานว่ามหาเศรษฐีนักธุรกิจนาย มานูเอล วี. ปังกิลินัน ประกาศว่ารัฐบาลจะช่วยภาคธุรกิจเอกชนได้ ด้วยการไม่มายุ่งกับธุรกิจมากเกินไปจนเป็นการขวางทาง
นายปังกิลินัน พูดในที่ประชุมผู้ถือหุ้นประจำปี บริษัทฟิลิปปินลองดีสแทนส์ เทเลโฟนฯ ว่าบริษัทมีการลงทุนหลายพันล้านเปโซเพื่อเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคดิจิตอล พร้อมกับเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น พีแอลดีพี เพื่อเปลี่ยนภาพพจน์จากบริษัทที่ให้บริการโทรศัพท์ทางไกลมาเป็นบริษัทที่ให้บริการระบบสื่อสารสำหรับสังคมดิจิตอล

นายปังกิลินัน ในฐานะประธานบริษัท มหาเศรษฐีเจ้าของบริษัทเฟิร์สแปซิฟิกฯ และผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทพีแอลดีที กล่าวแก่นักข่าวในการประชุมผู้ถือหุ้นที่สำนักงานเมืองมากาตีซิตี้ว่า “คนบางคนรวมทั้งคนในรัฐบาลไม่เข้าใจการปฏิบัติการเพื่อการเปลี่ยนผ่าน บริษัท พีแอลดีทีฯ และบริการอัจฉริยะ ให้เข้าสู่ยุคดิจิตอลและเพราะความไม่เข้าใจ ทำให้กลายเป็นว่าพวกนี้ขวางทางโครงการใหญ่ยักษ์ซึ่งมีเป้าเริ่มเปลี่ยนผ่านในปี 2561”

ปังกิลินัน พูดว่า “ทางที่ดีที่สุดคนในภาครัฐต้องเลิกยุ่งกับโครงการนี้มากเกินไป ถ้าจะให้ดีคือรัฐต้องอยู่ห่างๆ ไม่เป็นผู้ขวางทางโครงการเสียเองเพราะเป็นเรื่องของเอกชนที่ลงทุนเองล้วน ๆ ไม่ได้ใช้เงินหรือหลักประกันของรัฐ”

ฟิลิปปินเดลี่เอ็นไควเรอร์ ระบุว่า นายปังกิลินัน ออกมาวิจารณ์รัฐบาลหลังจากที่บริษัท พีแอลดีทีฯ ร่วมกับบริษัทโกร๊บเทเลคอมฯ ยักษ์ใหญ่เทเลคอมอีกรายของฟิลิปปินส์ เสนอซื้อกิจการบริษัทวีก้า เทเลคอมฯ ซึ่งเป็นบริษัทเทเลคอมของ บริษัทซานมิเกลฯ ในราคา 69,100 ล้านเปโซ (ประมาณ 52,600 ล้านบาท) เพื่อพัฒนาและขยายบริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงของทั้ง 2 บริษัทแต่โดนหน่วยงานต่อต้านการผูกขาดของรัฐเข้าขวางและประกาศว่าจะไม่อนุมัติการซื้อกิจการครั้งนี้จนกว่าจะมีการตรวจสอบอย่างละเอียด

รายงานข่าวระบุว่าหน่วยงานต่อต้านการผูกขาดของรัฐบาลฟิลิปปินส์เป็นหน่วยงานใหม่ที่ตั้งขึ้น ชื่อฟิลิปปินคอมเพททิชันคอมมิชชัน (พีซีซี) ซึ่งเมื่อทราบว่า พีแอลดีทีและโกล๊บเทเลคอมเตรียมซื้อวีก้าเทเลคอม ออกแถลงการณ์ทันทีว่า จะไม่อนุมัติการซื้อขายจนกว่าจะมีการศึกษาอย่างละเอียดเพื่อดูว่าการควบรวมกิจการดังกล่าวจะมีผลเปลี่ยนโครงสร้างตลาดอย่างมีนัยสำคัญหรือไม่และมีผลต่อสาธารณชนอย่างไร

ฟิลิปปินเดลี่เอ็นไควเรอร์ คาดว่าแถลงการณ์ของหน่วยงานต่อต้านการผูกขาดซึ่งเกิดขึ้นใหม่นี้อาจทำให้บริษัทเอกชนฟ้องร้องได้เนื่องจาก การเจรจาซื้อกิจการเสร็จสิ้นในวันที่ 30 พฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงเวลา 4 วันก่อนที่มีการตีพิมพ์ประกาศแนวทางหลักปฏิบัติของพีซีซีเผยแพร่ต่อสาธารณชน ดังนั้นจึงอาจตีความได้ว่าหลักปฏิบัติใหม่ยังไม่มีผลใช้บังคับกับกรณีการควบรวมของพีแอลดีที กับโกร๊บ

ทางด้านพีซีซี แถลงว่า หลักปฏิบัติเป็นแนวทางในการปฏิบัติซึ่งไม่ได้ลดทอนอำนาจของ พีซีซี ในการพิจารณากรณีการควบรวมกิจการต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างในกรณีที่มีผลต่อผลประโยชน์ของชาติและนโยบายสาธารณะ โดยการนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณานั้น เพื่อเป็นหลักประกันว่า สุดท้ายแล้วสาธารณชนจะต้องได้ประโยชน์จากการควบคุมการผูกขาด

ฟิลิปปินเดลี่เอ็นไควเรอร์ ระบุว่าการเคลื่อนไหวของพีซีซี เกิดขึ้นหลังจากที่ประธานาธิบดี ดูเตอร์เต ได้เตือนบริษัทเทเลคอมทั้ง 2 บริษัทว่ารัฐบาลอาจจะเปิดเสรีให้บริษัทเทเลคอมต่างชาติเข้ามาทำธุรกิจให้บริการอินเตอร์เน็ต หากบริษัทในประเทศไม่สามารถแก้ไขปัญหาอินเตอร์เน็ตช้าในประเทศฟิลิปปินส์ได้

ขณะนี้ชาวฟิลิปปินส์ประสบปัญหาบริการอินเตอร์เน็ตไม่เพียงพอและช้าอย่างมากโดยมีการสำรวจของ Ookla บริษัทตรวจวัดบริการอินเตอร์เน็ตสากล พบว่าครัวเรือนฟิลิปปินส์ได้บริการอินเตอร์เน็ตในความเร็วเฉลี่ยที่ 3.64 เมกะบิต อยู่ในอันดับที่ 176 จาก 202 ประเทศที่มีการสำรวจ โดยความเร็วของการดาวน์โหลดอินเตอร์เน็ตของฟิลิปปินส์ ช้ากว่าเฉลี่ยของโลก 8 เท่า และมีความเร็วเป็นอันดับรองบ๊วยในเอเชีย 22 ประเทศ

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,168 วันที่ 23 - 25 มิถุนายน พ.ศ. 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • headline