
เขื่อนเจ้าพระยา เพิ่มการระบายน้ำ พื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำเช็กด่วน
เขื่อนเจ้าพระยา ปรับเพิ่มการระบายน้ำจาก 1,950 ลบ.ม./วินาที เป็น 2,000 ลบ.ม./วินาที พื้นที่ลุ่มต่ำเหนือเขื่อนและพื้นที่นอกคันกั้นน้ำ เตรียมรับผลกระทบ ด้านกทม.ไม่ประมาท กางแผนรับมือน้ำเหนือ น้ำทะเลหนุน ฝนตกหนัก
วันที่ 12 กันยายน 2568 กรมชลประทาน รายงานว่า ตั้งแต่เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป จะทยอยปรับเพิ่มการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาจากอัตรา 1,950 ลบ.ม./วินาที เป็น 2,000 ลบ.ม./วินาที ภายในเวลา 15.00 น. ของวันนี้(12 ก.ย.68) และคงอัตราดังกล่าวต่อเนื่อง เพื่อให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำทางตอนบนและฝนที่ตกในระยะนี้
อัปเดตสถานการณ์น้ำเจ้าพระยา ในช่วงเช้าของวันนี้ เวลา 06.00 น.
สถานี C.2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์
- ปริมาณน้ำไหลผ่าน 2,101 ลบ.ม./วินาที
- ระดับน้ำ 23.06 ม. (ต่ำกว่าตลิ่ง 2.64 ม.)
- แนวโน้มเพิ่มขึ้น
สถานี C.13 เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท
- ปริมาณน้ำไหลผ่าน 1,950 ลบ.ม./วินาที
- ระดับน้ำเหนือเขื่อน 17.11 ม.
- ระดับน้ำท้ายเขื่อน 14.53 ม. (ต่ำกว่าตลิ่ง 1.81 ม.)
- แนวโน้มเพิ่มขึ้น
การบริหารจัดการน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยา ด้วยการหน่วงน้ำไว้ด้านเหนือ พร้อมรับน้ำเข้าระบบชลประทานทั้ง 2 ฝั่ง ตามศักยภาพของคลอง เพื่อลดผลกระทบให้ได้มากที่สุด
พื้นที่ลุ่มต่ำริมน้ำบริเวณด้านเหนือเขื่อนที่ได้รับผลกระทบ
- อ.มโนรมย์ (ต.ท่าฉนวน ต.ศิลาดาน ต.วัดโคก ต.คุ้งสำเภา จ.ชัยนาท
- อ.วัดสิงห์ (ต.มะขามเฒ่า ต.วัดสิงห์) จ.ชัยนาท
- อ.เมืองชัยนาท (ต.ธรรมามูล ต.หาดท่าเสา ต.เขาท่าพระ ต.ท่าชัย ต.บ้านกล้วย ต.ชัยนาท)
พื้นที่นอกคั้นกันน้ำบริเวณด้านท้ายเขื่อนที่ได้รับผลกระทบ
- คลองโผงเผง จังหวัดอ่างทอง
- คลองบางบาล ตำบลหัวเวียง อำเภอเสนา
- ตำบลลาดชิด ตำบลท่าดินแดง อำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่อยู่ติดกับแม่น้ำน้อย
หากระดับน้ำทางตอนบนเพิ่มสูงขึ้น และส่งผลให้มีปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มมากขึ้น จะแจ้งให้ทราบเป็นระยะต่อไป
กรุงเทพมหานคร เตรียมเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำเจ้าพระยาและพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ลงพื้นที่ตรวจแนวคันกั้นน้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยาและพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม โดยกล่าวถึงภาพรวมสถานการณ์น้ำของกรุงเทพฯ ที่ต้องเฝ้าระวังจาก 3 ส่วนหลัก ได้แก่
- น้ำฝนในพื้นที่ โดยช่วงที่ผ่านมา กรุงเทพฯ มีฝนตกหนักต่อเนื่อง และตกแบบ Rain Bomb ซึ่งมีสาเหตุจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
- น้ำทะเลหนุน ซึ่งจะมีผลดันระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาให้สูงขึ้น
- น้ำเหนือที่ไหลลงมา ซึ่งต้องติดตามใกล้ชิด เนื่องจากปริมาณน้ำในเขื่อนค่อนข้างสูง ใกล้เคียงกับปี 2554 แต่เชื่อว่าปีนี้จะสามารถบริหารจัดการได้ดีกว่า เพราะมีบทเรียนและประสบการณ์ที่ผ่านมา
ปัจจุบันเขื่อนเริ่มทยอยปล่อยน้ำลงมา อัตราการปล่อยอยู่ที่ประมาณ 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่ระดับวิกฤตอยู่ที่ 3,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ดังนั้นยังมีช่องว่างในการรองรับได้ แต่ไม่สามารถวางใจได้ ต้องระวังหากเกิดพายุเข้าหรือฝนตกหนักทางภาคเหนือ ซึ่งมีโอกาสทำให้น้ำไหลเข้าเขื่อนเพิ่มขึ้นและอาจทำให้เขื่อนต้องปล่อยน้ำเพิ่ม
ในส่วนของแนวคันกั้นน้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยา ยังมีจุดฟันหลอที่ไม่มีคันกั้นน้ำ จำนวน 32 จุด ดำเนินการก่อสร้างแนวคันกั้นน้ำเสร็จแล้ว 22 จุด อยู่ระหว่างดำเนินการอีก 10 จุด ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จ 3 จุดภายในเดือนกันยายน 2568 อีก 7 จุดที่เหลืออยู่ระหว่างการของบประมาณ โดยจุดที่เหลือเหล่านี้ได้จัดเรียงกระสอบทรายแล้ว
สำหรับจุดที่ติดตามข้อมูลอัปเดต อาทิ บริเวณ ปตร.บางกรวย (จ.นนทบุรี) ซึ่งเป็นเขื่อนของกรมชลประทานที่มีความเสียหายด้านหน้าประตู ทำให้น้ำสามารถเข้ามาได้ ที่ผ่านมาเทศบาลเมืองบางกรวยได้ทำคันดินชั่วคราวสูง +2.5 ม.รทก. ซึ่งสามารถใช้การได้ น้ำไม่เข้า ส่วนการซ่อมถาวร กรมชลฯ อยู่ระหว่างของบประมาณ 2569, บริเวณวัดวิมุตยาราม ซึ่งเพิ่งสร้างเขื่อนเสร็จ ทำให้การป้องกันน้ำดีขึ้น, บริเวณวัดจันทร์สโมสร ซึ่งเป็นจุดฟันหลอ ได้มีการเตรียมกระสอบทรายไว้แล้ว, บริเวณวังหลัง ซึ่งเมื่อก่อนเป็นจุดฟันหลอ ปัจจุบันดำเนินการเรียบร้อย, บริเวณวัดระฆัง เป็นจุดอ่อนเนื่องจากเป็นท่าขึ้น-ลงเรือ ได้มีการจัดเรียงกระสอบทรายแล้ว
“การลงพื้นที่วันนี้เพื่อสร้างความมั่นใจว่า กทม. พร้อมดำเนินการเต็มที่ในการดูแลทุกคน หากพบปัญหาให้แจ้งเข้ามาได้ที่ Traffy Fondue หรือโทร. 0 2248 5115 หรือสายด่วน 1555 ตลอด 24 ชั่วโมง”
นายชัชชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า ได้กำชับสำนักการระบายน้ำให้ดูแลแนวคันกั้นน้ำให้เข้มแข็ง เสริมในจุดที่อ่อนแอ จุดไหนที่ยังทำไม่เสร็จ ก็จัดเตรียมกระสอบทรายให้พร้อม ติดตามดูแลคันกั้นน้ำด้านบนแม้ไม่ใช่ของ กทม.






