
20 เมืองอากาศแย่ที่สุดในโลก ไทยติดโผ ฝุ่นพิษ PM2.5 ระบาดหนัก
เปิดลิสต์ 20 เมืองที่คุณภาพอากาศย่ำแย่ที่สุดในโลก เผชิญปัญหาฝุ่น PM2.5 รุนแรง กรุงเทพฯ ติดอันดับ ตามรายงาน IQAir
มลพิษทางอากาศเป็นหนึ่งในปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ร้ายแรงที่สุดของโลกในปัจจุบัน โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ที่มีประชากรหนาแน่นและการใช้พลังงานสูง คุณภาพอากาศที่ย่ำแย่ไม่ได้เป็นเพียงปัญหาในระดับท้องถิ่น แต่ยังส่งผลกระทบต่อสุขภาพและเศรษฐกิจในระดับโลกด้วย ฝุ่นละอองขนาดเล็กอย่าง PM2.5 ที่เกิดจากกิจกรรมมนุษย์ เช่น การเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล การเผาขยะ และการใช้รถยนต์ ได้กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้คุณภาพอากาศในเมืองใหญ่ทั่วโลกเสื่อมโทรมลงอย่างรวดเร็ว
รายงานจาก IQAir เผยรายชื่อเมืองที่เผชิญวิกฤตอากาศแย่ที่สุด โดยมีการจัดอันดับตามค่า AQI (Air Quality Index) หรือดัชนีคุณภาพอากาศ ซึ่งแสดงให้เห็นว่า 20 เมืองใหญ่ที่มีอากาศแย่ที่สุดกระจายอยู่ในภูมิภาคเอเชีย แอฟริกา และตะวันออกกลาง
20 เมืองคุณภาพอากาศย่ำแย่ที่สุดในโลก
- ละฮอร์, ปากีสถาน – ค่า AQI 278
- ธากา, บังกลาเทศ – ค่า AQI 244
- กัมปาลา, ยูกันดา – ค่า AQI 198
- กาฐมาณฑุ, เนปาล – ค่า AQI 197
- ทาชเคนต์, อุซเบกิสถาน – ค่า AQI 197
- ปักกิ่ง, จีน – ค่า AQI 194
- แบกแดด, อิรัก – ค่า AQI 184
- การาจี, ปากีสถาน – ค่า AQI 173
- กัลกัตตา, อินเดีย – ค่า AQI 169
- มุมไบ, อินเดีย – ค่า AQI 166
- กรุงเทพฯ, ไทย – ค่า AQI 166
- นิวเดลี, อินเดีย – ค่า AQI 164
- สโกเปีย, นอร์ทมาซิโดเนีย – ค่า AQI 161
- มะนิลา, ฟิลิปปินส์ – ค่า AQI 157
- มานามา, บาห์เรน – ค่า AQI 152
- ย่างกุ้ง, เมียนมา – ค่า AQI 152
- โดฮา, กาตาร์ – ค่า AQI 134
- เกาสง, ไต้หวัน – ค่า AQI 122
- คูเวตซิตี, คูเวต – ค่า AQI 118
- ฮานอย, เวียดนาม – ค่า AQI 116
(ข้อมูล ณ เวลา 11.00 น. 25 มกราคม 2568)
ในรายงานเดียวกัน กรุงเทพฯ ถูกจัดให้อยู่ในอันดับที่ 11 โดยมีค่า AQI 166 เทียบเท่ากับเมืองใหญ่อื่นๆ อย่างมุมไบ ประเทศอินเดีย และมีระดับมลพิษในหมวด "ไม่ดีต่อสุขภาพ" ซึ่งหมายถึงอากาศที่ไม่เหมาะสมต่อทุกคน โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และผู้ที่มีโรคประจำตัว
วิกฤตฝุ่น PM2.5 เกิดจากหลายปัจจัย เช่น การจราจรที่คับคั่ง การเผาไหม้เชื้อเพลิงในอุตสาหกรรม และการเผาขยะในพื้นที่โดยรอบ นอกจากนี้ สภาพอากาศในช่วงฤดูหนาวยังเป็นตัวกระตุ้นให้มลพิษสะสมตัวในอากาศมากขึ้น
คุณภาพอากาศที่ย่ำแย่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสุขภาพของประชาชน การสัมผัสกับ PM2.5 เป็นเวลานานอาจทำให้เกิดโรคทางเดินหายใจ โรคหัวใจ และเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็ง นอกจากนี้ ปัญหานี้ยังส่งผลต่อเศรษฐกิจผ่านการเพิ่มค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุข และลดประสิทธิภาพการทำงานของประชาชน






