ติดเชื้อโควิดจริงขั้นต่ำ 4 หมื่นรายต่อวัน เพราะอะไร อันตรายยังไง อ่านเลย

21 ก.ค. 2565 | 23:11 น.

ติดเชื้อโควิดจริงขั้นต่ำ 4 หมื่นรายต่อวัน เพราะอะไร อันตรายยังไง อ่านเลยที่นี่มีคำตอบ หมอเฉลิมชัยเผยติดเชื้อแบบ ATK พบมากเป็น 10 เท่าของแบบ PCR

น.พ.เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ (หมอเฉลิมชัย) รองประธานกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา โพสต์ blockdit ส่วนตัว "ร้อยแปดพันเก้ากับหมอเฉลิมชัย" โดยมีข้อความว่า

 

ติดเชื้อแบบ ATK พบมากเป็น 10 เท่าของแบบ PCR ติดเชื้อรวมเฉลี่ยวันละมากกว่า 20,000 ราย ส่งผลให้ผู้ป่วยหนักและผู้เสียชีวิตขยับตัวเพิ่มขึ้น

 

หลังจากที่ประเทศไทยได้เข้าสู่โควิดระลอกมกราคม 2565  ซึ่งมีไวรัสโอมิครอนเป็นสายพันธุ์หลัก โดยเข้ามาแทนที่ไวรัสเดลต้าเมื่อปลายปี 2564

 

จะพบการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญคือ ในช่วง 6 เดือนเศษที่ผ่านมา ไวรัสโอมิครอนจะเป็นสายพันธุ์หลักโดยตลอด

 

แต่ได้มีสายพันธุ์ย่อย (Subvariant) ซึ่งเปลี่ยนแปลงมาแล้วถึง 3 ครั้งคือ BA.1 เปลี่ยนเป็น BA.2 และในที่สุดเปลี่ยนเป็น BA.5

 

และทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์ย่อย ความสามารถของไวรัสในการแพร่ระบาดก็เพิ่มขึ้นมาโดยตลอด

 

ในขณะนี้คือ เดือนกรกฎาคม 2565  ไวรัสสายพันธุ์ย่อย BA.5 ได้กลายเป็นสายพันธุ์หลักของประเทศไทยเรียบร้อยแล้ว

 

ด้วยคุณสมบัติที่แพร่ได้รวดเร็วและง่ายกว่าไวรัสก่อโรคโควิดทุกสายพันธุ์ โดยในทางวิชาการหรือทางทฤษฎีพบว่า

BA.5 แพร่ได้ง่ายและเร็วกว่าไวรัสสายพันธุ์อู่ฮั่น 5.6 เท่า ( 18.6/3.3) และแพร่ได้ง่ายและเร็วกว่าสายพันธุ์เดลตา 3.6 เท่า (18.6/5.1) แต่ไม่ได้ก่ออาการของโรคที่รุนแรงมากนัก

 

จึงทำให้การติดเชื้อในปัจจุบัน มีผู้ติดเชื้อเป็นจำนวนมาก แต่ไม่ค่อยมีอาการ และจำนวนผู้ป่วยที่อาการรุนแรงก็มีไม่มากนัก

 

ประกอบกับมีการส่งสัญญาณสาธารณะว่า โควิดจะเข้าสู่การเป็นโรคประจำถิ่น(Endemic) ร่วมกับการรายงานผู้ติดเชื้อที่ลดลงอย่างมากคือ รายงานเฉพาะผู้ป่วยที่ตรวจแบบ PCR และเข้ารับการรักษาตัว

 

ไม่ได้รายงานผู้ติดเชื้อแบบตรวจ ATK ซึ่งรักษาตัวเองอยู่ที่บ้าน
ทำให้สาธารณะ เกิดการผ่อนคลายวินัยการป้องกันตนเองลง

 

ในขณะนี้ ทางผู้รับผิดชอบได้กลับมารายงานผู้ติดเชื้อแบบ ATK อีกครั้งหนึ่ง (ซึ่งถูกต้องและเหมาะสม) แต่เป็นการรายงานรายสัปดาห์ แทนที่จะเป็นรายวัน

 

ติดเชื้อโควิดจริงขั้นต่ำ 4 หมื่นรายต่อวัน

 

จึงทำให้ปรากฏพบว่า มีผู้ติดเชื้อแบบ ATK คิดเป็นจำนวนมากกว่าแบบ PCR ถึง 10 เท่าตัว

 

โดยในช่วง 3-9 กรกฎาคม 2565  ติดเชื้อแบบ ATK วันละ 21,362 ราย
ติดเชื้อแบบ PCR วันละ 2180 ราย

 

และในช่วง 10-16 กรกฎาคม 2565 ติดเชื้อแบบ ATK วันละ 20,547 ราย 
ติดเชื้อแบบ PCR วันละ 1995 ราย

 

นั่นคือ เรามีผู้ติดเชื้อแบบ ATK คิดเป็น 10 เท่า ของผู้ติดเชื้อแบบ PCR

และยังพบอีกว่า ในช่วงสองสัปดาห์เปรียบเทียบกันนั้น

 

  • ผู้ป่วยปอดอักเสบ เพิ่มขึ้น 14.81% 
  • จากครองเตียงวันละ 680 เตียง
  • เพิ่มเป็น 781 เตียง

 

ผู้ป่วยหนักที่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ 

 

  • เพิ่มขึ้น 9.38% 
  • จากครองเตียง 315 เตียง
  • เพิ่มเป็น 345 เตียง

 

โดยจำนวนผู้เสียชีวิต

 

  • เพิ่มขึ้น 25% 
  • จากเฉลี่ยวันละ 19 ราย
  • เป็นวันละ 24 ราย

 

จึงพอสรุปได้ว่า

 

สถานการณ์โควิดของไทย มีผู้ติดเชื้อรวมที่มีการรายงาน มากกว่าวันละ 20,000 ราย ทั้งนี้ยังไม่รวมผู้ที่ตรวจ ATK เอง แล้วไม่ได้รายงาน และผู้ติดเชื้อที่ตนเองก็ไม่ทราบเพราะไม่มีอาการ จึงไม่ได้ตรวจ

 

ทำให้คาดได้ว่า ผู้ติดเชื้อจริง จะมีมากกว่าที่รายงานอย่างน้อยหนึ่งเท่าตัวคือ ขั้นต่ำ 40,000 รายต่อวัน

 

ส่งผลให้แม้อัตราความรุนแรงของการก่อโรคจาก ไวรัส BA.5 จะไม่ได้เพิ่มขึ้น ในลักษณะเป็นร้อยละ

 

แต่จำนวนผู้ป่วยหนัก และจำนวนผู้เสียชีวิต ได้ขยับตัวเพิ่มขึ้น ดังสถิติดังกล่าว ซึ่งมาจากฐานของผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างมากนั่นเอง

 

การส่งสัญญาณสาธารณะที่ถูกต้อง  ให้ทุกคนตระหนักร่วมกันว่า ขณะนี้มีผู้ติดเชื้อจำนวนมาก ติดง่ายขึ้น

 

เพียงแต่ถ้าฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น และระมัดระวังไม่หย่อนวินัย ก็จะติดเชื้อยากขึ้น และถ้าติดเชื้อก็จะมีอาการไม่รุนแรง

 

จึงเป็นสิ่งจำเป็นและสำคัญมาก รวมทั้งจะเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือต่อสาธารณะ ในการรายงานสถิติต่างๆต่อไปในอนาคต