
กำจัดจุดเสี่ยงคลัสเตอร์วัด กรมอนามัยแนะพระสงฆ์แยกฉันภัตตาหาร ลดแพร่โควิด
ในช่วงสงกรานต์ พุทธศาสนิกชนนิยมเข้าวัด ทำบุญ-ตักบาตร-ถวายอาหารเพล แต่ในช่วงเฝ้าระวังสถานการณ์โควิด-19 กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข แนะนำให้พระสงฆ์ควรแยกสำรับฉันภัตตาหาร รวมถึงให้ใช้ช้อน ชาม จาน แก้วน้ำส่วนตัว เพื่อลดเสี่ยงติดเชื้อโควิด-19 เป็นหมู่กลุ่ม
นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข กล่าววันนี้ (14 เม.ย.) ว่า ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งเป็น วันปีใหม่ไทย คาดว่าจะมีพุทธศาสนิกชนจำนวนมากเข้าวัด ทำบุญ ตักบาตร ถวายอาหารเพล เพื่อความเป็นสิริมงคล แต่เนื่องจากสถานการณ์ การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่พบผู้ติดเชื้อรายวันสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น หากเป็นไปได้ ขอความร่วมมือ พระสงฆ์ งดฉันภัตตาหารร่วมโต๊ะ ให้เปลี่ยนเป็นฉันภัตตาหารแยกจากกันแบบเว้นระยะห่าง พร้อมใช้ช้อน ชาม จาน และแก้วน้ำส่วนตัวไม่ปะปนกัน
อีกทั้งขอความร่วมมือประชาชนที่นิยมไปทำบุญ หรือปฏิบัติธรรมที่วัด หรือสถานปฏิบัติธรรมทุกแห่ง อาจเปลี่ยนเป็นทำบุญผ่านช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ เช่น ทำบุญผ่าน QR Code (e-Donation) และปฏิบัติธรรมที่บ้านแทน เช่น ไหว้พระสวดมนต์ และนั่งสมาธิ
ส่วนศาสนาอื่น ๆ ก็สามารถสวดละหมาด หรือทำพิธีกรรมทางศาสนาต่าง ๆ ได้ที่บ้านเช่นกัน เพื่อความปลอดภัย และลดความเสี่ยงของการกระจายเชื้อโควิด-19
“ทั้งนี้ ขอความร่วมมือศาสนสถานต่าง ๆ ประเมินตนเองผ่าน แพลตฟอร์ม Thai Stop COVID 2 Plus ด้วยมาตรการ COVID Free Setting ทั้ง 3 ด้าน คือ
- มาตรการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม (COVID Free Environment)
- มาตรการสำหรับผู้นำทางศาสนา ผู้ประกอบพิธีกรรม และเจ้าหน้าที่ (COVID Free Personnel)
- มาตรการสำหรับผู้มาเข้าร่วมพิธีกรรมทางศาสนา (COVID Free Customer)
เพื่อสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยให้กับประชาชน อีกทั้งการจัดกิจกรรมภายในศาสนสถาน ต้องเป็นไปตามมาตรการ COVID Free Setting โดยจัดให้มีจุดคัดกรอง ผู้เข้ามาใช้บริการ กำหนดระยะห่างระหว่างบุคคล โดยเฉพาะช่วงฟังเทศนาธรรม ทำบุญถวายสังฆทาน มีการจัดอาหารแบบแยกชุด รวมถึงการดูแลความสะอาดของสถานที่และให้เปิดโล่ง เพื่อการระบายอากาศที่ดี
สำหรับประชาชนที่ร่วมงาน และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ต้องป้องกันตนเองขั้นสูงสุดด้วยหลัก UP–DMHTA พร้อมทั้งคัดกรองความเสี่ยงตนเองทุกวันผ่านระบบ “ไทยเซฟไทย” หากมีอาการ หรือมีความเสี่ยงควรให้ตรวจคัดกรองด้วย ATK และฝ้าระวังอาการตนเองเป็นพิเศษ 5-10 วัน เพื่อลดการแพร่กระจายของเชื้อโควิด-19” อธิบดีกรมอนามัย กล่าวทิ้งท้าย





