thansettakij
thansettakij
ครม. ถกแนวทางอภัยโทษ ต้องรับโทษเกิน 1 ใน 3 คุมจัดชั้น-เลื่อนชั้นเข้มขึ้น

ครม. ถกแนวทางอภัยโทษ ต้องรับโทษเกิน 1 ใน 3 คุมจัดชั้น-เลื่อนชั้นเข้มขึ้น

12 เม.ย. 65 | 12:06 น.
อัปเดตล่าสุด :12 เม.ย. 65 | 19:13 น.

ที่ประชุม ครม. รับทราบรายงานของกระทรวงยุติธรรมเกี่ยวกับการอภัยโทษ ปรับปรุงแนวทางการจัดชั้น เลื่อนชั้นนักโทษ เข้มข้นขึ้น ต้องรับโทษมาแล้วอย่างน้อย 1 ใน 3

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครม.รับทราบรายงานของกระทรวงยุติธรรมเกี่ยวกับการอภัยโทษ ซึ่งเป็นการปรับปรุงแนวทางการจัดชั้น เลื่อนชั้นนักโทษ เพื่อให้มีแนวทางที่ชัดเจนขึ้น 

 

โดยเป็นการรับข้อเสนอแนะจากคณะกรรมการตรวจสอบการดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการอภัยโทษที่ตั้งโดยนายกรัฐมนตรี มีข้อสรุปดังนี้

  1. ยังไม่มีความจำเป็นในการแก้ไขพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษเป็นการทั่วไป พ.ศ.2564 
  2. นักโทษที่จะได้รับอภัยโทษ (ไม่ว่าลดโทษหรือปล่อยตัว) ต้องผ่านระยะปลอดภัย คือ ต้องรับโทษมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 หรือรับโทษจำคุกมาแล้ว 8 ปี (แล้วแต่ระยะเวลาใดถึงก่อน) และไม่ว่าจะเป็นนักโทษชั้นใด หลังจากนั้นจะมาดูอายุ สุขภาพ การจัดชั้น เพื่อลดโทษ ยกเว้นแต่เป็นการถวายฎีกาเฉพาะราย
  3. วางหลักเกณฑ์ใหม่ที่เข้มขึ้นเกี่ยวกับการลดโทษคดีร้ายแรงในความรู้สึกของสังคม เช่น คดียาเสพติด คดีทุจริต คดีที่ศาลให้ประหารชีวิตโดยให้การลดโทษและปล่อยตัว
  4. การจัดชั้นนักโทษ (ดี ดีมาก เยี่ยม) จะเข้มขึ้นและมีกฎเกณฑ์มากขึ้น
  5. มีการเตรียมการล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน และต้องวางแผนระยะยาวล่วงหน้า
  6. การออกพระราชกฤษฎีกาอภัยโทษฯ ยังคงมีความจำเป็นอยู่ตามโอกาสตามสมควร เพื่อจูงใจให้นักโทษมีความหวัง ไม่ก่อการจลาจล ลดความแออัดในเรือนจำนำไปสู่การคืนคนดีกลับสู่สังคม และแสดงถึงพระมหากรุณาธิคุณ

ทั้งนี้ ที่ประชุมมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งปรับปรุงแก้ไขให้เป็นตามรายงานฉบับนี้ และสร้างการรับรู้แก่สังคมต่อไป

 

แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล ระบุว่า ในเรื่องนี้ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลกระทรวงยุติธรรม ได้รายงานครม. ซึ่งเป็นการปรับปรุงแนวทางการจัดชั้น เลื่อนชั้นนักโทษ เพื่อให้มีแนวทางที่ชัดเจนขึ้น

 

โดยนายวิษณุ ยกตัวอย่างนักโทษในบางคดี เช่น คดีนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ ที่มีโทษจำคุก 48 ปี ติดคุกมาแล้ว 4 ปี ได้ลดโทษจนเหลือ 10 ปี และยังมีโอกาสได้ลดโทษในอีก เช่นเดียวกับคดีนายอภิชาติ จันทร์สกุลพร หรือ เสี่ยเปี๋ยง รวมถึงคดีของนางจุฑามาศ ศิริวรรณ อดีตผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)  

ทั้งนี้ การขอมีได้ใน 2 กรณี คือ 1.นักโทษเขียนฎีกาเอง และ 2.รัฐบาลออกพระราชกฤษฎีกาขอให้ ส่วนจะเป็นการลดโทษ หรือปล่อยตัว ก็แล้วแต่ โดยนายกฯ ให้ยึดหลักการการรับโทษ 1 ใน 3 ก่อน และให้ดำเนินการอย่างระมัดระวังที่สุดด้วย