8 เรื่องต้องรู้ "โนวาแวกซ์" วัคซีนทางเลือกโควิด หลัง อย.อนุมัติขึ้นทะเบียน

11 เม.ย. 2565 | 02:05 น.

8 เรื่องต้องรู้ โนวาแวกซ์ (Novavax) หรือ NVX-CoV2373 วัคซีนทางเลือกป้องกันโควิด หลัง อย.อนุมัติขึ้นทะเบียน ใช้งานในกรณีฉุกเฉิน (EUA)

สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด สิ่งที่จำเป็นที่สุด คือ วัคซีนโควิด ตัวช่วยในการยับยั้งการแพร่ระบาด ปัจจุบันมีหลากหลายบริษัทที่ผลิตและพัฒนาวัคซีนออกมา

วัคซีนโนวาแวกซ์ (Novavax)  ถือเป็นวัคซีนโควิด  ที่ถูกจับตามอง และเป็นหนึ่งในวัคซีนโควิด ทางเลือกที่ภาคเอกชนให้ความสนใจ

ล่าสุด สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้อนุมัติการขึ้นทะเบียนใช้งานในกรณีฉุกเฉิน (EUA) ให้กับวัคซีนโควิด แบบมีโปรตีนเป็นพื้นฐานของโนวาแวกซ์แล้ว วัคซีนดังกล่าวมีอีกชื่อหนึ่งว่า NVX-CoV2373 โดยมี SII เป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายวัคซีนตัวนี้ โดยใช้ชื่อแบรนด์ว่าโคโวแวกซ์ (Covovax)

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้อนุมัติการขึ้นทะเบียนใช้งานในกรณีฉุกเฉิน (EUA) ให้กับวัคซีน Covovax /Recombinant Spike Protein of SARS-CoV-2 Virus 5 mcg เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันโรคโควิด สำหรับผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป

 

โนวาแวกซ์ คืออะไร?

  • โนวาแวกซ์ (Novavax) หรือ NVX-CoV2373 ได้รับการคิดค้นและพัฒนาโดยบริษัทโนวาแวกซ์ อิงค์ หนึ่งในผู้ผลิตวัคซีนรายใหญ่ของสหรัฐอเมริกา
  • ใช้เทคโนโลยีการผลิตแบบใช้โปรตีนเบส (Protein-nanoparticle Vaccine) แทนการใช้เชื้ออ่อนหรือเชื้อที่ตายแล้ว
  • เป็นการเพาะโปรตีนใหม่ขึ้นมา และใช้ชิ้นส่วนโปรตีนของโคโรน่าไวรัสมาผลิต ร่วมกับเซลล์ของผีเสื้อกลางคืน ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับเซลล์ของมนุษย์
  • ผลลัพธ์ที่ได้คือ มีโปรตีนส่วนหนามของไวรัสจำนวนมาก จากนั้นจึงนำโปรตีนส่วนหนามของไวรัสมารวมกับสารกระตุ้นภูมิต้านทาน และฉีดเข้าสู่ร่างกายของมนุษย์ เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัสขึ้นมา ด้วยวิธีนี้จะสามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้มากกว่า 3,000 titers
  • ถือเป็นหนึ่งในวัคซีนหลักของโครงการ COVAX ที่จะส่งให้ประเทศที่มีรายได้น้อยและปานกลางทั่วโลก
  • มีรายงานผลการทดลองทางคลินิกระยะที่ 3 ว่ามีประสิทธิภาพในการป้องกันโควิด-19 ได้สูงถึง 90%

 

ข้อดีของวัคซีนโนวาแวกซ์

  • เลือกใช้โปรตีนบริสุทธิ์ ทำให้มีประสิทธิภาพ และร่างกายสามารถเข้าถึงสารได้ง่าย
  • เลือกใช้หนามของโควิดในการทำวัคซีน ทำให้ร่างกายจดจำหนามของโควิด
  • สร้างแอนติบอดีขึ้นมาบริเวณโปรตีนส่วนหนาม ทำให้เชื้อโควิดไม่สามารถเกาะติดกับเซลล์ของมนุษย์ได้ ทำให้ความรุนแรงของไวรัสลดลง

 

การจัดเก็บ  

  • ไม่จำเป็นต้องเก็บในอุณหภูมิที่ต่ำมาก
  • สามารถเก็บในอุณหภูมิตู้เย็นปกติ 2-8 องศา ซึ่งถือเป็นข้อได้เปรียบมากกว่าวัคซีนประเภท mRNA อย่างไฟเซอร์ หรือโมเดอร์นาที่ต้องเก็บในอุณหภูมิต่ำมาก ๆ ทำให้อาจจะเกิดปัญหาด้านการขนส่งได้
  • นักวิจัยสามารถเปลี่ยนชนิดโปรตีน เพื่อรองรับไวรัสกลายพันธุ์ที่อาจดื้อยาได้ ทำให้สามารถพัฒนาวัคซีนให้มีประสิทธิภาพสู้กับเชื้อโควิดกลายพันธุ์ได้

 

การฉีด  

  • 2 โดส (เข็ม) โดยการฉีดเข้ากล้ามเนื้อทั้งสองเข็ม ห่างกัน 21 วัน หรือ 3 สัปดาห์ 

 

อายุในการฉีด  

  • สามารถฉีดได้คนที่มีอายุตั้งแต่ 18-84 ปี และสามารถฉีดได้ในผู้ที่มีโรคประจำตัว

 

ประสิทธิภาพของวัคซีนโนวาแวกซ์

  • เริ่มการศึกษาทดลองระยะแรกสหรัฐอเมริกาเมื่อเดือนพฤษภาคม 2020 และทำการศึกษาทดลองครั้งที่ 2 และ 3 ในหลายประเทศ เช่น สหราชอาณาจักร แอฟริกาใต้ ออสเตรเลีย เม็กซิโก
  • ป้องกันโควิดสายพันธุ์ต่าง ๆ ได้ค่อนข้างดี
  • ป้องกันความรุนแรงของโรคโดยรวมได้ 90.4%
  • ป้องกันอาการป่วยรุนแรงได้ 100%
  • ป้องกันเชื้อโควิดสายพันธุ์ดั้งเดิมได้ 96.4%
  • ป้องกันเชื้อสายพันธุ์อัลฟ่า (อังกฤษ) ได้ 89.7%
  • ป้องกันสายพันธุ์เบตา (แอฟริกาใต้) ได้ 55%
  • สายพันธุ์เดลตา (อินเดีย) อยู่ระหว่างการศึกษา

 

ผลข้างเคียงหลังการฉีดวัคซีนโนวาแวกซ์

  • จะมีอาการคล้ายกับวัคซีนชนิดอื่น 
  • มีไข้ หรือมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่
  • อ่อนเพลีย
  • ปวดเมื่อยตามร่างกาย
  • ปวด บวม แดงบริเวณที่ฉีด
  • บางรายอาจมีอาการปวดศีรษะ
  • อาการของผลข้างเคียง อาจจะต้องติดตามและศึกษาดูอีกครั้ง หลังจากได้ฉีดให้กับประชากรในจำนวนที่มากขึ้น

 

 ข้อห้ามสำหรับการฉีดวัคซีนโนวาแวกซ์

  • ห้ามฉีดในผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี
  • ห้ามฉีดให้แก่ผู้หญิงที่อยู่ระหว่างตั้งครรภ์
  • ห้ามฉีดให้แก่ผู้ที่มีอาการแพ้วัคซีนรุนแรงจากครั้งก่อน ๆ
  • ห้ามฉีดให้แก่ผู้ที่แพ้ส่วนประกอบของวัคซีน
  • ห้ามฉีดให้แก่ผู้ที่มีอาการภูมิแพ้รุนแรง

ข้อมูลอ้างอิง : โรงพยาบาลวิชัยเวช อินเตอร์เนชั่นแนล หนองแขม