
ฟาวิพิราเวียร์ -ฟ้าทะลายโจร ทานร่วมกันได้หรือไม่ เช็คข้อมูลที่นี่
ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ต้องรู้!เพราะเหตุใดถึงห้ามทานยาฟาวิพิราเวียร์ (Favipiravir) ร่วมกับยาฟ้าทะลายโจร ตรวจสอบเหตุผล - ข้อมูลทางการแพทย์ พร้อมทำความรู้จักยาฟาวิพิราเวียร์ ผลข้างเคียง แบบละเอียดที่นี่
สถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด -19 ที่เพิ่มสูงขึ้นในประเทศไทย ส่งผลให้ความต้องการยารักษาโรคอย่าง ยาฟาวิพิราเวียร์ (Favipiravir)มีเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามในผู้ป่วยสีเขียว หรือ ผู้ป่วยที่มีอาการไม่มาก ส่วนมากจะได้รับยาฟ้าทะลายโจรเพื่อรักษาเบื้องต้น อาทิ บรรเทาอาการไข้ ไอ เจ็บคอ
ขณะที่ผู้ป่วยที่มีอาการ แพทย์จะมีการพิจารณาและจ่ายยาฟาวิพิราเวียร์ (Favipiravir) ให้ ทั้งนี้มีข้อควรรู้เกี่ยวกับยาฟาวิพิราเวียร์ ซึ่งถือว่าสำคัญมาก นั่นก็คือห้ามทานยาฟาวิพิราเวียร์ ร่วมกับยาฟ้าทะลายโจร เพราะมีโอกาสเป็นพิษต่อตับ
เรื่องดังกล่าวนี้ ทางคณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี ได้เปิดเผยว่า ยาฟาวิพิราเวียร์ (Favipiravir) ปัจจุบันถือเป็นยาหลักในการรักษาผู้ติดเชื้อโควิด -19 เนื่องจากมีประสิทธิภาพในการลดปริมาณไวรัสได้ดี และถูกจัดเป็นยาควบคุมพิเศษ ซึ่งการใช้ยาชนิดนี้ต้องได้รับการประเมินอาการและจ่ายยาจากแพทย์ หรือบุคลากรทางการแพทย์ที่ได้รับมอบหมายเท่านั้น ยังไม่สามารถซื้อจากร้านขายยาทั่วไป
ดังนั้นในเบื้องต้นหากตรวจพบเชื้อไวรัสโควิด ควรโทร. 1330 เพื่อลงทะเบียนเข้าสู่ระบบการรักษา ส่วนผู้ที่ติดเชื้อแต่ไม่แสดงอาการก็ไม่ต้องใช้ยาฟาวิพิราเวียร์เช่นกัน เนื่องจากหายได้เอง ไม่ต้องได้รับผลข้างเคียงจากยา และไม่แนะนำให้ใช้ยาฟ้าทะลายโจรร่วมกับยาฟาวิพิราเวียร์ เนื่องจากเพิ่มโอกาสในการเป็นพิษต่อตับ
รู้จักยาฟาวิพิราเวียร์(Favipiravir)
- ยาฟาวิพิราเวียร์ (Favipiravir) เป็นยาต้านเชื้อไวรัสที่อยู่ในสูตรยารักษาผู้ป่วย COVID-19 ของไทย โดยใช้ควบคู่ไปกับยาอื่นและได้ผลดี ทั้งนี้ ยาฟาวิพิราเวียร์ เป็นยาต้านไวรัสที่ใช้กับไวรัสไข้หวัดใหญ่ที่มีฤทธิ์ต่อต้านอาร์เอ็นเอไวรัสหลายชนิด
ข้อดีของยาฟาวิพิราเวียร์
- ยานี้ดูดซึมง่าย แบ่งหรือบดเม็ดยา และให้ทางท่อหลอดอาหารได้ในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง ไม่ต้องปรับขนาดยา
สิ่งที่ต้องระวังสำหรับยาฟาวิพิราเวียร์
- เนื่องจากไวรัสปรับตัวเร็วมีหลายสายพันธุ์ที่เริ่มดื้อยา ถ้าใช้ยาฟาวิพิราเวียร์ฟุ่มเฟือยโดยไม่มีข้อบ่งชี้ อาจะเกิดเชื้อดื้อยา ทำให้ไม่มียารักษาผู้ป่วยโควิดที่มีอาการรุนแรง และจะทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตมากขึ้น
ผู้ป่วยใดที่ควรได้รับยาฟาวิพิราเวียร์
- แพทย์จะพิจารณาเริ่มยาฟาวิพิราเวียร์ในผู้ป่วยที่มีภาวะปอดอักเสบ ที่มีอาการรุนแรง โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นโรครุนแรง ได้แก่ อายุมากกว่า 60 ปี มีโรคประจำตัว ดังนี้ โรคปอดเรื้อรัง โรคตับ ไตเรื้อรัง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคหลอดเลือดสมอง เบาหวาน รวมถึงในผู้ป่วยที่มีภาวะอ้วนหรือภูมิคุ้มกันบกพร่อง
วิธีการรับประทานยาฟาวิพิราเวียร์
- ยาฟาวิพิราเวียร์อยู่ในรูปแบบยาเม็ด ขนาดยาที่ใช้สำหรับผู้ใหญ่ รับประทานครั้งละ 9 เม็ดทุก 12 ชั่วโมงในวันแรก และลดเหลือครั้งละ 4 เม็ด ทุก 12 ชั่วโมงในวันที่เหลือ
- ผู้ที่น้ำหนักมากกว่า 90 กิโลกรัม ขนาดยาจะสูงขึ้น โดยในวันแรกจะรับประทานครั้งละ 12 เม็ดทุก 12 ชั่วโมง และลดเหลือครั้งละ 5 เม็ด ทุก 12 ชั่วโมงในวันที่เหลือ
- สำหรับผู้ป่วยเด็กจะต้องมีการคำนวณขนาดยาตามน้ำหนักตัว
ผู้ป่วยควรรับประทานยาตามวันและเวลาที่กำหนดอย่างเคร่งครัด ระยะเวลาในการรักษาอยู่ที่ 5-10 วัน ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรคและการตอบสนองต่อการรักษาของผู้ป่วยแต่ละราย
ผลข้างเคียงของยาฟาวิพิราเวียร์ที่พบ
- อาการคลื่นไส้อาเจียน
- อาจทำให้ทารกในครรภ์มีความพิการ หากรับประทานยาในช่วงตั้งครรภ์ 3 เดือนแรก
- มีผลทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดผิดปกติ เมื่อรับประทานร่วมกับยาบางชนิด
- มีผลต่อการทำงานของตับ ดังนั้นไม่ควรรับประทานร่วมกับยาฟ้าทะลายโจร หรือยาที่มีผลต่อตับ จึงควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์
ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยไม่ควรซื้อยาฟาวิพิราเวียร์ นอกระบบ เช่น ทางออนไลน์ เพราะเป็นยาอันตราย เนื่องจากคุณภาพที่ได้ไม่เพียงพอต่อการรักษา และอาจทำให้เกิดอันตรายถึงแก่ชีวิตได้
ภาวะตาสีฟ้าจากยาฟาวิพิราเวียร์
ผลข้างเคียงของยาฟาวิพิราเวียร์ที่สร้างความฮือฮาก่อนหน้านั้น คือการทานยาแล้วตากลายเป็นสีฟ้า ซึ่งในกรณีนี้ รศ. พญ.งามจิตต์ เกษตรสุวรรณ จากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ได้ระบุถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะตาสีฟ้า รวมไปถึงคำแนะนำ โดยมีข้อมูลดังนี้
การเกิดภาวะตาสีฟ้าจากยาฟาวิพิราเวียร์
- เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของเม็ดสีเมลานิน ที่เป็นผลจากการที่ร่างกายดูดซึมยาฟาวิพิราเวียร์ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสีที่บริเวณจอตา ถุงหุ้มแก้วตา ในผู้ป่วยบางรายอาจมีการเปลี่ยนแปลงของสีเกิดขึ้นที่บริเวณเล็บและน้ำลายทำให้เกิดเป็นสีฟ้าขึ้น
ตาสีฟ้ากับการมองเห็นของผู้ป่วยโควิด-19
- ภาวะตาสีฟ้าเป็นอาการไม่พึงประสงค์ที่เกิดจากการใช้ยาฟาวิพิราเวียร์ แม้ว่าจากรายงานในปัจจุบันพบว่าไม่ส่งผลกระทบต่อการมองเห็นแต่ยังคงต้องเฝ้าระวังในระยะยาว เพราะอาจเกิดการมองเห็นที่ลดลงในอนาคต รวมทั้งต้องศึกษาข้อมูลในระยะยาวต่อไป
คำแนะนำจากแพทย์
- ภาวะตาสีฟ้าจากยาฟาวิพิราเวียร์สามารถหายได้เองเมื่อหยุดใช้ยา หากผู้ป่วยรับประทานยาและมีผลกระทบต่อการมองเห็น ควรแจ้งแพทย์ที่ดูแลรักษาทันที
ที่มาข้อมูล - ภาพ






