
ปรับโซนสีโควิดล่าสุด อนุทินเตรียมเสนอ ศบค. เมื่อไหร่ เช็คเลย
ปรับโซนสีโควิดล่าสุด อนุทินเตรียมเสนอ ศบค. เมื่อไหร่ เช็คเลย พร้อมเล็งเพิ่ม ชลบุรี สมุทรปราการ ขอนแก่น และเชียงใหม่เป็นจังหวัดแซนด์บล็อก
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า กระทรวงสาธารณสุขจะเสนอที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด 19 (ศบค.) วันที่ 20 มกราคม 2565 ปรับพื้นที่สถานการณ์ย่อยทั่วราชอาณาจักรหรือปรับระดับพื้นที่สีลง หากสถานการณ์ไม่มีความรุนแรงเพิ่มขึ้น
และอาจเสนอให้เปิดลงทะเบียนการเข้าประเทศในระบบ Test&Go ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์นี้ ซึ่งยังมีเวลา 13 วันในการประเมินสถานการณ์การระบาด
รวมถึงเสนอเพิ่มจังหวัดแซนด์บ็อกซ์จากเดิมที่เพิ่มไปแล้ว 3 จังหวัด โดยจะเพิ่มให้ครบทุกภูมิภาค เช่น ชลบุรี สมุทรปราการ ขอนแก่น และเชียงใหม่ เป็นต้น
ส่วนพื้นที่ กทม.เป็นอำนาจของ กทม.ในการพิจารณา สำหรับสถานบันเทิงผับบาร์ยังไม่มีการเสนอในครั้งนี้ เนื่องจากยังคงเป็นสถานที่เสี่ยงที่มีการติดเชื้อจำนวนมาก
สำหรับผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 (Covid-19) แม้จะมีแนวโน้มลดลง แต่ยังพบว่าส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ และไม่ได้รับวัคซีนหรือรับวัคซีนไม่ครบ จึงขอให้มารับวัคซีนตามที่กำหนด เพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกัน ลดความเสี่ยงการติดเชื้อ อาการรุนแรงและเสียชีวิต โดยยืนยันว่าขณะนี้วัคซีนที่กระทรวงสาธารณสุขจัดเตรียมไว้มีความเพียงพอ
สำหรับการตรวจ ATK ยังมีความจำเป็นในสถานการณ์การระบาด จึงได้มอบหมายให้องค์การเภสัชกรรมดำเนินการจัดหาให้เพียงพอในราคาต้นทุน เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงได้ โดยใช้ตรวจเมื่อมีความเสี่ยง ไม่จำเป็นต้องกักตุนไว้เพื่อตรวจทุกวัน
"ขณะนี้โรคโควิด-19 อยู่ในแนวโน้มที่ควบคุมได้ ผู้ที่มีอาการหนักและเสียชีวิตลดลง"
สำหรับสถานการณ์การติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศไทยล่าสุด วันที่ 18 มกราคม 2565 นั้น "ฐานเศรษฐกิจ" ติดตามข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุข พบว่า
- ติดเชื้อเพิ่ม 6397 ราย
- ติดในระบบ 6173 ราย
- ติดจากตรวจเชิงรุก 49 ราย
- ติดในสถานกักตัว 165 ราย
- ติดในเรือนจำ 10 ราย
- สะสมระลอกที่สี่ 114,376 ราย
- สะสมทั้งหมด 2,337,811 ราย
- รักษาหาย 6637 ราย
- สะสมระลอกที่สี่ 65,409 ราย
- รักษาตัวอยู่ 81,952 ราย
- โรงพยาบาลหลัก 40,387 ราย
- โรงพยาบาลสนาม 30,321 ราย
- แยกกักที่บ้าน 10,745 ราย
- อาการหนัก 534 ราย
- ใช้เครื่องช่วยหายใจ 114 ราย
- เสียชีวิต 18 ราย
- สะสมระลอกที่สี่ 261 ราย
- สะสมทั้งหมด 21,956 ราย
- ติดเชื้อเข้าข่าย 1880 ราย
- สะสมระลอกที่สี่ 31,369 ราย
- ติดเชื้อรวม 8,277 ราย
- สะสมระลอกที่สี่ 145,745 ราย






