svasdssvasds

ประยอม ซองทอง ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ เสียชีวิตในวัย 87 ปี

ฐานเศรษฐกิจดิจิทัล
|
12 ธ.ค. 2564 เวลา 12:28 น. 632

อาลัยกวีร้อยกรองแห่งยุค "ประยอม ซองทอง" ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ เสียชีวิตในวัย 87 ปี เนื่องจากโรคปอดอักเสบ

นายชาย นครชัย อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) เปิดเผยว่า วงการวรรณกรรมและนักเขียนของประเทศไทยเศร้า เมื่อได้รับรายงานว่า อาจารย์ประยอม ซองทอง ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ พุทธศักราช 2548  ได้ถึงแก่กรรมด้วยเนื่องจากปอดอักเสบ เมื่อวันศุกร์ที่ 10  ธันวาคม 2564  เวลา 17.49  น. ณ โรงพยาบาลศิครินทร์ เขตบางนา กรุงเทพมหานคร สิริรวมอายุ 87 ปี 

 

สำหรับประวัติโดยสังเขปของ อาจารย์ประยอม ซองทอง เกิดเมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2477  ที่จังหวัดนครพนม เป็นผู้ที่มีความสนใจและประทับใจกับคำประพันธ์ประเภทร้อยกรองของไทย มาตั้งแต่เยาว์วัย และได้แสดงความสามารถพิเศษด้านการประพันธ์ร้อยกรองอย่างโดดเด่นเมื่อครั้งเป็นนิสิตคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 

 

โดยได้เขียนร้อยกรองที่เต็มไปด้วยความฝันและจินตนาการของกวีที่อ่อนหวานและสะเทือนอารมณ์ ขณะเดียวกันก็แฝงความคิดเห็นต่อสภาพสังคมและเหตุการณ์บ้านเมืองไว้อย่างคมคาย โดยได้สร้างผลงานเป็นอาชีพจนประสบความสำเร็จและเป็นที่ประจักษ์ต่อสาธารณชนมาตลอดต่อเนื่องเป็นเวลากว่า 60  ปี 

 

ประยอม ซองทอง ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ เสียชีวิตในวัย 87 ปี
 

อาจารย์ประยอม ซองทอง มีผลงานปรากฏสู่สาธารณะอย่างสม่ำเสมอจนกลายเป็นนักกลอนที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักทั่วไป ผลงานที่เป็นที่กล่าวขวัญและจดจำกันของนิสิตนักศึกษาและประชาชนในช่วงนั้น ได้แก่ "จะอยู่ไปไย...ถ้า..” "เพื่อและจาก...เพื่อนใจ” "ธารทอง” "ชีวิตเราถ้าเหมือนเรือ” "ไหนศรัทธาอันยืนยง” "กว่าโลกร้อง” "หิ่งห้อย” เป็นต้น ซึ่งนับเป็นบทร้อยกรองที่งดงาม แฝงจินตนาการและสะท้อนความผูกพันของชีวิตกับธรรมชาติอย่างลึกซึ้ง ความคิดความฝันประยอม ซองทอง หลั่งไหลมาต่อเนื่องยาวนาน 

 

ผลงานของอจารย์ประยอม ซองทอง ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์

 

ปัจจุบันมีบทร้องกรองที่เป็นวัฒนธรรมไว้มากมายทั้งจากการรวมเล่มเฉพาะของตนและรวมกับนักกลอนร่วมสมัยทุกทุกชุดล้วนมีคุณค่าทางวรรณศิลป์ บ่งบอกถึงความเป็นอัจฉริยะทางด้านการประพันธ์ ทั้งยังเป็นผู้คอยให้คำแนะนำ สนับสนุนและส่งเสริมให้กำลังใจผู้สนใจการเขียนคำประพันธ์รุ่นหลังอย่างสม่ำเสมอ

 

อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้คิดริเริ่มและประสานงานในการจัดตั้งกลุ่มนักกลอนร่วมสมัยเป็น "ชมรมนักกลอน” ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจและแนวทางการจัดตั้งชมรมวรรณศิลป์ทั้งในสถาบันและนอกสถาบันอย่างกว้างขวางในเวลาต่อมาจนถึงปัจจุบัน และเป็นผู้นำในการอนุรักษ์และสืบทอดการแสดงสักวาอย่างแน่วแน่มั่นคงมากว่า 4ทศวรรษ และนายประยอม ซองทอง ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ พุทธศักราช  2548
 

อนึ่งทายาทของอาจารย์ประยอม ซองทอง ได้แจ้งกำหนดการบำเพ็ญกุศลศพ ดังนี้ พระราชทานน้ำหลวงอาบศพ วันอาทิตย์ที่ 12 ธันวาคม 2564 เวลา 17.30  น. และกำหนดสวดพระอภิธรรมศพ 12-18 ธันวาคม 2564 เวลา 18.00 น. . ณ ศาลา 6  (ชวลิตธำรง) วัดธาตุทอง ถนนสุขุมวิท แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ ซึ่งทายาทจะเก็บศพไว้บำเพ็ญกุศล 100  วัน และสวธ.จะดำเนินการขอพระราชทานเพลิงศพต่อไป 

 


นายชาย เปิดเผยเพิ่มเติมว่า นอกจากกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) ในฐานะหน่วยงานที่ดำเนินการยกย่องเชิดชูเกียรติศิลปินแห่งชาติ เผยแพร่และถ่ายทอดผลงานให้เป็นที่ประจักษ์ต่อสาธารณชน แล้ว ในยามที่ศิลปินฯ เสียชีวิต ยังให้การช่วยเหลือด้านต่าง ๆ 

 

นอกจากดำเนินการขอพระราชทานเพลิงศพ ยังมอบเงินช่วยเหลือเมื่อเสียชีวิตเพื่อร่วมการบำเพ็ญกุศลศพ จำนวน 20,000 บาท และเงินช่วยเหลือค่าจัดทำหนังสือเพื่อเผยแพร่ผลงานเมื่อเสียชีวิตเท่าที่จ่ายจริงไม่เกิน 150,000 บาท และขอพระราชทานเพลิงศพให้ ตามระเบียบสวัสดิการของศิลปินแห่งชาติ 

 

 

ที่มาข้อมูล - ภาพ :กรมส่งเสริมวัฒนธรรม 

แท็กที่เกี่ยวข้อง