
วัคซีนไฟเซอร์ ข่าวดี 3 กลุ่มเสี่ยง 13 จังหวัดสีแดงเข้ม ลุ้นฉีดสัปดาห์นี้
วัคซีน"ไฟเซอร์" กรมควบคุมโรค เตรียมกระจายฉีด 3 กลุ่มเสี่ยง ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ผู้ป่วย 7 กลุ่มโรคเรื้อรัง หญิงตั้งครรภ์ 12 สัปดาห์ ใน 13 จังหวัด พื้นที่สีแดงเข้มกว่า 6.4 แสนโดส พร้อมจัดสรรให้ชาวต่างชาติกลุ่มเสี่ยงและนักเรียนไทยเดินทางไปต่างประเทศอีก 1.5 แสนโดส
วัคซีน"ไฟเซอร์" ความคืบหน้าหลังจากสหรัฐฯ ได้บริจาควัคซีนไฟเซอร์ให้กับประเทศไทยจำนวน 1,503,450 โด้ส พร้อมระบุว่าจะบริจาคเพิ่มเติมอีก 1 ล้านโดส เพื่อแสดงถึงความสำคัญที่สหรัฐฯกับไทย ในการต่อสู้กับโรคโควิด-19 เพื่อช่วยยุติโรคระบาดใหญ่ในทั่วโลก
ล่าสุดเมื่อวันที่ 8 ส.ค. 2564 นายแพทย์โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองอธิบดีกรมควบคุมโรค ได้เปิดเผยระหว่างการแถลงการกระจายวัคซีนไฟเซอร์ที่สหรัฐให้กับไทยจำนวน 1.5 ล้านโด้สว่า ขณะนี้ได้มีการจัดสรรให้บุคลากรทางการแพทย์ 7 แสนโดส โดยเริ่มทยอยจัดส่งวัคซีนตั้งแต่วันที่ 3 สิงหาคม 2564 ไปยังโรงพยาบาลใหญ่ครบ 170 แห่งทั้ง 77 จังหวัดภายใน 3 วัน เริ่มฉีดตั้งแต่วันที่ 4 สิงหาคม 2564 ขณะนี้ฉีดแล้ว 5.7 หมื่นโดส จากการติดตามอาการไม่พึงประสงค์ พบอาการปวด บวม ร้อน และไข้เล็กน้อย ไม่มีอาการรุนแรง
ขณะเดียวกันยังมีแผนทยอยส่งวัคซีนวัคซีนไฟเซอร์ ไปยังโรงพยาบาลตั้งแต่วันที่ 9 สิงหาคมนี้ เพื่อให้บริการฉีดสำหรับ 3 กลุ่มเสี่ยง ในพื้นที่ 13 จังหวัดควบคุมสูงสุดและเข้มงวด หรือพื้นที่สีแดงเข้ม จำนวน 645,000 โดส ดังนี้
- กลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้น
- กลุ่มผู้ป่วย 7 กลุ่มโรคเรื้อรังอายุ 12 ปีขึ้นไป
- กลุ่มหญิงตั้งครรภ์ 12 สัปดาห์ขึ้นไป
นอกจากนี้ยังจะกระจายซีนวัคซีนไฟเซอร์ให้ชาวต่างชาติกลุ่มเสี่ยงและนักเรียนไทยเดินทางไปต่างประเทศ 1.5 แสนโดส
แผนการกระจาย-ฉีดวัคซันไฟเซอร์
- ทยอยส่งวัคซีนไปยังโรงพยาบาลตั้งแต่วันที่ 9 สิงหาคมนี้
- เริ่มจัดบริการฉีดวัคซีนได้กลางสัปดาห์
- ฉีดในคนที่ยังไม่เคยได้วัคซีนโควิดตัวอื่นมาก่อน
- มีการติดตามอาการหลังฉีด 30 นาที 1 วัน 7 วัน และ 30 วัน
- กลุ่มเด็กอายุ 12 ปีขึ้นไปที่มีโรคเรื้อรังแพทย์ที่รักษาจะประเมินว่าพร้อมรับวัคซีนหรือไม่ และจะติดตามอาการหลังฉีด โดยรายงานผ่านระบบหมอพร้อม ซึ่งเด็กวัยนี้ใช้แอปพลิเคชันได้ หรือให้ผู้ปกครองช่วยรายงาน หลังฉีดวัคซีนหากมีอาการเจ็บหน้าอก ใจสั่นหายใจไม่สะดวก สงสัยอาการกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบและเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ ให้รีบมาโรงพยาบาล เพื่อตรวจวินิจฉัยโรคนี้รักษาให้หายได้
13 จังหวัด พื้นที่สีแดงเข้ม
- กรุงเทพฯ
- นนทบุรี
- นครปฐม
- ปทุมธานี
- สมุทรปราการ
- สมุทรสาคร
- นราธิวาส
- ปัตตานี
- ยะลา
- สงขลา
- ฉะเชิงเทรา
- ชลบุรี
- พระนครศรีอยุธยา






