"ภูเก็ต"ปิดสถานที่เสี่ยง มาตรการเดินทางเข้าจังหวัด เช็กประกาศล่าสุด

19 ก.ค. 2564 เวลา 3:00 น. 228

เปิดคำสั่งจังหวัดภูเก็ตล่าสุด ปิดสถานที่เสี่ยงคุมโควิด-19 ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า คอมมูนิตี้มอลล์ เปิดได้ถึง 3 ทุ่ม มาตรการตรวจคัดกรองการเดินทางเข้าจังหวัดภูเก็ต

"ภูเก็ต" ถูกจัดอยู่ในพื้นที่เฝ้าระวังสูง หนึ่งเดียว ตามประกาศคำสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (โควิด-19) ที่ 10/2564 เรื่อง พื้นที่สถานการณ์ที่กำหนดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด พื้นที่ควบคุมสูงสุด พื้นที่ควบคุม และพื้นที่เฝ้าระวังสูง 

ล่าสุด  เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2564 นายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ลงนามคำสั่งจังหวัดภูเก็ต ที่  4021/2564 , 4022/2564 และ 4023/2564 มีรายละเอียดดังนี้

คำสั่งจังหวัดภูเก็ตที่ 4021/2564 เรื่อง กำหนดมาตรการตรวจคัดกรองการเดินทางเข้าจังหวัดภูเก็ต ตามมาตรการป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 สำหรับคนไทยจากต่างจังหวัดหรือคนต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย

สาระสำคัญ

กำหนดมาตรการตรวจคัดกรองการเดินทางเข้าจังหวัดภูเก็ต ตามมาตรการป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 สำหรับคนไทยจากต่างจังหวัดหรือคนต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย ดังต่อไปนี้

ข้อ 1 การเดินทางเข้าจังหวัดภูเก็ตของคนไทยจากต่างจังหวัด หรือคนต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย ที่เดินทางเข้าทางด่านตรวจท่าฉัตรไชย ช่องทางน้ำ (ท่าเรือ) ทุกท่า ในจังหวัดภูเก็ต และช่องทางภายในประเทศ ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต ผู้เดินทางยกเว้นเด็กอายุไม่เกิน 6 ปีที่เดินทางมากับผู้ปกครองหรือผู้ดูแล ต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติและต้องถือปฏิบัติ ดังนี้

(1) ผู้เดินทางมาจากจังหวัดที่กำหนดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด จำนวน 13 จังหวัด พื้นที่ควบคุมสูงสุด จำนวน 53 และพื้นที่ควบคุม จำนวน 10 จังหวัด รวมทั้งสิ้น 76 จังหวัด ตามบัญชีรายชื่อจังหวัดที่กำหนดระดับของพื้นที่สถานการณ์ ตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 28) และคำสั่ง ศบค. ที่ 10/2564 ลงวันที่ 17 กรกฎาคม 2564

ต้องเป็นผู้ที่ได้รับวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ชนิดซิโนแวค (Sinovac) , ซิโนฟาร์ม (Sinopharm) ครบ 2 เข็ม หรือได้รับวัคซีนชนิด แอสตราเซนิกา (AstraZeneca) , ไฟเซอร์ (Pfizer) , โมเดอร์นา (Moderna) , จอห์นสัน แอนด์จอห์นสัน (Johnson and Johnson) จำนวน 1 เข็ม มาแล้วเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 14 วัน หรือเป็นผู้ที่หายจากอาการป่วยด้วยโรคโควิด - 19 มาแล้วไม่เกิน 90 วัน และต้องได้รับการตรวจหาเชื้อโควิด - 19 ด้วยวิธีการ RT- PCR หรือวิธีการ Antigen Test ไม่เกิน 7 วัน นับแต่วันที่ได้รับการตรวจ ยกเว้น หรือเด็กอายุตั้งแต่ 6 ปี จนถึงผู้มีอายุต่ำกว่า 18 ปี ที่ไม่อยู่ในเกณฑ์การได้รับวัคซีน และเดินทางมาพร้อมกับผู้ปกครองหรือผู้ดูแล ให้มีการตรวจตรวจหาเชื้อโควิด - 19 ด้วยวิธีการ RT - PCR หรือวิธีการ Antigen Test ไม่เกิน 7 วัน นับแต่วันที่ได้รับการตรวจ เท่านั้น

(2) กรณี นักเรียนนักศึกษาอายุไม่ถึง 18 ปี ที่ไม่สามารถเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ได้และมีความจำเป็นต้องเดินทางผ่านเข้า – ออกจังหวัดภูเก็ตเพื่อการเรียนการศึกษา ให้หน่วยงานต้นสังกัดของสถานศึกษาหรือศึกษาธิการจังหวัดออกบัตรประจำตัวเป็นรูปแบบเดียวกัน แสดงต่อเจ้าหน้าที่เมื่อเดินทางผ่านเข้า-ออกจังหวัดภูเก็ต และให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ตทำการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยวิธีการ RT - PCR และออกใบรับรองการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ให้มีผลใช้ได้ครั้งละไม่เกิน 1 เดือน

(3) กรณี ผู้ที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านจังหวัดภูเก็ต หรือมีภูมิลำเนาถิ่นที่อยู่ หรือทำงานในจังหวัดภูเก็ต ต้องได้รับวัคซีนป้องกันโรคโควิด – 19 ตามข้อ 1 (1) หรือได้รับการตรวจหาเชื้อโควิด - 19 ด้วยวิธีการ RT - PCR หรือวิธีการ Antigen Test ไม่เกิน 7 วัน นับแต่วันที่ได้รับการตรวจ (ยกเว้น เด็กอายุตั้งแต่ 6 ปี จนถึงผู้มีอายุต่ำกว่า 18 ปี ที่ไม่อยู่ในเกณฑ์การได้รับวัคซีน และเดินทางมาพร้อมกับผู้ปกครองหรือผู้ดูแล ให้มีการตรวจตรวจหาเชื้อโควิด - 19 ด้วยวิธีการ RT - PCR หรือวิธีการ Antigen Test ไม่เกิน 7 วัน นับแต่วันที่ได้รับการตรวจ) และต้องมีหนังสือรับรองจากพนักงานฝ่ายปกครอง นายอำเภอ หรือผู้ได้รับมอบหมาย ตามแบบรับรองแนบท้ายคำสั่งนี้

(4) ต้องดาวน์โหลดและติดตั้งแอปพลิเคชัน “หมอชนะ” บนสมาร์ทโฟน และยินยอมเปิดแชร์ตำแหน่งที่ตั้ง (Location) ตลอดระยะเวลาที่อยู่ในจังหวัดภูเก็ต

(5) แสดงเอกสารหลักฐานข้างต้น ต่อเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อก่อนเข้าจังหวัดภูเก็ต

(6) การใช้เส้นทางคมนาคมและการตรวจคัดกรองการเดินทาง ผ่านทางด่านตรวจท่าฉัตรไชย ห้ามบุคคลและยานพาหนะทุกประเภทเข้าจังหวัดภูเก็ต ระหว่างเวลา 23.00 นาฬิกา ถึงเวลา 04.00 นาฬิกา ของวันรุ่งขึ้น

(7) ให้สังเกตติดตามอาการตนเอง (Self Monitoring) ตามมาตรการป้องกันควบคุมโรคหากพบอาการป่วยหรือสงสัยว่ามีอาการป่วยด้วยโรคโควิด – 19 ให้พบแพทย์โดยด่วน

ผู้ติดเชื้อที่จงใจปกปิดข้อมูลการเดินทางหรือแจ้งข้อมูลเท็จต่อเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ ทำให้เป็นอุปสรรคต่อการสอบสวนและควบคุมโรคเป็นผลให้เชื้อโรคแพร่ออกไป อาจเข้าข่ายเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ ซึ่งเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 ด้วย

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2564 ถึงวันที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2564

"ภูเก็ต"ปิดสถานที่เสี่ยง มาตรการเดินทางเข้าจังหวัด เช็กประกาศล่าสุด "ภูเก็ต"ปิดสถานที่เสี่ยง มาตรการเดินทางเข้าจังหวัด เช็กประกาศล่าสุด "ภูเก็ต"ปิดสถานที่เสี่ยง มาตรการเดินทางเข้าจังหวัด เช็กประกาศล่าสุด

คำสั่งจังหวัดภูเก็ตที่ 4022/2564 เรื่อง แก้ไขเพิ่มเติม คำสั่งจังหวัดภูเก็ต ที่ 3858/2564 กำหนดมาตรการตรวจคัดกรองการเดินทางเข้าจังหวัดภูเก็ต ตามมาตรการป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของผู้ซึ่งได้รับอนุญาตให้เดินทางเข้ามาในพื้นที่นำร่องเพื่อการท่องเที่ยว จังหวัดภูเก็ต (Phuket Tourism Sandbox)

สาระสำคัญ

ยกเลิกข้อ 2 ข้อ 3 ทางเรือ (ท่าเทียบเรือ) และ ข้อ 4 ของคำสั่งจังหวัดภูเก็ต ที่ 3858/2564 ลงวันที่ 9 กรกฎาคม 2564 และใช้ความต่อไปนี้ แทน

มาตรการก่อนออกเดินทางออกจากราชอาณาจักรหรือเดินทางออกนอกพื้นที่นำร่องด้านการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต ไปยังพื้นที่จังหวัดอื่นภายในราชอาณาจักร

(1)กรณีพำนักอยู่ในจังหวัดภูเก็ตเป็นระยะเวลาน้อยกว่า 14 คืน ให้มีการตรวจหาเชื้อโควิด – 19 ด้วยวิธีการ RT – PCR ตามระยะเวลาที่ทางราชการกำหนด และห้ามผู้เดินทางออกนอกพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ยกเว้น เดินทางออกนอกราชอาณาจักรทางท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต โดยผู้เดินทางต้องถือปฏิบัติในการตรวจหาเชื้อโควิด – 19 ตามหลักเกณฑ์ที่ประเทศปลายทางกำหนด และผู้เดินทางจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย

(2)กรณีผู้ที่พำนักอยู่ในจังหวัดภูเก็ตเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 14 คืน สามารถเดินทางออกนอกพื้นที่จังหวัดภูเก็ตไปยังจังหวัดอื่นภายในราชอาณาจักร ให้ผู้เดินทางแสดงหลักฐานยืนยันการตรวจหาเชื้อโควิด – 19 แสดงว่าตรวจไม่พบเชื้อโควิด – 19 ตลอดระยะเวลา 14 คืน ที่พำนักอยู่ในจังหวัดภูเก็ต ซึ่งออกโดยหน่วยงานของกระทรวงสาธารณสุข แสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่หรือเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อของจังหวัดต้นทางและจังหวัดปลายทาง ตามหลักเกณฑ์หรือแนวทางที่ราชการกำหนด

ทางเรือ (ท่าเทียบเรือ)

(1) ให้ผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศและพำนักอยู่ในจังหวัดภูเก็ตตามกำหนด 14 คืน ที่ประสงค์จะเดินทางออกจากจังหวัดภูเก็ตทางเรือ สามารถเดินทางโดยเรือโดยสารออกจากท่าเทียบเรือทุกท่าผู้เดินทางต้องแสดงหลักฐานต่อเจ้าหน้าที่ก่อนออกจากท่า ดังต่อไปนี้

1) หนังสือเดินทางและวีซ่าที่ตรวจลงตราโดย ตม.ท่าอากาศยานภูเก็ตขาเข้า (ยกเว้นผู้มีสัญชาติไทย)

2) หลักฐานยืนยันการตรวจหาเชื้อโควิด – 19 แสดงว่าตรวจไม่พบเชื้อโควิด – 19 ตลอดระยะเวลา 14 คืน ที่พำนักอยู่ในจังหวัดภูเก็ต ซึ่งออกโดยหน่วยงานของกระทรวงสาธารณสุข

3) หลักฐานการเข้าพักในโรงแรมหรือสถานที่พักที่ได้รับมาตรฐาน SHA+ (SHA Plus)

4) หากผู้เดินทางจะเดินทางไปยังพื้นที่สถานการณ์ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด พื้นที่ควบคุมสูงสุด พื้นที่ควบคุม เมื่อจะเดินทางกลับเข้าจังหวัดภูเก็ต ต้องปฏิบัติตามมาตรการตรวจคัดกรองการเดินทางเข้าจังหวัดภูเก็ต ตามมาตรการป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของจังหวัดภูเก็ตโดยเคร่งครัด

กรณีผู้เดินทางมาจากต่างประเทศและพำนักอยู่ในจังหวัดภูเก็ตไม่ถึง 14 คืน ที่ประสงค์จะเดินทางท่องเที่ยวในน่านน้ำจังหวัดภูเก็ต จะต้องเดินทางออกจากท่าเรือที่กำหนด ดังนี้

(1) ท่าเทียบเรืออ่าวปอ ตำบลป่าคลอก อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต

(2) ท่าเทียบเรือรัษฎา ตำบลรัษฎา อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต

(3) ท่าเทียบเรืออ่าวฉลอง ตำบลฉลอง อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต

ในกรณีที่จะเดินทางโดยเรือสำราญและกีฬา (เรือยอร์ช) หรือเรือที่มีลักษณะเป็นเรือสำราญและกีฬาที่จดทะเบียนประเภทบรรทุกคนโดยสาร ให้เดินทางออกจากท่าเรือที่กำหนด ดังนี้

(1) ท่าเทียบเรือยอร์ช เฮเว่น มารีน่า ตำบลไม้ขาว อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต

(2) ท่าเทียบเรืออ่าวปอ แกรนด์ มารีน่า ตำบลป่าคลอก อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต

(3) ท่าเทียบเรือภูเก็ต โบ๊ทลากูน ตำบลเกาะแก้ว อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต

(4) ท่าเทียบเรือรอยัล ภูเก็ต มารีน่า ตำบลเกาะแก้ว อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต

(5) ท่าเทียบเรืออ่าวฉลอง ตำบลฉลอง อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต

โดยต้องแจ้งเจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ต หรือศูนย์ปฏิบัติการติดตามและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เพื่อรองรับนักท่องเที่ยว จังหวัดภูเก็ต (ศปก.Phuket Sandbox) ก่อนออกเดินทางไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมง ผู้เดินทางจะต้องปฏิบัติ ดังต่อไปนี้

(1) ลงทะเบียนระบบติดตามตัวโดยการรายงานตัวผ่านแอปพลิเคชันตามที่ทางราชการกำหนด

(2) เรือโดยสารจะต้องติดตั้งระบบแสดงตนอัตโนมัติ (AIS ไม่ต่ำกว่า Type และติดตั้งวิทยุสื่อสาร VHF พร้อมเปิดใช้งานตลอดเวลาและให้เป็นไปตามกฎหมายกรมเจ้าท่า

(3) เจ้าของเรือหรือผู้ควบคุมเรือหรือตัวแทนเจ้าของเรือ ต้องแจ้งเรือเข้า – ออกท่าเรือ ตามแบบรายงานพร้อมเอกสารให้เจ้าหน้าที่ตามข้อ 2 ตรวจสอบก่อนปล่อยเรือออกจากท่า หรือ

เมื่อเรือเข้าเทียบท่าเสร็จเรียบร้อย ซึ่งประกอบด้วยเอกสาร ดังต่อไปนี้

1) แบบรายงานเรือเข้า – ออกท่าเทียบเรือ

2) บัญชีรายชื่อผู้โดยสารและคนประจำเรือ

3) บัญชีผู้เอาประกันภัยหรือกรมธรรม์และความถูกต้องตรงกันของผู้โดยสารที่ลงเรือ (ถ้ามี)

4) ให้ผู้ประกอบการท่าเรือ นายเรือ ผู้ควบคุมเรือ คนประจำเรือ ลูกเรือ พนักงานในเรือและผู้โดยสาร ถือปฏิบัติตามประกาศกรมเจ้าท่า ที่ 8/2564 ลงวันที่ 11 มกราคม 2564 เรื่อง กำหนดให้ผู้ประกอบการเรือ ผู้ประกอบการท่าเรือ เจ้าของเรือ ผู้ควบคุมเรือและผู้โดยสารปฏิบัติ กรณีที่มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร ในข้อที่มิได้กำหนดไว้ในประกาศนี้อย่างเคร่งครัด

อนึ่ง เนื่องจากเป็นกรณีที่มีความจำเป็นเร่งด่วนหากปล่อยให้เนิ่นช้าไปจะก่อให้เกิดผลเสียหายอย่างร้ายแรงแก่สาธารณชนหรือกระทบต่อประโยชน์สาธารณะ จึงไม่อาจให้คู่กรณีใช้สิทธิโต้แย้งตามมาตรา 30 วรรคสอง (1) แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539

หากผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งฉบับนี้ อาจเป็นความผิดตามมาตรา 51 ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือมาตรา 52 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับแห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 และอาจได้รับโทษตามมาตรา 18 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2564 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง

"ภูเก็ต"ปิดสถานที่เสี่ยง มาตรการเดินทางเข้าจังหวัด เช็กประกาศล่าสุด "ภูเก็ต"ปิดสถานที่เสี่ยง มาตรการเดินทางเข้าจังหวัด เช็กประกาศล่าสุด "ภูเก็ต"ปิดสถานที่เสี่ยง มาตรการเดินทางเข้าจังหวัด เช็กประกาศล่าสุด

คำสั่งจังหวัดภูเก็ตที่ 4023/2564 เรื่อง ปิดสถานที่หรือกิจกรรมที่มีความเสี่ยง มาตรการควบคุม และป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019

สาระสำคัญ

ข้อ 1 มาตรการปิดสถานบริการหรือสถานที่เสี่ยงต่อการแพร่โรค เพื่อลดความเสี่ยงต่อการแพร่โรค

1. ให้ปิดสถานบริการ ผับ บาร์ คาราโอเกะ สถานบันเทิง และสถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการ ทุกแห่งในท้องที่จังหวัดภูเก็ต เป็นการชั่วคราวต่อไป

2. ให้ปิดสนามชนไก่ สนามกัดปลา สนามแข่งนก สนามแข่งไก่ สนามมวย หรือสถานที่จัดให้มีการเล่นการพนัน รวมถึง สนามฝึกซ้อมหรือกิจกรรมอื่นใดในลักษณะทำนองเดียวกัน เป็นการชั่วคราวต่อไป

ข้อ 2 มาตรการควบคุมแบบบูรณาการ สถานที่เสี่ยงต่อการแพร่โรค

1. ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า คอมมูนิตี้มอลล์ หรือสถานประกอบการอื่นที่มีลักษณะคล้ายกัน ให้เปิดดำเนินการได้จนถึงเวลา 21.00 นาฬิกา โดยให้จำกัดจำนวนผู้ใช้บริการ ยกเว้น การจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย รวมถึงส่วนที่เป็นตู้เกม เครื่องเล่น ร้านเกม สวนสนุก ให้งดบริการ

2. ร้านจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่ม ที่มิได้ประกอบกิจการเป็นสถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการ ให้บริโภคอาหารหรือเครื่องดื่มในร้านได้ตามปกติ โดยให้มีการจำหน่ายและบริโภคสุราหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ภายในร้านได้จนถึง เวลา 21.00 นาฬิกา

3. ร้านสะดวกซื้อ ให้เปิดดำเนินการได้ตามปกติ ตั้งแต่เวลา 04.00 นาฬิกา ถึงเวลา 23.00 นาฬิกา

4. สนามกีฬาหรือสถานที่เพื่อการออกกำลังกาย ยิม ฟิตเนส แบดมินตัน สามารถเปิดให้บริการได้ตามปกติ และจัดการแข่งขันกีฬาได้โดยจำกัดจำนวนผู้ชมในสนาม

5. สถานที่จัดให้มีโต๊ะสนุกเกอร์ บิลเลียด โต๊ะพูล หรือการเล่นที่มีลักษณะคล้ายกันโดยจัดให้มีการเล่นได้ ระหว่างเวลา 15.00 นาฬิกา ถึงเวลา 21.00นาฬิกา

6. ร้านเกมคอมพิวเตอร์ เกมออนไลน์ สามารถเปิดดำเนินการได้จนถึงเวลา 21.00 นาฬิกา

7. โรงภาพยนตร์ โรงมหรสพ สวนน้ำ ให้เปิดดำเนินการได้ตามเวลาปกติของสถานที่นั้น ๆ ยกเว้น สวนสนุก เครื่องเล่นประจำที่ หรือเครื่องเล่นแบบเคลื่อนที่กลางแจ้ง ให้เปิดดำเนินการได้ตั้งแต่เวลา 08.00 – 20.00 นาฬิกา

8. ห้ามรวมกลุ่มทำกิจกรรม สังสรรค์ ดื่มสุราหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในพื้นที่สาธารณะ ชายหาด สวนสาธารณะ สนามเด็กเล่น ถนนริมคลอง ถนนรอบอ่างเก็บน้ำ ขุมน้ำสาธารณะ

ข้อ 3 การห้ามจัดกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่โรค

ห้ามจัดกิจกรรมซึ่งมีการรวมกลุ่มกันของบุคคลซึ่งมีจำนวนรวมกันมากกว่า 150 คน เว้นแต่ เป็นกิจกรรมที่ดำเนินการโดยพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือเป็นกิจกรรมในพื้นที่ที่กำหนดให้เป็นสถานที่กักกันโรค

ข้อ 4 การจัดกิจกรรมทางสังคม

ให้งดการจัดงานสังสรรค์ งานเลี้ยง งานรื่นเริง งานวันเกิด งานขึ้นบ้านใหม่ เลี้ยงรับ - ส่ง และเลี้ยงฉลองแสดงความยินดีในโอกาสต่าง ๆ กรณีการจัดพิธีการตามประเพณีนิยมหากไม่สามารถเลื่อนได้ เช่น งานพิธีการศพ งานอุปสมบท งานมงคลสมรส วันสำคัญทางศาสนาหรืองานบุญ ให้สามารถดำเนินการภายใต้มาตรการป้องกันโรคที่เพียงพอเพื่อลดโอกาสเสี่ยงจากการติดเชื้อ

ข้อ 5 มาตรการปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้ง ให้หัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐ เจ้าของกิจการหรือผู้ประกอบการภาคเอกชน พิจารณาขยายการดำเนินมาตรการปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้ง เพื่อลดจำนวนการเดินทางของเจ้าหน้าที่และบุคลากรที่อยู่ในความรับผิดชอบเป็นระยะเวลาตามความจำเป็นเหมาะสม เพื่อป้องกันและลดโอกาสเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ทั้งนี้ การปฏิบัติงานดังกล่าวให้เพียงพอต่อภารกิจให้บริการประชาชน

ห้ามมิให้ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ของรัฐ พนักงานรัฐวิสาหกิจ ผู้บริหารและพนักงานส่วนท้องถิ่น พนักงานราชการ ลูกจ้างส่วนราชการ เดินทางออกนอกเขตพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ยกเว้น มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนและต้องได้รับอนุญาตตามแบบฟอร์มที่กำหนดแนบท้ายคำสั่งนี้

1) กรณีหัวหน้าส่วนราชการ หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ นายอำเภอ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด นายกเทศมนตรีนคร นายกเทศมนตรีเมือง ให้ขออนุญาตต่อผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ตามแบบที่กำหนด (แบบ ภก. 1)

2) กรณีข้าราชการ พนักงานราชการ ลูกจ้างของส่วนราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ ให้ขออนุญาตต่อหัวหน้าหน่วยงานต้นสังกัด ตามแบบที่กำหนด (แบบ ภก. 2)

3) กรณีผู้เดินทางตาม 1) และ 2) ไปยังพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด พื้นที่ควบคุมสูงสุด และพื้นที่ควบคุม แล้วกลับเข้ามายังจังหวัดภูเก็ต ต้องปฏิบัติตามมาตรการตรวจคัดกรองการเดินทางเข้าจังหวัดภูเก็ต ตามมาตรการป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของจังหวัดภูเก็ตโดยเคร่งครัด

ข้อ 6 การถ่ายทำภาพยนตร์และรายการโทรทัศน์ การถ่ายทำรายการโทรทัศน์ ภาพยนตร์ และวีดิทัศน์ ซึ่งเมื่อรวมคนทำงานหน้าฉากและทุกแผนกแล้ว ต้องมีจำนวนไม่เกิน 150 คน และต้องไม่มีผู้ชมเข้าร่วมรายการ

ข้อ 7 มาตรการตรวจสอบเข้มงวดกับสถานที่หรือกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคแบบกลุ่มก้อน ให้พนักงานเจ้าหน้าที่เข้มงวดในการตรวจสอบสถานที่หรือกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรค เช่น โรงงาน สถานที่พักของแรงงานต่างด้าว หรือสถานที่อื่นๆ ให้เป็นไปตามเงื่อนไข เงื่อนเวลา การจัดระบบและระเบียบ รวมทั้งมาตรการป้องกันโรคที่ทางราชการกำหนด

อนึ่ง เนื่องจากเป็นกรณีที่มีความจำเป็นเร่งด่วนหากปล่อยให้เนิ่นช้าไปจะก่อให้เกิดผลเสียหายอย่างร้ายแรงแก่สาธารณชนหรือกระทบต่อประโยชน์สาธารณะจึงไม่อาจให้คู่กรณีใช้สิทธิโต้แย้งตามมาตรา 30 วรรคสอง (1) แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539

หากผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งฉบับนี้ อาจเป็นความผิดตามมาตรา 51 ต้องระวางโทษปรับ ไม่เกินสองหมื่นบาท หรือมาตรา 52 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับแห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 และอาจได้รับโทษตามมาตรา 18 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการ ในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2564 ถึงวันที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2564

"ภูเก็ต"ปิดสถานที่เสี่ยง มาตรการเดินทางเข้าจังหวัด เช็กประกาศล่าสุด "ภูเก็ต"ปิดสถานที่เสี่ยง มาตรการเดินทางเข้าจังหวัด เช็กประกาศล่าสุด "ภูเก็ต"ปิดสถานที่เสี่ยง มาตรการเดินทางเข้าจังหวัด เช็กประกาศล่าสุด ที่มา : ศูนย์ข้อมูลโควิดจังหวัดภูเก็ต

แท็กที่เกี่ยวข้อง