
ทีดีอาร์ไอ เเนะ"มาตรการเยียวยาโควิด" ควรเพิ่มเงินอุดหนุนกลุ่มเปราะบาง
"ดร.นณริฏ" นักวิชาการทีดีอาร์ไอ มอง "มาตรการเยียวยาโควิด" ล่าสุด ถือว่าดีและเหมาะสมกับสถานการณ์ เเต่ ม.39 และ 40 ที่ต้องลงทะเบียนใหม่อาจจะมีคนที่เข้าไม่ถึง เเนะควรเพิ่มเงินอุดหนุนกลุ่มเปราะบาง
จากกรณีเมื่อวานที่ผ่านมา (13 ก.ค.64) ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) มีมติเห็นชอบ "มาตรการเยียวยาโควิด" ล่าสุด เพื่อช่วยเหลือ "ผู้ประกันตน ในระบบประกันสังคม มาตรา 33 มาตรา 39 และมาตรา 40 รวมทั้งแรงงานนอกระบบ อาชีพอิสระ ผู้ประกอบการ-กิจการ-ร้านค้า และประชาชนทั่วไป ที่ได้รับผลกระทบจากข้อกำหนดศบค.ฯ ฉบับที่ 27 ที่มี ประกาศเคอร์ฟิว มาตรการล็อกดาวน์ ในพื้นที่ 10 จังหวัดสีแดงเข้ม หรือ พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด
“ดร.นณริฏ พิศลยบุตร” นักวิชาการอาวุโส สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ซึ่งสนใจศึกษาวิจัยโจทย์ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของไทย เปิดเผยกับฐานเศรษฐกิจว่า ถือเป็นความพยายามของรัฐบาลในการเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจาการยกระดับมาตรการที่เข้มข้นขึ้นเพื่อให้ตรงจุดมากขึ้น ด้วยการกำหนดพื้นที่ก็มีความสอดคล้องกับพื้นที่ที่ระบาดและถูกควบคุม กิจการที่ได้รับผลกระทรบก็ถูกระบุไว้ทั้ง 9 สาขาอาชีพ
“มาตรการลดค่าครองชีพคิดว่าดีและเหมาะสมกับสถานการณ์ จากที่ดูภาคบริการหรือ Service sector ก็น่าจะตรงกับผู้ที่ได้รับผลกระทบ เงื่อนไขการให้เงินเยียวยาในฝั่งแรงงาน มีการกำหนดว่าต้องเข้าระบบ คือ ม.33 39 40 ทำให้ช่วยสกีนคนที่เดือดร้อนจริงๆ จาก ม.33 ได้ดี แต่ ม.39 และ 40 ที่ต้องลงทะเบียนใหม่จะเกิดเป็นต้นทุน และอาจจะมีคนที่เข้าไม่ถึงพอสมควร เพราะความยุ่งยาก ลำบาก ด้วยการระบาดของโรค และความล่าช้าของรัฐกว่าจะลงทะเบียน อนุมัติและให้การช่วยเหลือ”
ดร.นณริฏ กล่าวเพิ่มเติมว่ามาตรการเยียวยาดังกล่าวยังมีจุดด้อย คือเรื่องกลุ่มคนเปราะบาง โดยส่วนตัวคิดว่าควรมีมาตรการสนับสนุนนคนที่ประสบปัญหาวิกฤติในช่วงโควิดผ่านฐานข้อมูลที่มีอยู่เดิม เช่น นักเรียนยากจน (กสค) บัตรคนจน ผู้สูงอายุ คนพิการ เป็นต้น
“อยากให้เพิ่มเงินอุดหนุนกับกลุ่มคนที่เปราะบางที่อยู่ในพื้นที่ระบาดด้วย อาจจะพิจารณาเป็น 200 ต่อวัน ตกเดือนละ 5,000 บาทต่อคน ให้ 1 เดือน”
สำหรับประเด็นการล็อกดาวน์และเคอร์ฟิวที่เกิดขึ้น ดร.นณริฏ มองว่าเป็นการควบคุมที่จำเป็น แต่ยังไม่แน่ใจว่าต้องใช้เวลายาวนานเท่าไหร่ เพราะไทยต่อสู้กับการระบาดรอบนี้ ซึ่งเรียกได้ว่ารุนแรงกว่าระลอกอื่นๆ จนกว่าจะมีวัคซีนและเกิดภูมิคุ้มกันหมู่ ไทยคงต้องต่อสู้กับการแพร่ระบาดแบบเปิดๆ ปิดๆ แบบนี้ไปอีกระยะหนึ่ง






