
ศบค.ขีดเส้น โรงงานขนาดใหญ่ ต้องทำแบบประเมินตนเอง ภายใน 15 มิ.ย.นี้
ศบค.ขีดเส้น โรงงานขนาดใหญ่ ต้องทำแบบประเมินตนเองให้ครบ 100% ภายใน 15 มิ.ย.นี้ ย้ำหากประเมินไม่ผ่าน ก็ไม่ต้องกังวล จะมีทีมเจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยเหลือทำให้โรงงานเกิดความปลอดภัย
พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษก ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศวันนี้(2 มิ.ย.64)ช่วงหนึ่งว่า ที่ประชุม ศบค.ชุดเล็ก ได้หารือการแพร่ระบาดภายในโรงงานแปรรูปเนื้อไก่ ที่จังหวัดสระบุรี โดยมีพนักงานจำนวนมาก แบ่งเป็นแรงงานชาวไทยกว่า 4,000 คนและชาวต่างชาติ กว่า 1,000 คน โดยส่วนใหญ่เป็นชาวกัมพูชา
ซึ่งการติดเชื้อมีทั้งในส่วนของพนักงานแปรรูปเนื้อสัตว์ ฝ่ายเตรียมการผลิตและในส่วนของออฟฟิศ โดยพบพนักงานชาวกัมพูชาติดเชื้อมากกว่าคนไทย 3.9 เท่า เนื่องจากมีการอาศัยร่วมกันในหอพักที่ค่อนข้างแออัด 1 ห้องอยู่รวมกัน 3-6 คน รวมถึงมีการรวมกลุ่มและใช้ส่วนกลางร่วมกัน ขณะที่กลุ่มแรงงานช่างพบว่า ติดเชื้อน้อยเพราะมีมาตรการทางด้านสาธารณสุขที่ค่อนข้างดีและมีความระมัดระวังสูง
พญ.อภิสมัย กล่าวว่า ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมามีการสำรวจว่า ปัจจัยที่ทำให้เกิดการติดเชื้อภายในโรงงาน ได้แก่ เรื่องของสถานที่แออัดการระบายอากาศไม่ดีพอ จุดสัมผัสร่วมกันไม่สะอาด โดยในโรงงานขนาดใหญ่พบมีการติดเชื้อมากถึง 20% โรงงานขนาดกลางและเล็กมีการติดเชื้อ 5%
ทั้งนี้ ที่ประชุมจึงได้จัดทำแผนมาตรการป้องกันการควบคุมโรคภายในโรงงาน เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อและลดความรุนแรงไม่ให้แพร่กระจายไปในชุมชนเป็นวงกว้าง เพื่อปกป้องเศรษฐกิจและสังคมให้สถานประกอบการปลอดภัยและดำเนินกิจการได้ในช่วงที่มีการแพร่ระบาด ซึ่งโรงงานที่ได้ลงทะเบียนไว้กับกระทรวงอุตสาหกรรมมีทั้งหมด 63,029 แห่งและช่วงที่ผ่านมากรมอนามัย ได้รณรงค์ให้โรงงานและตลาด ใช้เครื่องมือดำเนินการบนแพลตฟอร์มดิจิทัล Good factory practice คือ Thai stop covid+(TSC) ในการทำแบบประเมินทางด้านป้องกันโรคด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมและมาตรการเมื่อพบผู้ติดเชื้อ
ในช่วงที่ผ่านมามีเพียง 2,800 โรงงานที่เข้าไปทำแบบประเมิน โดยเฉพาะในโรงงานขนาดใหญ่เข้าไปทำแบบประเมินเพียง 650 โรงงาน ดังนั้นได้เน้นย้ำว่า ภายในวันที่ 15 มิ.ย.นี้โรงงานขนาดใหญ่ทุกโรงงาน จะต้องเข้าไปทำแบบประเมินให้ครบ 100% และขอให้ตอบตามความเป็นจริง และหากประเมินไม่ผ่าน ก็ไม่ต้องกังวล เพราะจะมีทีมเจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยเหลือทำให้โรงงานเกิดความปลอดภัย
นอกจากนี้ ที่ประชุมได้มอบหมายให้กรมควบคุมโรคทบทวนรายละเอียดมาตรการการจัดการของแคมป์คนงานในการควบคุมการแพร่ระบาดให้อยู่ในแคมป์ เพื่อให้สถานประกอบการและแคมป์คนงานเข้าใจตรงกันอย่างถูกต้อง เพราะขณะนี้มีหลายแคมป์ที่คิดว่า ได้ปฏิบัติถูกต้องแล้วและเพียงพอแล้ว แต่ยังทำให้เกิดการแพร่ระบาด ดังนั้นกรมควบคุมโรคจะมีข้อปฏิบัติอย่างละเอียดให้แคมป์คนงาน และหากไม่ปฏิบัติตาม ก็ให้ฝ่ายความมั่นคงสนับสนุนการทำงานของ กทม.และกรมควบคุมโรค
ทั้งนี้ พญ.อภิสมัย ขอฝากไปยังเจ้าของสถานประกอบการและแคมป์คนงานว่า ภาครัฐไม่ต้องการใช้บทลงโทษ แต่ขอความร่วมมือเพื่อดูแลคนงานทุกคนให้เกิดความปลอดภัย และแม้มาตรการของรัฐจะมีความเข้มข้น แต่หากผู้ประกอบการและสถานประกอบการไม่ปฏิบัติตาม ประชาชนก็จะไม่ปลอดภัยเช่นกัน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- อัพเดท ยอดโควิดวันนี้ ติดเชื้อเพิ่ม 3,440 อาการหนัก 1,247 หายป่วยเพิ่ม 2,843 ราย
- โควิดวันนี้ เปิดรายละเอียดผู้เสียชีวิต 38 ราย พบอาชีพเสี่ยง "ขับรถประจำทาง-แท็กซี่-รปภ."
- โควิดวันนี้ เช็กรายชื่อ 10 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่สูงสุด "สมุทรปราการ-เพชรบุรี-ตรัง"ยอดพุ่ง
- เอกชนขอนำเข้า "วัคซีนไฟเซอร์" 20 ล้านโดส วงเงิน 6 พันล้าน เจรจาได้แล้วพร้อมจัดสรรให้รัฐ 50%
- "Sinovac" ฉีดผู้มีอายุ 18 ปีขึ้นไป-มากกว่า 60 ปีได้ "หมอเฉลิมชัย" แนะคนไทยเลิกกังวล
- อัพเดท คลัสเตอร์โควิด"กทม."ต้องเฝ้าระวัง 48 แห่ง ที่พบใหม่ 1 แห่ง






