
สรุป "มาตรการคลายล็อก" พื้นที่สีแดงเข้ม-สีแดง-สีส้ม เริ่ม 17 พ.ค.นี้
รายงานพิเศษ : สรุป "มาตรการคลายล็อก" พื้นที่สีแดงเข้ม-สีแดง-สีส้ม เริ่ม 17 พ.ค.นี้
ตามที่มีการประกาศมาตรการคลายล็อก หรือ ผ่อนคลายมาตรการ ทั่วประเทศ ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 15 พ.ค. 64 และมีผลบังคับใช้วันที่ 17 พ.ค. 64 ลงนามโดย พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐนตรี
ฐานเศรษฐกิจ สรุปรายละเอียดของมาตรการคลายล็อกดังกล่าวเป็น ข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 23 ) โดยเนื้อหาโดยสรุประบุว่า
โดยที่สถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ระลอกเดือนเมษายน 2564 ได้เกิดขึ้นในหลายพื้นที่และแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว ซึ่งส่วนใหญ่พบในกลุ่มผู้สัมผัสผู้ป่วยยืนยันต่อเนื่องจากกลุ่มการแพร่ระขาดในสถานบันเทิง การเดินทางจากพื้นที่เสี่ยง และการติดเชื้อต่อเนื่องจากสถานที่เฉพาะกลุ่ม เช่น ชุมชนแออัด โรงงาน สถานที่พักของแรงงานต่างต้าว หรือตลาด ส่งผลให้มีจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่และผู้ป่วยสะสมเพิ่มขึ้น และมีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมากอันส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนโดยรวม ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลได้กำหนดมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดอย่างเข้มงวดมาแล้วระยะหนึ่งอันเป็นกรณีที่ไม่อาจหลีกเสี่ยงได้เพื่อให้สถานการณ์แพร่ระบาดคลี่คลายโดยเร็ว
จากการประเมินสถานการณ์คาดว่าแม้การระบาดจะยังคงมีอยู่อีกระยะหนึ่งแต่จากการที่รัฐบาลได้ดำเนินมาตรการตรวจคัดกรองเชิงรุกเพิ่มชื้นประกอบกับการเร่งรัดดำเนินการฉีดวัคซีนให้แก่ประชาชน ซึ่งหากได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากทุกภาคส่วนจะช่วยให้สถานการณ์มีแนวโน้มที่ดีขึ้นเป็นลำดับ จึงสมควรผ่อนคลายมาตรการควบคุมบางกรณีเพื่อมิให้ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตและการประกอบอาชีพของประชาชนเกินสมควร
โดยกำหนดมาตรการควบคุมที่จำเป็นตามระดับของพื้นที่สถานการณ์ให้สอดคล้องกับสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019ในปัจจุบัน เพื่อให้การดำเนินชีวิตของประชาชนและการขับเคลื่อนกิจกรรมทางเศรษฐกิจและสังคมสามารถดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่องควบคูไปกับมาตรการด้านสาธารณสุข
นายกรัฐมนตรีจึงออกข้อกำหนดและข้อปฏิบัติขึ้นไว้ดังต่อไปนี้
ข้อ 1
ข้อปฏิบัติในการสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า การสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าอย่างถูกวิธีตามข้อแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข เมื่ออยู่นอกเคหสถานหรือเมื่ออยู่ในที่สาธารณะยังคงเป็นข้อปฏิบัติเพื่อลดความเสี่ยงในการแหร่หรือรับเชื้อการจัดกิจกรรมซึ่งมีผู้เข้าร่วมเป็นจำนวนมากและมีโอกาสติดต่อสัมผัสกันได้ง่ายที่ดำเนินการ
โดยพนักงานเจ้าหน้าที่หรือได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ในกรณีที่กลุ่มบุคคลที่จำเป็นต้องเข้าประชุมอยู่ในสถานที่หนึ่งที่ใดเป็นระยะเวลานานและต่อเนื่องหลายชั่วโมงซึ่งการสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าตลอดเวลาอาจไม่สะดวกหรือเป็นอุปสรรคต่อการทำหน้าที่ในการประชุม หากผู้จัดประชุมได้กำหนดให้มีมาตรการตรวจคัดกรองบุคคลและได้ดำเนินการตามมาตรการป้องกันโรค ที่ทางราชการกำหนดอย่างรอบคอบ รัดกุม และเข้มงวดเพียงพอแล้ว
เช่น การเว้นระยะห่างทางสังคม การให้ผู้เข้าร่วมประชุมสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าและเครื่องป้องกันตามมาตรการที่ทางราชการกำหนด รวมทั้งการแสดงบรับรองผลการตรวจว่าไม่มีความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และการจัดให้มีกระบวนการคัดกรองโดยพิจารณาจากอาการของโรค ประกอบกับได้ดำเนินการภายใต้มาตรการควบคุมการประชุมตามระเบียบหรือข้อบังคับเมื่อเกิดเหตุที่มีความเสี่ยงโดยให้ผู้ควบคุมการประชุมกำหนดให้กลุ่มบุคคลดังกล่าวต้องสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าตลอดเวลาการประชุม แต่อาจพิจารณาผ่อนผันได้เฉพาะช่วงเวลาของการอภิปรายหรือแสดงความเห็นในที่ประชุมได้ตามความเหมาะสมแห่งสภาพการณ์และความสมควรแก่เหตุ
ข้อ 2
การกำหนดพื้นที่สถานการณ์ ปรับระดับการกำหนดเขตพื้นที่สถานการณ์ เพื่อการบังคับใช้มาตรการควบคุมแบบบูรณาการจำแนกตามเขตพื้นที่สถานการณ์ ดังนี้
พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (สีแดงเข้ม)
ให้พื้นที่ กรุงเทพมหานคร จังหวัดนนทบุรี จังหวัดปทุมธานี และจังหวัดสมุทรปราการ รวม 4 จังหวัด เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด โดยมีมาตรการดังนี้
ร้านจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม
- ให้บริโภคอาหารและเครื่องดื่มในร้านได้ไม่เกินเวลา 21.00 น. โดยจำกัดจำนวนผู้นั่งบริโภคในร้านได้ไม่เกิน 25% ของจำนวนที่นั่งปกติ
- ห้ามการบริโภคสุราหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในร้าน
- ให้จำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มในลักษณะของการนำไปบริโภคที่อื่นได้จนถึงเวลา 23.00 น.
- ให้ผู้ประกอบการจัดให้มีมาตรการคัดกรองผู้เกี่ยวข้อง การจัดระเบียบผู้เข้าใช้บริการ และการเว้นระยะห่างตามคำแนะนำและมาตรการที่ทางราชการกำหนด
โรงเรียนและสถาบันการศึกษาทุกประเภท
- ให้งดใช้อาคารหรือสถานที่เพื่อการจัดการเรียนกรสอน การสอบ การฝึกอบรม หรือการทำกิจกรรมใด ๆ ที่มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมากและมีโอกาสติดต่อสัมผัสกันได้ง่ายทำให้เสี่ยงต่อการแพรโรค เว้นแต่เป็นกรณีที่กำหนดไว้ในข้อ 1 แห่งข้อกำหนด (ฉบับที่ 20) ลงวันที่ 16 เมษายน พ.ศ.2564
พื้นที่ควบคุมสูงสุด (สีแดง)
ให้พื้นที่จังหวัด รวม 17 จังหวัด เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุด ได้แก่
- จังหวัดกาญจนบุรี
- จังหวัดชลบุรี
- จังหวัดฉะเชิงเทรา
- จังหวัดตาก
- จังหวัดนครปฐม
- จังหวัดนครศรีธรรมราช
- จังหวัดนราธิวาส
- จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
- จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
- จังหวัดเพชรบุรี
- จังหวัดยะลา
- จังหวัดระนอง
- จังหวัดระยอง
- จังหวัดราชบุรี
- จังหวัดสงขลา
- จังหวัดสมุทรสาคร
- จังหวัดสุราษฎร์ธานี
ร้านจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่ม
- ให้บริโภคอาหารและเครื่องดื่มในร้านได้ไม่เกินเวลา 23.00 น.
- ห้ามการบริโภคสุราหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในร้าน ท
- ให้ผู้ประกอบกรจัดให้มีมาตรการคัดกรองผู้เกี่ยวข้อง การจัดระเบียบผู้เข้าใช้บริการ และการเว้นระยะห่างตามคำแนะนำและมาตรการที่ทางราชการกำหนด
โรงเรียนและสถาบันการศึกษาทุกประเภท
- ให้สามารถใช้อาคารหรือสถานที่เพื่อการจัดการเรียนการสอน การสอบ การฝึกอบรม หรือการทำกิจกรรมใด ๆ ที่มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก
- ให้พิจารณาตามความจำเป็น และดำเนินการตามมาตรการป้องกันโรคที่ทางราชการกำหนด ซึ่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครหรือผู้ว่าราชการจังหวัด โดยคำแนะนำของคณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานครหรือคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด แล้วแต่กรณี
- กำหนดหลักเกณฑ์การพิจารณาอนุญาตของพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อให้เหมาะสมกับสภาทพื้นที่จัดกิจกรรมและสถานการณ์ในพื้นที่รับผิดชอบ
พื้นที่ควบคุม (สีส้ม)
ให้พื้นที่จังหวัด รวม 56 จังหวัด เป็นพื้นที่ควบคุม ได้แก่
- จังหวัดกระบี่
- จังหวัดกาฬสินธุ์
- จังหวัดกำแพงเพชร
- จังหวัดขอนแก่น
- จังหวัดจันทบุรี
- จังหวัดชัยภูมิ
- จังหวัดชัยนาท
- จังหวัดชุมพร
- จังหวัดเชียงราย
- จังหวัดเชียงใหม่
- จังหวัดตรัง
- จังหวัดตราด
- จังหวัดนครนายก
- จังหวัดนครพนม
- จังหวัดนครราชสีมา
- จังหวัดนครสวรรค์
- จังหวัดน่าน
- จังหวัดหนองคาย
- จังหวัดปังกาฬ
- จังหวัดบุรีรัมย์
- จังหวัดปราจีนบุรี
- จังหวัดปัตตานี
- จังหวัดพังงา
- จังหวัดพัทลุง
- จังหวัดพะเยา
- จังหวัดพิจิตร
- จังหวัดพิษณุโลก
- จังหวัดเพชรบูรณ์
- จังหวัดแพร่
- จังหวัดภูเก็ต
- จังหวัดมหาสารคาม
- จังหวัดมุกดาหาร
- จังหวัดแม่ฮ่องสอน
- จังหวัดยโสธร
- จังหวัดร้อยเอ็ด
- จังหวัดลพบุรี
- จังหวัดลำปาง
- จังหวัดลำพูน
- จังหวัดเลย
- จังหวัดศรีสะเกษ
- จังหวัดสกลนคร
- จังหวัดสตูล
- จังหวัดสระแก้ว
- จังหวัดสระบุรี
- จังหวัดสมุทรสงคราม
- จังหวัดสิงห์บุรี
- จังหวัดสุโขทัย
- จังหวัดสุพรรณบุรี
- จังหวัดสุรินทร์
- จังหวัดหนองบัวลำภู
- จังหวัดอ่างทอง
- จังหวัดอุดรธานี
- จังหวัดอุตรดิตถ์
- จังหวัดอุทัยธานี
- จังหวัดอุบลราชธานี
- จังหวัดอำนาจเจริญ
ร้านจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่ม
- ให้บริโภคอาหารและเครื่องดื่มในร้านได้ภายใน
- กำหนดเวลาปกติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- ห้ามการบริโภคสุราหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอออล์ในร้าน
โรงเรียนและสถาบันการศึกษาทุกประเภท
- ให้สามารถใช้อาคารสถานที่เพื่อการจัดการเรียนการสอน การสอบ การฝึกอบรม หรือการทำกิจกรรมใด ๆ ได้ตามความเหมาะสมและความพร้อม
- ให้ดำเนินการตามคำแนะนำของทางราชการและมาตรการป้องกันโรคที่ทางราชการกำหนด ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แล้วแต่กรณี
นอกจากนี้ ในข้อ 5 ของประกาศ ยังระบุถึง การเร่งรัดการถีดวัคซึนเพื่อป้องกันโรค เพื่อบริหารจัดการสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่กำหนดเป็นวาระแห่งชาติปรากฎผลเป็นรูปธรรมและประชาชน ได้รับประโยชน์โดยเร็ว ให้ศูนย์ปฏิบัติการ ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด - 19 (ศปก.ศบค.) ปฏิบัติการช่วยเหลือและสนับสนุนการดำเนินงานร่วมกันระหว่างกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการเร่งรัดเตรียมความพร้อมและบูรณาการปฏิบัติงานเพื่อขับเคลื่อนภารกิจในการกระจายและแจกจ่ายวัคซีน กรลงทะเบียนรับวัคซีน การฉีดวัคซีน
รวมทั้งการอื่นใดที่เกี่ยวข้องให้เป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนให้เข้ารับการฉีดวัคซีนเพื่อมุ่งลดจำนวนผู้ป่วยและให้เกิดภูมิคุ้มกันหมูในประเทสต่อไป โดยให้รายงานแผนการปฏิบัติงานและผลการดำเนินงานดังกล่าวต่อนายกรัฐมนตรีเป็นระยะอย่างต่อเนื่อง
ข้อ 6 การป้องกันและปราบปรามการมีส่วนร่วมในการกระทำอันเป็นเหตุให้เกิดการระบาดของโรค รัฐบาลคงเน้นย้ำเจตจำนงที่เด็ดขาดในการดำเนินการป้องกันและปราบปรามบุคคลใดก็ตามที่มีส่วนร่วมหรือเกี่ยวข้องกับการกระทำอันเป็นเหตุให้เกิดการระบาดของโรค เช่น การมีส่วนร่วมกับขบวนการลักลอบเข้าเมือง โดยมิได้ผ่านกระบวนการตรวจสอบ การคัดกรองโรค และการกักกันตัวตามมาตรการทางสาธารณสุข ซึ่งเป็นต้นตอของการเป็นพาหะของโรคโควิด - 19 ชนิดกลายพันธุ์จากภายนอกราชอาณาจักร และการเปิดบ่อนการหนันขึ้นในพื้นที่ต่าง ๆ ซึ่งเป็นต้นตอของการระบาดของโรคแบบกลุ่มก้อนจนส่งผลกระทบอย่างรุนแรง
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง พนักงานเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง และพนักงานเจ้าหน้าที่อื่นที่มีหน้าที่รับผิดชอบ ประสานการปฏิบัติงานอย่างใกล้ชิดและเพิ่มความเข้มงวดในการปฏิบัติการกวดขันสอดส่องและฝ้าระวังเพื่อป้องกันการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายรวมถึงการเปิดให้มีการมั่วสุมลักลอบเล่นการพนัน และให้ดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายเพื่อปราบปรามต่อไป
ข้อ 7 การปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้ง ให้หัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐเจ้าของกิจการหรือผู้ประกอบการภาคเอกชน พิจารณาดำเนินมาตรการชั้นสูงสุดเพื่อลดจำนวนการเดินทางของเจ้าหน้าที่และบุคลากรที่อยู่ในความรับผิดชอบเพื่อป้องกันและลดโอกาสเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อเป็นระยะเวลาต่อเนื่องออกไปอีกอย่างน้อยสิบสี่วัน ซึ่งอาจสั่งการให้ปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้งการลดจำนวนบุคคลที่ประจำอยู่สถานที่ตั้ง การสลับวันทำงาน หรือวิธีการอื่นใดตามความเหมาะสมโดยพิจารณาให้เพียงพอต่อภารกิจในการให้บริการประชาชน
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 17พฤษภาคม ท.ศ. 2564 เป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2564
ที่มา ราชกิจจานุเบกษา ข้อกำหนดออกตามความในมาตรา ๙ แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ (ฉบับที่ ๒๓)
ข่าวที่เกี่ยวข้อง :
- ด่วน ประกาศ"คลายล็อก" พื้นที่สีแดงเข้ม นั่งทานอาหารในร้านได้ถึง 21.00 น. เริ่ม 17 พ.ค.นี้
- ศบค.ปรับ 4 จังหวัด กทม.-นนทบุรี-ปทุมธานี-สมุทรปราการ อัพพื้นที่เป็นสีแดงเข้ม
- ประเดิมรายแรก ฟ้อง“ศบค.-นายกฯ” ชดใช้ 4.5 ล้าน เสียชีวิตจากโควิด
- ศบค. เผย พบ 27คลัสเตอร์ใน กทม.ติดเชื้อโควิด
- ชี้ 6 จุด "คลัสเตอร์สนามบินสุวรรณภูมิ" ติดเชื้อรวม 105 ราย






