thansettakij
thansettakij
สั่ง ผบก.ทุกจังหวัด ตั้งทีมกฏหมายให้คำแนะนำ ตร.เอาผิดเรื่องแมสก์

สั่ง ผบก.ทุกจังหวัด ตั้งทีมกฏหมายให้คำแนะนำ ตร.เอาผิดเรื่องแมสก์

26 เม.ย. 64 | 07:23 น.

ผบ.ตร.สั่ง ผบก.ทุกจังหวัด ตั้งทีมกฏหมายให้คำแนะนำ ตำรวจเอาผิดตามประกาศของผู้ว่าฯเรื่องแมสก์ เน้นเจตนาเป็นหลัก

วันที่ 26 เมษายน 2564 พล.ต.อ.ดำรงค์ศักดิ์ กิตติประภัสร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ( รองผบ.ตร.) เปิดเผย กรณีตำรวจภูธรภาค 1 จับกุมผู้ที่ฝ่าฝืนไม่สวมหน้ากากอนามัยขณะอยู่ในรถจนเกิดการวิพากษ์วิจารณ์ว่า กรณีดังกล่าว ในส่วนของรายเอียดอยู่ระหว่างการตรวจสอบกับทาง สภ.บางปะหัน ยืนยันว่า การจับกุมดำเนินคดีเจ้าหน้าที่ตำรวจมีหลักเกณท์การปฏิบัติและบังคับใช้กฏหมายตามที่ ผู้ว่าราชการจังหวัดออกประกาศ ตาม พรก.ฉุกเฉิน ฯ  แต่ทุกอย่างต้องดูที่เจตนาด้วย หากพบว่าไม่มีเจตนากระทำผิดหรือฝ่าฝืนประกาศ ตำรวจก็พยายามแนะนำตักเตือน ทุกอย่างต้องดูที่เจตนาตำรวจไม่ได้มุ่งเอาเป็นเอาตาย หรือ จับกุมดำเนินคดีอย่างเดียว 

โดย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอด ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้กำชับการปฏิบัติ โดยเฉพาะห้ามไม่ให้มีการฉวยโอกาสหรือเรียกรับผลประโยชน์ แต่หากพบหรือมีหลักฐานก็มีบทมลงโทษทั้งวินัยและอาญาอยู่แล้ว 

อย่างไรก็ดี ผบ.ตร.ได้สั่งให้ ผบก.ทุกจังหวัด  ตั้งทีมกฏหมายขึ้นมา เพื่อแนะนำเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติและพนักงานสอบสวนอย่างเป็นขั้นตอนเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดและเป็นไปอย่างโปร่งใส ถูกต้องตามระเบียบคำสั่้งหรือประกาศของผู้ว่าแต่ละจังหวัด โดยย้ำว่าบางครั้งต้องใช้หลักรัฐศาสตร์ควบคู่กันไปดูเจตนาก่อนว่าควรบังคับใช้กฏหมายหรือไม่ เช่น ขับรถส่วนตัวมาคนเดียวปิดกระจกทุกด้าน  ซึ่งไม่น่าเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโควิด-19 อาจใช้ดุลยพินิจในการแนะนำตักเตือน เป็นต้น 

ส่วนกรณีตำรวจ สภ.บางปะหัน จากการตรวจสอบพบว่าเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ให้จับกุมเนื่องจากชายคนดังกล่าวเดินอยู่ในตลาดแต่ไม่สวมหน้ากากอนามัย เจ้าหน้าที่จึงต้องดำเนินการจับกุมและปรับตามกฏหมาย

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากรณีที่ สภ.บางปะหัน มีรายงานว่า เหตุเมื่อวันที่ 25 เมษายน 2563 เวลาประมาณ 10.30 น. นางวรีรัตน์ ประสงค์เงิน ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ต.บางนางร้า อ.บางปะหันจ.พระนครศรีอยุธยาพร้อมกับนายสมพงษ์ รูปเหมาะ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ได้รับร้องเรียนว่าที่ตลาดบางปะหัน มีประชาชนซึ่งเป็นพ่อค้าขายกะทิไม่สวมหน้ากากอนามัยจึงไปตรวจสอบ

ปรากฎว่าพบ นายปกรกฤช รุมรัตน์ และนายกิตติศักดิ์ รุมรัตน์ ไม่สวมหน้ากากอนามัยขณะอยู่ที่ตลาดจริง จึงพาตัวมาพบ พงส.เพื่อดำเนินการเปรียบเทียบปรับ พงส.พิจารณาแล้วมีความผิดตามคำสั่งจังหวัดพระนครศรีอยุธยาที่ 1779/2563 ลงวันที่ 6 มิ.ย.2563 ประกอบ มาตรา 51 พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2548 อัตราโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท พนักงานสอบสวนจึงแจ้งข้อหาให้ทราบและทำการเปรียบเทียบปรับ คนละ 500 บาท 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง 

โควิดวันนี้ รายใหม่ 2,048 แยกรายภาค จังหวัดไหนติดเชื้อเพิ่มบ้าง ฉีดวัคซีนแล้วเท่าไหร่

“โควิดเชียงใหม่”วันนี้พบผู้ติดเชื้อใหม่ลดลงเหลือ 78 ราย

นายกฯสั่งเร่งจัดหาวัคซีน 10-15 ล้านโดสต่อเดือน ตั้งเป้าฉีด 50 ล้านคนก่อนสิ้นปี

เปิดไทม์ไลน์ ผู้เสียชีวิตจากโควิด 8 ราย วันที่ 26 เม.ย. ส่วนใหญ่มีโรคประจำตัว เด็กสุดคืออายุ 24 ปี ขณะที่สูงวัยที่สุดคือ 92 ปี