
สธ.ชี้หลังผ่อนคลายเฟส 6 ประชาชนการ์ดตก สวมหน้ากากอนามัยลดลง
สธ.ชี้หลังผ่อนคลายเฟส 6 ประชาชนหย่อนมาตรการป้องกันโควิด-19 สวมหน้ากากอนามัยลดลงเหลือร้อยละ 64.8 จากที่เคยสูงสุดถึงร้อยละ 93.5
วันนี้(22 ส.ค.63)นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข(สธ.)เปิดเผยว่า จากข้อมูลผลสำรวจการรับรู้ ทัศนคติ และพฤติกรรมสุขภาพของประชาชนเรื่องโรคโควิด 19 โดยกรมควบคุมโรค (DDC Poll) ออนไลน์ครั้งที่ 15 เมื่อวันที่ 4-18 สิงหาคม 2563 จากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 2,346 ราย พบว่า หลังผ่อนปรนมาตรการในเฟส 6 ประชาชนเริ่มหย่อนการป้องกันตนเองในเรื่องการสวมหน้ากากอนามัย เมื่อไม่มีอาการไข้ ไอ เจ็บคอ ลดลงเหลือร้อยละ 64.8 จากที่เคยสูงสุดถึงร้อยละ 93.5 ลดลงจากครั้งที่ 14 (ร้อยละ 68.5) ถึงร้อยละ 4 ต่ำที่สุดจากที่เคยสำรวจทุกครั้งที่ผ่านมา และมีผู้ตอบว่าจะสวมหน้ากากต่อเนื่องเพียงร้อยละ 55.3 ลดลงจากที่เคยสูงสุดร้อยละ 63.7
อย่างไรก็ตาม เมื่อสอบถามถึงผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด 19 ซึ่งร้อยละ 46.5 ตอบว่ามีค่าใช้จ่ายในครัวเรือนที่เพิ่มขึ้น, ร้อยละ 40.9 มีรายได้ลดลง และร้อยละ 34.1 ไม่ได้ไปโรงเรียนตามปกติหรือเข้าร่วมกิจกรรมสังสรรค์ แต่ก็มีประชาชนที่ตอบในเชิงบวกว่าทำให้รับผิดชอบตัวเองและสังคมมากขึ้นถึงร้อยละ 55.3, ได้ทำสิ่งใหม่หรือค้นพบว่าตัวเองทำสิ่งใหม่ๆ ได้ร้อยละ 55.1 และได้พักผ่อนเพิ่มขึ้นร้อยละ 14.3
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
อ่วม! ทั่วโลกติดโควิด-19 ทะลุ 23 ล้านราย เสียชีวิตกว่า 8 แสนราย
"หมอธีระ"ชี้ 3 ปัจจัยที่มีอิทธิพล ต่อการแพร่ระบาด "โควิด-19"
เช็กที่นี่ แนวทางจัดแข่งขันกีฬาแบบมีผู้ชม
โดยสรุปพบว่าพฤติกรรมสุขภาพในการป้องกันโรคของประชาชนมีแนวโน้มลดลง ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่อาจทำให้เกิดการระบาดรอบใหม่ได้ตามคำเตือนขององค์การอนามัยโลก จึงขอย้ำให้ประชาชนร่วมมือกันปฏิบัติตามมาตรการที่กำหนดอย่างเข้มข้น เป็นนิสัย โดยเฉพาะการสวมหน้ากากผ้า/หน้ากากอนามัยทุกครั้งที่ออกนอกบ้านและตลอดเวลาขณะอยู่ในพื้นที่สาธารณะ ล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ กินร้อน ใช้ช้อนกลางส่วนตัว เว้นระยะห่างลดการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้อื่น หลีกเลี่ยงการเข้าไปอยู่ในสถานที่แออัด และลงทะเบียนเข้าออกสถานที่ที่ใช้บริการ ด้วยแพลตฟอร์มไทยชนะ เพื่อช่วยกันรักษาสถานการณ์ให้อยู่ในระดับต่ำต่อไป
สำหรับสถานการณ์โรคโควิด 19 ในหลายประเทศทั่วโลกขณะนี้ยังมีการระบาดเป็นวงกว้าง ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อสะสมทั่วโลกมีจำนวนถึง 23,108,105 ราย ประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสะสมสูงสุดคือ สหรัฐอเมริกา 5,796,727 ราย รองลงมาคือ บราซิล 3,536,488 ราย และอินเดีย 2,973,368 ราย นอกจากนี้มีหลายประเทศที่สามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้แล้วและกลับมาระบาดระลอกใหม่ เช่น ประเทศเมียนมาร์ในรัฐยะไข่ ทำให้องค์การอนามัยโลก (WHO) ออกมาเตือนว่าการที่ประชาชนผ่อนคลายมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโรคโควิด 19 ไม่ใส่ใจต่อการดูแลตนเอง เป็นสาเหตุหนึ่งที่อาจทำให้เกิดการระบาดรอบใหม่ในขณะนี้ อย่างไรก็ตามถือเป็นบทเรียนสำคัญให้ประเทศไทยได้เกิดการศึกษาเรียนรู้






