
ข้าพระบาท ทาสประชาชน : ทำไมบริษัทแสนสิริ จึงไม่ยกสะพานและทางขึ้นลงให้สาธารณะ
อ่าน | ข้าพระบาท ทาสประชาชน : กทม.อย่าเอาสมบัติแผ่นดิน เอื้อประโยชน์เอกชน
สำหรับบทความในคอลัมน์ของผู้เขียน ซึ่งสะท้อนปรากฏการณ์ที่ประชาชนให้ความสนใจและให้ความสำคัญต่อเรื่องนี้เป็นอย่างยิ่ง แต่ก็เป็นที่แปลกประหลาดใจที่สุดที่ทั้ง กทม.และบริษัทเอกชนผู้เกี่ยวข้อง กลับมิได้ให้ความสนใจและไม่ยอมออกมาชี้แจงหรือตอบข้อสงสัยของประชาชน แม้ในวันต่อๆ มาคือ เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2561 ในรายการ “ชั่วโมงฐานเศรษฐกิจ” ทางสถานีโทรทัศน์เนชั่น ทีวี ที่ดำเนินรายการโดย คุณบากบั่น บุญเลิศ จะได้นำเรื่องนี้มาเสนอต่อประชาชน โดยมีรายละเอียดข้อมูลเกี่ยวกับการพัฒนาที่ดินของโครงการ “T77 อาณาจักรหมื่นล้าน” ของบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการใช้ประโยชน์จากสาธารณสมบัติของแผ่นดิน เพื่อประโยชน์ในทางธุรกิจของตนอย่างไร มาเสนอต่อประชาชน
แต่ทั้ง กทม.และบริษัทเอกชนดังกล่าว กลับปิดปากเงียบ ประหนึ่งไม่มีอะไรเกิดขึ้น แม้ประชาชนจะตั้งข้อสงสัยมากมายเพียงใด หน่วยงานปกครองท้องถิ่น ที่มีผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นผู้บริหารสูงสุด และบริษัทเอกชน ยังคงทำเหมือนทองไม่รู้ร้อน เห็นเสียงประชาชนเหล่านั้นเป็นเพียงเสียงนกเสียงกา แม้ผู้เขียนจะเสนอให้ชี้แจงข้อสงสัย หรือดำเนินการแก้ไขเสียให้ถูกต้อง ให้เป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมายและเพื่อประโยชน์ของประชาชนมากยิ่งกว่าประโยชน์ของเอกชน หรือโดยให้ผลประโยชน์ของมหาชนกับผลประโยชน์ทางธุรกิจเอกชน ไปด้วยกันได้ อย่างมีสัดส่วนที่เป็นธรรม ถูกต้อง และเหมาะสม แต่ก็ยังไม่ได้รับความสนใจจาก กทม.และบริษัทเอกชน ดังกล่าวแต่อย่างใด
ผู้เขียนเคยได้ฟังคำชี้แจงจากเจ้าหน้าที่โยธาของ กทม.ท่านหนึ่ง ผ่านรายการโทรทัศน์ช่องหนึ่งว่า “บริษัทเอกชนที่ขออนุญาตสร้างสะพาน ได้ยกสะพานให้เป็นสาธารณะ เพื่อให้อยู่ในความดูแลของ กทม.แล้ว แต่ยกให้เพียงเฉพาะตัวสะพานข้ามคลองเท่านั้น ส่วนทางขึ้นลงสะพานทั้ง 2 ฟากคลองไปจดถนนสาธารณะ ยังคงเป็นกรรมสิทธิ์ที่ดินของเอกชน กทม. ไม่มีอำนาจบังคับให้เอกชนยกที่ดินที่เป็นทางให้เป็นสาธารณะ แม้มีระเบียบ กทม. กำหนด ไว้ กทม.ก็ทำได้เพียงรับเอาสะพานเป็นของ กทม.เท่านั้น เอกชนจึงเก็บเงินขึ้นลงหรือผ่านสะพานได้”
วิญญูชนทั้งหลายพึงพิจารณาครับ หาก กทม.มีความไร้เดียงสาเช่นนี้ สมควรหรือไม่ที่จะมอบอำนาจหน้าที่ให้ดูแลสาธารณสมบัติของแผ่นดิน เพราะก่อนการอนุญาตให้เอกชนสร้างสะพานข้ามคลอง เชื่อมที่ดินทั้ง 2 ฟากฝั่งที่ไม่มีทางเข้าออก หรือมีก็ไม่สะดวกและคับแคบ ยากแก่การสัญจรไปมา หากไม่มีสะพานข้ามคลองพระโขนง ก็ไม่อาจมีทางหรือถนนที่จะเชื่อมทางสาธารณะได้ โครงการดังกล่าวย่อมไม่สามารถดำเนินการได้ และไม่มีมูลค่าน่าสนใจแก่ผู้ซื้อ
การอนุญาตให้เอกชนสร้างสะพานดังกล่าว จึงเป็นการเอื้อประโยชน์อย่างยิ่งแก่การพัฒนาที่ดินเอกชน และเป็นการสร้างมูลค่าที่ดิน เอื้อประโยชน์แก่เอกชนอย่างมหาศาล โดยอาศัยอำนาจของมหาชนเพื่อเอาสาธารณสมบัติของแผ่นดินมารับใช้ประโยชน์เอกชน การรับเอาเพียงสะพานข้ามคลองเป็นสาธารณะ แต่มิให้ทางขึ้นลงสะพานเป็นทางสาธารณะ เป็นวิธีคิดแบบ “ศรีธนญชัย” เอาแต่ได้ ย่อมส่อเจตนาการใช้อำนาจโดยมิชอบหรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือโดยทุจริต เพื่อเอื้อประโยชน์แก่บุคคลอื่นนั่นเอง
บริษัทเอกชนซึ่งได้ประโยชน์มหาศาลจากการใช้สมบัติแผ่นดินมาเอื้อประโยชน์ตน ก็อยู่ร่วมกับสังคมได้ ทำไมยังเห็นแก่ประโยชน์เล็กน้อยเช่นนี้
บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ควรมีธรรมาภิบาล และความรับผิดชอบต่อสังคม หากเสียสละประโยชน์ให้แก่ประชาชนส่วนใหญ่ ย่อมถือเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีในทางธุรกิจ นำมาซึ่งผลดีต่อการประกอบการ และความนิยมศรัทธาของลูกค้า คิดผิดคิดใหม่ได้ ทำผิดก็แก้ไขได้ และอย่าทำให้ลูกค้าหมดความนิยมศรัทธาเลยครับ จะได้ไม่คุ้มเสีย
|คอลัมน์ : ข้าพระบาท ทาสประชาชน
|โดย : ประพันธุ์ คูณมี
|หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3432 หน้า 6 ระหว่างวันที่ 3-5 ม.ค.2561






