
ปฏิกิริยา : เตือนคนไทย! ขยะอิเล็กทรอนิกส์ มัจจุราชเงียบตายผ่อนส่ง
แล้วทำไมต้องนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์หรือขยะพิษพวกนี้มาที่ประเทศไทย?
คำตอบง่ายๆคือการอนุญาตนำเข้าของเสียอันตรายที่เป็นไปตามกฎหมายภายใต้เงื่อนไขอนุสัญญาบาเซล (อ่านรายละเอียด ... อนุสัญญาบาเซลว่าด้วยการควบคุมการเคลื่อนย้ายข้ามแดนของของเสียอันตรายและการกำจัด )
ดังรายงานผู้อำนวยการใหญ่โครงการสิ่งแวดล้อมสหประชาชาติ (ที่มา http://www.theecologist.org) กล่าวว่า การส่งเสริมการรีไซเคิลในประเทศกำลังพัฒนาจะช่วยเพิ่มอัตราการจ้างงาน และนำโลหะที่มีค่ากลับมาใช้ใหม่ไม่ว่าจะเป็น เงิน ทอง แพลเลเดียม ทองแดง อินเดียม
ขณะเดียวกันยังสืบทราบว่าที่ฮ่องกงมีขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่รอการกระจายออกไปสู่ประเทศต่างๆ นับแสนตัน เมื่อเอาเข้ามาในไทยจึงถือว่านำสารพิษมากระจายเพื่อคร่าชีวิตพี่น้องคนไทย จึงต้องขยายผลกวาดล้างธุรกิจที่มีสารพิษร้ายจำพวกนี้
เพราะความจริงที่พูดไม่หมด ทำให้ความต้องการขยะอิเล็กทรอนิกส์ในทวีปเอเชียรวมถึงไทยมีมากขึ้นตามลำดับ ปัญหานี้ยังเรื้อรังจนถึงทุกวันนี้
“ขณะนี้ประเทศไทยเป็นลำดับต้นๆ ที่มีขยะอิเล็กทรอนิกส์ เพราะมีนายทุนต่างชาติลักลอบนำเข้ามา สำแดงเท็จเป็นสินค้ามือสอง โดยเฉพาะบรรดาเครื่องใช้ไฟฟ้า ทุกประเทศทั่วโลกให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ เพราะมีสารพิษส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และมีผลต่อชีวิตคนโดยตรง”
สิ่งที่น่าติดตามต่อมาคือ มีรายงานว่าจีนเพิ่งประกาศห้ามนำเข้าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และอาจใช้ไทยเป็นศูนย์กลางพักขยะอันตรายและหาประโยชน์แทน
ตามการประเมินของศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า มูลค่าของตลาดรีไซเคิลขยะอิเล็กทรอนิกส์ของไทย ในปี 2560 จะมีมูลค่าอยู่ที่ 5,000 ล้านบาท
เนื่องจากชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ 1 ชิ้น มีส่วนประกอบของเหล็ก ทองคำ ทองแดง ทองคำขาว ตะกั่ว พลาสติก รวมถึงชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถรวบรวมและนำไปขายแยก ซึ่งจะมีมูลค่า เนื่องจากบางชิ้นส่วนยังใช้งานได้
เหตุนี้จึงไม่น่าแปลกใจแม้แต่น้อยว่าทำไม รัฐบาลยากจะปฏิเสธการนำเข้าขยะพิษ แม้จะตระหนักดีว่าขยะอิเล็กทรอนิกส์เหล่านี้คือมัจจุราชเงียบคร่าชีวิตคนไทย (อ่านรายละเอียด สารอันตรายจากขยะอิเล็กทรอนิกส์และผลกระทบต่อสุขภาพ )
ประเด็นสำคัญคือประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายเกี่ยวกับการจัดการเศษเหลือทิ้งของเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์โดยตรง มีเพียงกฎหมายที่บัญญัติเกี่ยวกับการจัดการของเสียอันตรายและการประกอบกิจการอุตสาหกรรม และกฎหมายสิ่งแวดล้อม กฎระเบียบที่มีอยู่ในปัจจุบันไม่เอื้ออำนวยต่อการจัดการซากผลิตภัณฑ์ที่ชัดเจน
มาถึงตรงนี้ผู้เขียนมองว่าการรับมือกับปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์นั้น ลำพังอาศัยตัวบทกฎหมายในการบังคับใช้นั้นก็คงไม่พอ หากแต่ขึ้นอยู่กับอีกหลายปัจจัย ในความหมายนี้ก็คือต้องอาศัย “อำนาจ-ความเป็นธรรม-จิตสำนึก” ทุกคนทุกฝ่าย
|คอลัมน์ : ปฏิกิริยา
|โดย บิ๊กอ๊อด ปากพนัง
|ฐานเศรษฐกิจออนไลน์






