thansettakij
thansettakij
‘เอไอเอส’ตั้ง‘กานต์ ตระกูลฮุน’เสริมภาพลักษณ์ขึ้นชั้นอินเตอร์

‘เอไอเอส’ตั้ง‘กานต์ ตระกูลฮุน’เสริมภาพลักษณ์ขึ้นชั้นอินเตอร์

14 พ.ย. 59 | 02:00 น.
ก่อนหน้านี้มีข่าวเล็ดลอดออกมาว่า นายกานต์ ตระกูลฮุน อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ เอสซีจี จะมานั่งตำแหน่งฝ่ายบริหารใน เอไอเอส หรือ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน)

 บอร์ดมีมติตั้งเป็นทางการ

กระแสดังกล่าวก็เป็นเรื่องจริงเมื่อเอไอเอสได้ชี้แจงต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายนที่ผ่านมาว่านายวิทิตลีนุตพงษ์ได้แจ้งความประสงค์ขอลาออกจากตำแหน่ง“ประธานกรรมการเอไอเอส”กับบริษัทเนื่องจากติดภารกิจหน้าที่ในฐานะประธานกรรมการบริหารบริษัทไทยยานยนตร์จำกัด ซึ่งเป็นธุรกิจส่วนตัว แต่ยังดำรงตำแหน่งกรรมการของ บริษัท อินทัชโฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของเอไอเอส และเป็นที่ปรึกษาของสิงเทลในด้านการลงทุนในประเทศไทย ดังนั้นคณะกรรมการบริษัทได้แต่งตั้งนายกานต์ตระกูลฮุนเข้ามานั่งตำแหน่งประธานกรรมการบริษัทและประธานกรรมการความเป็นผู้นำและกำหนดค่าตอบแทนและแต่งตั้ง ฟิลิป เชียง ชอง แทน ให้เป็นกรรมการแทนตำแหน่งที่ว่างลง

เมื่อพลิกปูมประวัติของ“กานต์”เคยเป็นอดีตกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสซีจี จำกัด ตั้งแต่ปี 2549 และเกษียณอายุในปี 2558 จากนั้นได้มาเป็นกรรมการในบริษัทเอไอเอสฯ ในปีเดียวกัน และปัจจุบันยังเป็นคณะกรรมการที่ปรึกษา การพัฒนาระบบนวัตกรรมของประเทศ ในรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

เสริมภาพอินเตอร์

แหล่งข่าวในวงการอุตสาหกรรมโทรศัพท์เคลื่อนที่ เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า เหตุผลที่บอร์ดแต่งตั้งนายกานต์ ตระกูลฮุน เข้ามานั่งตำแหน่งประธานกรรมการ เอไอเอส เนื่องจากภาพลักษณ์เป็นผู้บริหารมืออาชีพระดับประเทศและระดับภูมิภาค ซึ่งก่อนหน้านี้ เอไอเอส ได้เคยแต่งตั้ง นายชุมพล ณ ลำเลียง อดีตกรรมการผู้จัดการของ เอสซีจี นั่งตำแหน่งประธานกรรมการเอไอเอส มาแล้วเช่นเดียวกัน

“คุณกานต์ เป็นผู้บริหารมืออาชีพเป็นที่รู้จักทั้งในและต่างประเทศ การที่ เอไอเอส เลือกคุณกานต์ เข้ามานั่งตำแหน่งครั้งนี้เพื่อเสริมภาพลักษณ์องค์กรทั้งในและต่างประเทศได้เป็นอย่างดี” แหล่งข่าวกล่าว

สำหรับ นายกานต์ ตระกูลฮุนสามารถนำพา เอสซีจี ผ่าวิกฤติต้มยำกุ้งในปี 2540 จากบริษัทที่เคยมีผลกำไรประมาณ 7,000 ล้านบาท กลายเป็นขาดทุนถึง 52,551 ล้านบาท และยังเป็นหนี้เงินกู้สูงถึงกว่า 2 แสนล้านบาท และ เอสซีจี กลับมาผงาดได้อีกครั้ง และได้มีการปรับโครงสร้างจาก 10 ธุรกิจหลักเหลือเพียง 5 ธุรกิจหลักคือ เคมีภัณฑ์ กระดาษ ซีเมนต์วัสดุก่อสร้าง และจัดจำหน่าย พร้อมกับพลิกโฉม เอสซีจี ให้เป็นองค์กรนวัตกรรมผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลงจำเป็นต้อง “พลิกวิธีคิด” ของคนที่เป็นพลังขับเคลื่อนองค์กร

 ไตรมาส 3 ลูกค้าเพิ่ม 5 แสนราย

นอกจากนี้แล้ว เอไอเอส ได้ชี้แจงผลประกอบการไตรมาส 3/ 2559 ว่า มีรายได้เพิ่ม 2.2% รวมรายได้จากการบริการ 30,626 ล้านบาท และลูกค้าใหม่เพิ่มจำนวน 5 แสนราย ทำให้ในสิ้นไตรมาส 3 มีลูกค้ารวมทั้งหมดเป็น 39.9 ล้านราย มีส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับ 1

สำหรับผลประกอบการที่เพิ่มขึ้นนั้น เอไอเอส ชี้แจงว่าเป็นผลมาจากจำนวนลูกค้าที่เพิ่มขึ้น และการใช้งานอินเตอร์เน็ตที่โตอย่างต่อเนื่อง โดยมีรายได้ในส่วนการใช้งานบริการข้อมูลเพิ่มขึ้น18% เมื่อเทียบกับปีก่อน ตามแนวโน้มการใช้งานของผู้บริโภค ที่ใช้อินเตอร์เน็ตผ่านมือถือสูงขึ้นเป็น 3 กิกะไบต์ต่อเดือน จากความนิยมในการใช้งานโซเชียลมีเดียและวิดีโอคอนเทนต์ที่เพิ่มขึ้น

ขณะที่แพ็กเกจราคาที่ดึงดูดใจ รวมทั้งโปรโมชันมือถือราคาพิเศษยังช่วยเพิ่มจำนวนลูกค้ากว่า 5 แสนเลขหมาย รวมเป็น 39.9 ล้านเลขหมาย ซึ่งนับว่าเพิ่มสูงสุดในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา

ส่วนธุรกิจอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง หรือ เอไอเอสไฟเบอร์ มีการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยรายได้ในไตรมาส 3 ปี 2559 เพิ่มขึ้นมากกว่า 6 เท่าของปีก่อน และจำนวนลูกค้าที่เพิ่มขึ้นต่อเดือน สูงกว่าปีที่แล้วถึง 4 เท่า ณ สิ้นไตรมาส มีลูกค้ารวม 195,000 ราย พร้อมทั้งขยายพื้นที่บริการครอบคลุม 3 ล้านครัวเรือนใน 28 จังหวัด ด้วยราคาเริ่มต้น 590 บาท สำหรับความเร็ว 20/7 เมกะบิตพร้อมส่วนลด 10% สำหรับลูกค้าเอไอเอสแบบระบบรายเดือน

 “วิทิต”ลุยธุรกิจยานยนต์

ด้าน นายวิทิต ลีนุตพงษ์ประธานกรรมการ บริษัท ไทยยานยนตร์ จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถยนต์โฟล์คสวาเกน ในประเทศไทย เปิดเผยถึงเหตุผลที่ลาออกจากตำแหน่งดังกล่าวว่า ต้องการทุ่มเวลาให้กับธุรกิจส่วนตัว คือ การจัดจำหน่ายรถโฟล์คสวาเกนรุ่นพิเศษ คือ ไทยยานยนตร์คาราเวล (THAIYARNYON CARAVELLE) ซึ่งเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของไทยยานยนตร์ ซึ่งจำหน่ายนาคา 3.55 ล้านบาท ได้เปิดตัวไปแล้วเป็นระยะเวลา 5 เดือนมีผู้จองไปแล้วทั้งสิ้น 200 คัน และ มีแผนขยายไปยังตลาดอาเซียนและสาธารณรัฐประชาชนจีนอีกด้วย

“หลังเปิดตัวรถโฟล์คออกไปได้รับการตอบรับมีผู้จองเป็นจำนวนมากต้องรีบทำการผลิตให้ทันตามความต้องการ ผมเองอยากทุ่มเวลาทั้งหมดให้กับธุรกิจส่วนตัวของผมจึงตัดสินใจลาออกจาก เอไอเอส” นายวิทิ

[caption id="attachment_113209" align="aligncenter" width="503"] ‘เอไอเอส’ตั้ง‘กานต์ ตระกูลฮุน’เสริมภาพลักษณ์ขึ้นชั้นอินเตอร์ ‘เอไอเอส’ตั้ง‘กานต์ ตระกูลฮุน’เสริมภาพลักษณ์ขึ้นชั้นอินเตอร์[/caption]

ต กล่าว

ขณะที่นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ของ เอไอเอส ได้เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลาเกือบ 3 ปีที่ผ่านมา ที่คุณวิทิตเข้ามาดำรงตำแหน่งประธานกรรมการเอไอเอส ได้ทุ่มเทเวลาและประสบการณ์ในการทำงานให้แก่เอไอเอส วางนโยบายที่เป็นรากฐานอันสำคัญให้กับเอไอเอส เพื่อสร้างความแข็งแกร่งรองรับทิศทางของธุรกิจที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทั้งในด้านการแข่งขันและกฎกติกา

พร้อมกันนี้ได้ปรับเปลี่ยนองค์กรใน 3 ส่วนหลักด้วยกันส่วนแรกในด้านบุคลากรและการปรับวัฒนธรรมองค์กร เช่น โครงการพัฒนาศักยภาพพนักงาน (Fast track) ส่วนที่ 2 การได้รับใบอนุญาตคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิรตซ์, 1800 เมกะเฮิรตซ์และ 2100 เมกะเฮิรตซ์และส่วนสุดท้ายการพัฒนาเอไอเอสจาก ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ไปสู่ผู้ให้บริการด้านดิจิตอลไลฟ์ (Digital Life Service Provider) ทั้งนี้นโยบายและแนวทางต่าง ๆ ที่วิทิตได้วางรากฐานไว้ ในอีก 5-10 ปีข้างหน้าเอไอเอสจะยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่องต่อไป

การมาของ “กานต์ ตระกูลฮุน” ครั้งนี้น่าจับตาเป็นอย่างยิ่งว่าผสานประสบการณ์ที่มีอยู่ให้ลงตัวกับบริษัทสื่อสารอันดับ1 อย่าง เอไอเอส ได้อย่างไรน่าสนใจยิ่ง

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,209 วันที่ 13 - 16 พฤศจิกายน 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • headline