
SET-mai จัดกลุ่มหุ้นใหม่ 30 หมวดธุรกิจ เริ่ม 1 มี.ค. 2570
SET-mai ปรับโครงสร้างหุ้นเป็น 8 กลุ่ม 30 หมวด ใช้เกณฑ์เดียวกัน เริ่ม 1 มี.ค. 2570 เพิ่ม TECH เป็น 4 หมวด ช่วยนักลงทุนเทียบธุรกิจและประเมินมูลค่าหุ้นได้ชัดขึ้น
KEY
POINTS
- ตลาดหลักทรัพย์ฯ (SET) และตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) จะปรับโครงสร้างกลุ่มอุตสาหกรรมและหมวดธุรกิจใหม่เป็น 8 กลุ่ม 30 หมวด โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2570
- การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญคือการเพิ่มหมวดในกลุ่มเทคโนโลยีเป็น 4 หมวดเพื่อรองรับธุรกิจดิจิทัล และเปลี่ยนชื่อกลุ่มทรัพยากรเป็นกลุ่มพลังงานและสาธารณูปโภค
- ตลาด mai จะนำโครงสร้าง 30 หมวดธุรกิจมาใช้เป็นครั้งแรกตามเกณฑ์เดียวกับ SET เพื่อช่วยให้นักลงทุนสามารถเปรียบเทียบและวิเคราะห์หุ้นได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
ตลาดหลักทรัพย์ฯ ปรับโครงสร้างกลุ่มอุตสาหกรรม จัดกลุ่ม “หุ้นเทคโนโลยี” เพิ่มความชัดเจน รองรับทิศทางธุรกิจดิจิทัล สร้างความน่าสนใจตลาดทุนไทย เช่นเดียวกันกับ ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ที่เตรียมจัดหมวดธุรกิจให้ บจ. ใน เอ็ม เอ ไอ ช่วยผู้ลงทุนเปรียบเทียบหุ้นได้ชัดเจน เริ่ม 1 มี.ค. 2570
ปรับโครงสร้างกลุ่มอุตสาหกรรม จัด “หุ้นเทค"
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ปรับการจัด 2 กลุ่มอุตสาหกรรมให้สะท้อนรูปแบบธุรกิจในปัจจุบันมากขึ้น โดยเพิ่มหมวดธุรกิจในกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยี จากเดิม 2 เป็น 4 หมวดธุรกิจ เพื่อรองรับธุรกิจดิจิทัลที่มีความหลากหลาย ได้แก่ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและโทรคมนาคม บริการด้านเทคโนโลยี และผลิตภัณฑ์และแพลตฟอร์มเทคโนโลยี พร้อมทั้งเปลี่ยนชื่อกลุ่มอุตสาหกรรมทรัพยากร เป็น “พลังงานและสาธารณูปโภค” แบ่งเป็น 2 หมวดธุรกิจ ได้แก่ เชื้อเพลิง และไฟฟ้าและสาธารณูปโภค มีผลตั้งแต่ 1 มีนาคม 2570
นายสรวิศ ไกรฤกษ์ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานการตลาด ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ปัจจุบันธุรกิจเทคโนโลยีในตลาดทุนไทยมีการเติบโตและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จากเดิมที่เน้นธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน ได้ขยายไปสู่ธุรกิจอุปกรณ์ ซอฟต์แวร์ แพลตฟอร์มดิจิทัล และปัญญาประดิษฐ์ (AI) มากขึ้น ในขณะที่การจัดกลุ่มธุรกิจรูปแบบเดิมยังไม่สามารถสะท้อนความหลากหลายของธุรกิจเทคโนโลยีในปัจจุบันได้อย่างชัดเจน
“การจัดหมวดธุรกิจใหม่ในครั้งนี้จะช่วยให้ผู้ลงทุนมองเห็นภาพและเข้าใจธุรกิจของบริษัทจดทะเบียนในกลุ่มเทคโนโลยีได้ชัดเจนยิ่งขึ้น รวมถึงสามารถค้นหาและเปรียบเทียบหุ้นไทยกับบริษัทในธุรกิจเดียวกันในตลาดหลักทรัพย์ชั้นนำของภูมิภาค และยังช่วยให้นักวิเคราะห์สามารถประเมินมูลค่าหุ้นโดยเปรียบเทียบกับบริษัทที่มีลักษณะธุรกิจใกล้เคียงกันได้อย่างเหมาะสมมากขึ้น นอกจากนี้ ยังเป็นการเตรียมรองรับบริษัทจดทะเบียนที่ดำเนินธุรกิจในรูปแบบใหม่ๆ และสนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์การลงทุนในอนาคต เช่น กองทุน Thematic หรือ Sector ETF” นายสรวิศกล่าว
ทั้งนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้รับการสนับสนุนผ่านการรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในตลาดทุน เพื่อประกอบการพิจารณาปรับปรุงโครงสร้างหมวดธุรกิจดังกล่าวแล้ว โดยการยกระดับครั้งนี้สอดคล้องกับพันธกิจของตลาดหลักทรัพย์ฯ “Empowering Market Participants” และ “Trusted Marketplace” ที่มุ่งเสริมศักยภาพให้แก่ผู้ร่วมตลาด พร้อมพัฒนาตลาดทุนไทยให้มีความน่าเชื่อถือและสามารถแข่งขันได้ในระดับสากล
จัด 4 หมวดธุรกิจ
สำหรับโครงสร้างใหม่ของกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยี (Technology: TECH) จะแบ่งเป็น 4 หมวดธุรกิจ เพื่อสะท้อนลักษณะธุรกิจที่สร้างรายได้หลักของบริษัทจดทะเบียน (เดิมประกอบด้วย 2 หมวดธุรกิจ ได้แก่ ETRON และ ICT) ดังนี้
- ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Components: ETRON) คงหมวดเดิม สำหรับผู้ผลิต ออกแบบ และจัดจำหน่ายชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงสารกึ่งตัวนำและวงจรรวม (Chips) ตลอดจนผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวเนื่อง
- โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและโทรคมนาคม (Digital Infrastructure & Telecommunication: DINFRA) สำหรับผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสาร ระบบเครือข่าย เครื่องมืออุปกรณ์ การเชื่อมต่อ และผู้ให้บริการรับส่ง ประมวลผล หรือจัดเก็บข้อมูลดิจิทัล
- บริการด้านเทคโนโลยี (Technology Services & Solutions: TECHSS) สำหรับผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยี Hardware และ/หรือ Software รวมถึงการรับจ้างและบริหารจัดการระบบ การบำรุงรักษา และการสนับสนุนเทคนิคที่เกี่ยวข้อง
- ผลิตภัณฑ์และแพลตฟอร์มเทคโนโลยี (Technology Products & Digital Platform: TECHDP) สำหรับผู้ถือครองทรัพย์สินทางปัญญาบนผลิตภัณฑ์ และ/หรือบริการดิจิทัล ซอฟต์แวร์ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (SaaS) แพลตฟอร์ม ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเทคโนโลยีทางการเงิน (FinTech)
ปรับกลุ่ม RESOURC เป็น ENERGY
พร้อมกันนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ จะปรับเปลี่ยนชื่อกลุ่มอุตสาหกรรมทรัพยากร (Resources: RESOURC) เป็นกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานและสาธารณูปโภค (Energy & Utilities: ENERGY) เพื่อให้สะท้อนลักษณะธุรกิจได้ชัดเจนสอดคล้องกับปัจจุบันมากขึ้น โดยแบ่งเป็น 2 หมวดธุรกิจ ได้แก่
- เชื้อเพลิง (Oil, Gas & Fuels: FUEL) สำหรับผู้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับพลังงานธรรมชาติและเชื้อเพลิง ทั้งผู้ผลิต สำรวจ ขุดเจาะ กลั่น จำหน่าย ตลอดจนผู้ให้บริการขนส่ง คลังสินค้า ผู้ค้าส่งและผู้ค้าปลีก
- ไฟฟ้าและสาธารณูปโภค (Power & Utilities: POWERUT) สำหรับผู้ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าทุกรูปแบบ น้ำดิบและน้ำประปา รวมถึงผู้ให้บริการสาธารณูปโภคต่อสาธารณะ เช่น ไฟฟ้า ประปา โดยยกเลิกหมวดเหมืองแร่ (MINE) ที่ไม่มีบริษัทในธุรกิจนี้จดทะเบียนอยู่ในปัจจุบัน
หลังจากการปรับโครงสร้างกลุ่มอุตสาหกรรมในครั้งนี้ บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ จะถูกแบ่งออกเป็น 8 กลุ่มอุตสาหกรรม 30 หมวดธุรกิจ ทั้งนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ มีแนวทางจะทบทวนการจัดกลุ่มอุตสาหกรรมของบริษัทจดทะเบียนเป็นระยะในอนาคต เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจในตลาดทุน
ผู้ลงทุนสามารถติดตามรายชื่อหุ้นในกลุ่มอุตสาหกรรมและหมวดธุรกิจที่ปรับปรุงใหม่ได้ภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2570 (ก่อนการปรับโครงสร้างจะมีผลวันที่ 1 มีนาคม 2570) ที่เว็บไซต์ตลาดหลักทรัพย์ฯ
mai ปรับ 30 หมวดธุรกิจใหม่
ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) เตรียมจัดหมวดธุรกิจให้บริษัทจดทะเบียนทุกแห่ง โดยใช้โครงสร้างเดียวกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่จะปรับปรุงใหม่ ประกอบด้วย 8 กลุ่มอุตสาหกรรม 30 หมวดธุรกิจ มีผลพร้อมกันกับ SET คือ ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2570 เป็นต้นไป
นายประพันธ์ เจริญประวัติ ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ กล่าวว่า ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา จำนวนบริษัทจดทะเบียนใน mai เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว จาก 122 เป็น 229 บริษัท ขณะที่โลกธุรกิจเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้การจัดกลุ่มเพียงระดับกลุ่มอุตสาหกรรม (Industry Group) แบบเดิมไม่เพียงพอที่จะรองรับลักษณะธุรกิจที่หลากหลาย และเกิดช่องว่างในการวิเคราะห์ธุรกิจบริษัทกับกลุ่มเทียบเคียง
การจัดหมวดธุรกิจครั้งนี้จึงเป็นก้าวสำคัญที่ยกระดับข้อมูลหุ้น mai โดยผู้ลงทุนและนักวิเคราะห์จะสามารถเปรียบเทียบบริษัทกับกลุ่มเดียวกันใน SET และประเมินมูลค่าด้วยตัวชี้วัด เช่น P/E และ P/BV ได้แม่นยำและครอบคลุม ช่วยให้บริษัทเพิ่มการรับรู้และเข้าถึงข้อมูลของผู้ลงทุนในบริษัทจดทะเบียนใน mai นำไปสู่การวิเคราะห์และประเมินมูลค่าอย่างเหมาะสม
“การจัดหมวดธุรกิจครั้งนี้ดำเนินการภายใต้หลักการ Single Standard คือ ใช้เกณฑ์ประเมิน ชื่อ และคำย่อหมวดธุรกิจเดียวกับ SET โดยนักวิเคราะห์สามารถวิเคราะห์หุ้นรายหมวดธุรกิจได้ครอบคลุมบริษัททุกขนาดทั้งใน SET และ mai รวมถึงรองรับการออกผลิตภัณฑ์การลงทุนใหม่ในอนาคต เช่น กองทุน Thematic หรือ Sector ETF ที่อ้างอิงหุ้น mai ได้โดยตรง ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวได้รับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในตลาดทุนแล้ว” นายประพันธ์กล่าว
โครงสร้าง 8 กลุ่มอุตสาหกรรม และ 30 หมวดธุรกิจ ที่ปรับปรุงใหม่ มีรายละเอียดดังนี้
1. เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร (Agro & Food Industry: AGRO)
- 1.1 Agribusiness: ธุรกิจการเกษตร
- 1.2 Food & Beverage: อาหารและเครื่องดื่ม
2. สินค้าอุปโภคบริโภค (Consumer Products: CONSUMP)
- 2.1 Fashion: แฟชั่น
- 2.2 Home & Office Products: ของใช้ในครัวเรือนและสำนักงาน
- 2.3 Personal Products & Pharmaceuticals: ของใช้ส่วนตัวและเวชภัณฑ์
3. พลังงานและสาธารณูปโภค (Energy & Utilities: ENERGY)
- 3.1 Oil, Gas & Fuels: เชื้อเพลิง
- 3.2 Power & Utilities: ไฟฟ้าและสาธารณูปโภค
4. ธุรกิจการเงิน (Financials: FINCIAL)
- 4.1 Banking: ธนาคาร
- 4.2 Finance & Securities: เงินทุนและหลักทรัพย์
- 4.3 Insurance: ประกันภัยและประกันชีวิต
5. สินค้าอุตสาหกรรม (Industrials: INDUS)
- 5.1 Automotive: ยานยนต์
- 5.2 Industrial Materials & Machinery: วัสดุอุตสาหกรรมและเครื่องจักร
- 5.3 Paper & Printing Materials: กระดาษและวัสดุการพิมพ์
- 5.4 Petrochemicals & Chemicals: ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์
- 5.5 Packaging: บรรจุภัณฑ์
- 5.6 Steel & Metal Products: เหล็กและผลิตภัณฑ์โลหะ
6. อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง (Property & Construction: PROPCON)
- 6.1 Construction Materials: วัสดุก่อสร้าง
- 6.2 Construction Services: บริการรับเหมาก่อสร้าง
- 6.3 Property Fund & REITs: กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์
- 6.4 Property Development: พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
7. บริการ (Services: SERVICE)
- 7.1 Commerce: พาณิชย์
- 7.2 Health Care Services: การแพทย์
- 7.3 Media & Publishing: สื่อและสิ่งพิมพ์
- 7.4 Professional Services: บริการเฉพาะกิจ
- 7.5 Tourism & Leisure: การท่องเที่ยวและสันทนาการ
- 7.6 Transportation & Logistics: ขนส่งและโลจิสติกส์
8. เทคโนโลยี (Technology: TECH)
- 8.1 Digital Infrastructure & Telecommunication: โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและโทรคมนาคม
- 8.2 Electronic Components: ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์
- 8.3 Technology Products & Digital Platform: ผลิตภัณฑ์และแพลตฟอร์มเทคโนโลยี
- 8.4 Technology Services & Solutions: บริการด้านเทคโนโลยี
ผู้ลงทุนสามารถติดตามรายชื่อหุ้น mai ในแต่ละหมวดธุรกิจได้ภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2570 (ก่อนการปรับโครงสร้างจะมีผลวันที่ 1 มีนาคม 2570) ที่เว็บไซต์ตลาดหลักทรัพย์ฯ







