thansettakij
thansettakij
SET-mai จัดกลุ่มหุ้นใหม่ 30 หมวดธุรกิจ เริ่ม 1 มี.ค. 2570

SET-mai จัดกลุ่มหุ้นใหม่ 30 หมวดธุรกิจ เริ่ม 1 มี.ค. 2570

04 พ.ย. 69 | 11:08 น.
อัปเดตล่าสุด :04 พ.ย. 69 | 11:09 น.

SET-mai ปรับโครงสร้างหุ้นเป็น 8 กลุ่ม 30 หมวด ใช้เกณฑ์เดียวกัน เริ่ม 1 มี.ค. 2570 เพิ่ม TECH เป็น 4 หมวด ช่วยนักลงทุนเทียบธุรกิจและประเมินมูลค่าหุ้นได้ชัดขึ้น

KEY

POINTS

  • ตลาดหลักทรัพย์ฯ (SET) และตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) จะปรับโครงสร้างกลุ่มอุตสาหกรรมและหมวดธุรกิจใหม่เป็น 8 กลุ่ม 30 หมวด โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2570
  • การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญคือการเพิ่มหมวดในกลุ่มเทคโนโลยีเป็น 4 หมวดเพื่อรองรับธุรกิจดิจิทัล และเปลี่ยนชื่อกลุ่มทรัพยากรเป็นกลุ่มพลังงานและสาธารณูปโภค
  • ตลาด mai จะนำโครงสร้าง 30 หมวดธุรกิจมาใช้เป็นครั้งแรกตามเกณฑ์เดียวกับ SET เพื่อช่วยให้นักลงทุนสามารถเปรียบเทียบและวิเคราะห์หุ้นได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

ตลาดหลักทรัพย์ฯ ปรับโครงสร้างกลุ่มอุตสาหกรรม จัดกลุ่ม “หุ้นเทคโนโลยี” เพิ่มความชัดเจน รองรับทิศทางธุรกิจดิจิทัล สร้างความน่าสนใจตลาดทุนไทย เช่นเดียวกันกับ ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ที่เตรียมจัดหมวดธุรกิจให้ บจ. ใน เอ็ม เอ ไอ ช่วยผู้ลงทุนเปรียบเทียบหุ้นได้ชัดเจน เริ่ม 1 มี.ค. 2570

ปรับโครงสร้างกลุ่มอุตสาหกรรม จัด “หุ้นเทค"

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ปรับการจัด 2 กลุ่มอุตสาหกรรมให้สะท้อนรูปแบบธุรกิจในปัจจุบันมากขึ้น โดยเพิ่มหมวดธุรกิจในกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยี จากเดิม 2 เป็น 4 หมวดธุรกิจ เพื่อรองรับธุรกิจดิจิทัลที่มีความหลากหลาย ได้แก่ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและโทรคมนาคม บริการด้านเทคโนโลยี และผลิตภัณฑ์และแพลตฟอร์มเทคโนโลยี พร้อมทั้งเปลี่ยนชื่อกลุ่มอุตสาหกรรมทรัพยากร เป็น “พลังงานและสาธารณูปโภค” แบ่งเป็น 2 หมวดธุรกิจ ได้แก่ เชื้อเพลิง และไฟฟ้าและสาธารณูปโภค มีผลตั้งแต่ 1 มีนาคม 2570

นายสรวิศ ไกรฤกษ์ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานการตลาด ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ปัจจุบันธุรกิจเทคโนโลยีในตลาดทุนไทยมีการเติบโตและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จากเดิมที่เน้นธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน ได้ขยายไปสู่ธุรกิจอุปกรณ์ ซอฟต์แวร์ แพลตฟอร์มดิจิทัล และปัญญาประดิษฐ์ (AI) มากขึ้น ในขณะที่การจัดกลุ่มธุรกิจรูปแบบเดิมยังไม่สามารถสะท้อนความหลากหลายของธุรกิจเทคโนโลยีในปัจจุบันได้อย่างชัดเจน

“การจัดหมวดธุรกิจใหม่ในครั้งนี้จะช่วยให้ผู้ลงทุนมองเห็นภาพและเข้าใจธุรกิจของบริษัทจดทะเบียนในกลุ่มเทคโนโลยีได้ชัดเจนยิ่งขึ้น รวมถึงสามารถค้นหาและเปรียบเทียบหุ้นไทยกับบริษัทในธุรกิจเดียวกันในตลาดหลักทรัพย์ชั้นนำของภูมิภาค และยังช่วยให้นักวิเคราะห์สามารถประเมินมูลค่าหุ้นโดยเปรียบเทียบกับบริษัทที่มีลักษณะธุรกิจใกล้เคียงกันได้อย่างเหมาะสมมากขึ้น นอกจากนี้ ยังเป็นการเตรียมรองรับบริษัทจดทะเบียนที่ดำเนินธุรกิจในรูปแบบใหม่ๆ และสนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์การลงทุนในอนาคต เช่น กองทุน Thematic หรือ Sector ETF” นายสรวิศกล่าว

ทั้งนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้รับการสนับสนุนผ่านการรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในตลาดทุน เพื่อประกอบการพิจารณาปรับปรุงโครงสร้างหมวดธุรกิจดังกล่าวแล้ว โดยการยกระดับครั้งนี้สอดคล้องกับพันธกิจของตลาดหลักทรัพย์ฯ “Empowering Market Participants” และ “Trusted Marketplace” ที่มุ่งเสริมศักยภาพให้แก่ผู้ร่วมตลาด พร้อมพัฒนาตลาดทุนไทยให้มีความน่าเชื่อถือและสามารถแข่งขันได้ในระดับสากล

นายสรวิศ ไกรฤกษ์ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานการตลาด ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

จัด 4 หมวดธุรกิจ

สำหรับโครงสร้างใหม่ของกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยี (Technology: TECH) จะแบ่งเป็น 4 หมวดธุรกิจ เพื่อสะท้อนลักษณะธุรกิจที่สร้างรายได้หลักของบริษัทจดทะเบียน (เดิมประกอบด้วย 2 หมวดธุรกิจ ได้แก่ ETRON และ ICT) ดังนี้

  1. ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Components: ETRON) คงหมวดเดิม สำหรับผู้ผลิต ออกแบบ และจัดจำหน่ายชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงสารกึ่งตัวนำและวงจรรวม (Chips) ตลอดจนผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวเนื่อง
  2. โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและโทรคมนาคม (Digital Infrastructure & Telecommunication: DINFRA) สำหรับผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสาร ระบบเครือข่าย เครื่องมืออุปกรณ์ การเชื่อมต่อ และผู้ให้บริการรับส่ง ประมวลผล หรือจัดเก็บข้อมูลดิจิทัล
  3. บริการด้านเทคโนโลยี (Technology Services & Solutions: TECHSS) สำหรับผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยี Hardware และ/หรือ Software รวมถึงการรับจ้างและบริหารจัดการระบบ การบำรุงรักษา และการสนับสนุนเทคนิคที่เกี่ยวข้อง
  4. ผลิตภัณฑ์และแพลตฟอร์มเทคโนโลยี (Technology Products & Digital Platform: TECHDP) สำหรับผู้ถือครองทรัพย์สินทางปัญญาบนผลิตภัณฑ์ และ/หรือบริการดิจิทัล ซอฟต์แวร์ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (SaaS) แพลตฟอร์ม ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเทคโนโลยีทางการเงิน (FinTech)

ปรับกลุ่ม RESOURC เป็น ENERGY

พร้อมกันนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ จะปรับเปลี่ยนชื่อกลุ่มอุตสาหกรรมทรัพยากร (Resources: RESOURC) เป็นกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานและสาธารณูปโภค (Energy & Utilities: ENERGY) เพื่อให้สะท้อนลักษณะธุรกิจได้ชัดเจนสอดคล้องกับปัจจุบันมากขึ้น โดยแบ่งเป็น 2 หมวดธุรกิจ ได้แก่

  1. เชื้อเพลิง (Oil, Gas & Fuels: FUEL) สำหรับผู้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับพลังงานธรรมชาติและเชื้อเพลิง ทั้งผู้ผลิต สำรวจ ขุดเจาะ กลั่น จำหน่าย ตลอดจนผู้ให้บริการขนส่ง คลังสินค้า ผู้ค้าส่งและผู้ค้าปลีก
  2. ไฟฟ้าและสาธารณูปโภค (Power & Utilities: POWERUT) สำหรับผู้ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าทุกรูปแบบ น้ำดิบและน้ำประปา รวมถึงผู้ให้บริการสาธารณูปโภคต่อสาธารณะ เช่น ไฟฟ้า ประปา โดยยกเลิกหมวดเหมืองแร่ (MINE) ที่ไม่มีบริษัทในธุรกิจนี้จดทะเบียนอยู่ในปัจจุบัน

หลังจากการปรับโครงสร้างกลุ่มอุตสาหกรรมในครั้งนี้ บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ จะถูกแบ่งออกเป็น 8 กลุ่มอุตสาหกรรม 30 หมวดธุรกิจ ทั้งนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ มีแนวทางจะทบทวนการจัดกลุ่มอุตสาหกรรมของบริษัทจดทะเบียนเป็นระยะในอนาคต เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจในตลาดทุน

ผู้ลงทุนสามารถติดตามรายชื่อหุ้นในกลุ่มอุตสาหกรรมและหมวดธุรกิจที่ปรับปรุงใหม่ได้ภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2570 (ก่อนการปรับโครงสร้างจะมีผลวันที่ 1 มีนาคม 2570) ที่เว็บไซต์ตลาดหลักทรัพย์ฯ

mai ปรับ 30 หมวดธุรกิจใหม่

ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) เตรียมจัดหมวดธุรกิจให้บริษัทจดทะเบียนทุกแห่ง โดยใช้โครงสร้างเดียวกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่จะปรับปรุงใหม่ ประกอบด้วย 8 กลุ่มอุตสาหกรรม 30 หมวดธุรกิจ มีผลพร้อมกันกับ SET คือ ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2570 เป็นต้นไป

นายประพันธ์ เจริญประวัติ ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ กล่าวว่า ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา จำนวนบริษัทจดทะเบียนใน mai เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว จาก 122 เป็น 229 บริษัท ขณะที่โลกธุรกิจเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้การจัดกลุ่มเพียงระดับกลุ่มอุตสาหกรรม (Industry Group) แบบเดิมไม่เพียงพอที่จะรองรับลักษณะธุรกิจที่หลากหลาย และเกิดช่องว่างในการวิเคราะห์ธุรกิจบริษัทกับกลุ่มเทียบเคียง

การจัดหมวดธุรกิจครั้งนี้จึงเป็นก้าวสำคัญที่ยกระดับข้อมูลหุ้น mai โดยผู้ลงทุนและนักวิเคราะห์จะสามารถเปรียบเทียบบริษัทกับกลุ่มเดียวกันใน SET และประเมินมูลค่าด้วยตัวชี้วัด เช่น P/E และ P/BV ได้แม่นยำและครอบคลุม ช่วยให้บริษัทเพิ่มการรับรู้และเข้าถึงข้อมูลของผู้ลงทุนในบริษัทจดทะเบียนใน mai นำไปสู่การวิเคราะห์และประเมินมูลค่าอย่างเหมาะสม

“การจัดหมวดธุรกิจครั้งนี้ดำเนินการภายใต้หลักการ Single Standard คือ ใช้เกณฑ์ประเมิน ชื่อ และคำย่อหมวดธุรกิจเดียวกับ SET โดยนักวิเคราะห์สามารถวิเคราะห์หุ้นรายหมวดธุรกิจได้ครอบคลุมบริษัททุกขนาดทั้งใน SET และ mai รวมถึงรองรับการออกผลิตภัณฑ์การลงทุนใหม่ในอนาคต เช่น กองทุน Thematic หรือ Sector ETF ที่อ้างอิงหุ้น mai ได้โดยตรง ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวได้รับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในตลาดทุนแล้ว” นายประพันธ์กล่าว

นายประพันธ์ เจริญประวัติ ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ

โครงสร้าง 8 กลุ่มอุตสาหกรรม และ 30 หมวดธุรกิจ ที่ปรับปรุงใหม่ มีรายละเอียดดังนี้ 

1.    เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร (Agro & Food Industry: AGRO)    

  • 1.1    Agribusiness: ธุรกิจการเกษตร    
  • 1.2    Food & Beverage: อาหารและเครื่องดื่ม

2.    สินค้าอุปโภคบริโภค (Consumer Products: CONSUMP) 

  • 2.1    Fashion: แฟชั่น    
  • 2.2    Home & Office Products: ของใช้ในครัวเรือนและสำนักงาน 
  • 2.3    Personal Products & Pharmaceuticals: ของใช้ส่วนตัวและเวชภัณฑ์


3.    พลังงานและสาธารณูปโภค (Energy & Utilities: ENERGY) 

  • 3.1    Oil, Gas & Fuels: เชื้อเพลิง 
  • 3.2    Power & Utilities: ไฟฟ้าและสาธารณูปโภค 

4.    ธุรกิจการเงิน (Financials: FINCIAL) 

  • 4.1    Banking: ธนาคาร     
  • 4.2    Finance & Securities: เงินทุนและหลักทรัพย์ 
  • 4.3    Insurance: ประกันภัยและประกันชีวิต

5.    สินค้าอุตสาหกรรม (Industrials: INDUS)    

  • 5.1    Automotive: ยานยนต์     
  • 5.2    Industrial Materials & Machinery: วัสดุอุตสาหกรรมและเครื่องจักร     
  • 5.3    Paper & Printing Materials: กระดาษและวัสดุการพิมพ์     
  • 5.4    Petrochemicals & Chemicals: ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์     
  • 5.5    Packaging: บรรจุภัณฑ์     
  • 5.6    Steel & Metal Products: เหล็กและผลิตภัณฑ์โลหะ    

6.    อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง (Property & Construction: PROPCON)

  • 6.1    Construction Materials: วัสดุก่อสร้าง     
  • 6.2    Construction Services: บริการรับเหมาก่อสร้าง     
  • 6.3    Property Fund & REITs: กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์     
  • 6.4    Property Development: พัฒนาอสังหาริมทรัพย์     

7.    บริการ (Services: SERVICE)

  • 7.1    Commerce: พาณิชย์    
  • 7.2    Health Care Services: การแพทย์    
  • 7.3    Media & Publishing: สื่อและสิ่งพิมพ์    
  • 7.4    Professional Services: บริการเฉพาะกิจ    
  • 7.5    Tourism & Leisure: การท่องเที่ยวและสันทนาการ    
  • 7.6    Transportation & Logistics: ขนส่งและโลจิสติกส์    

8.    เทคโนโลยี (Technology: TECH)    

  • 8.1    Digital Infrastructure & Telecommunication: โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและโทรคมนาคม    
  • 8.2    Electronic Components: ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์
  • 8.3    Technology Products & Digital Platform: ผลิตภัณฑ์และแพลตฟอร์มเทคโนโลยี
  • 8.4    Technology Services & Solutions: บริการด้านเทคโนโลยี

ผู้ลงทุนสามารถติดตามรายชื่อหุ้น mai ในแต่ละหมวดธุรกิจได้ภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2570 (ก่อนการปรับโครงสร้างจะมีผลวันที่ 1 มีนาคม 2570) ที่เว็บไซต์ตลาดหลักทรัพย์ฯ