thansettakij
thansettakij
หุ้นพลังงานกดดัน SET เปิดเช้าร่วง 4.05 จุด กูรูมอง Non Tech–Value ยังน่าสนใจ

หุ้นพลังงานกดดัน SET เปิดเช้าร่วง 4.05 จุด กูรูมอง Non Tech–Value ยังน่าสนใจ

03 พ.ย. 69 | 04:46 น.
อัปเดตล่าสุด :03 พ.ย. 69 | 05:09 น.

SET เช้านี้ลบ 4 จุด รับแรงกดดันหุ้นพลังงาน หลังน้ำมันร่วงกว่า 7% โบรกมองกรอบ 1,495–1,520 จุด ชูหุ้น Non-Tech, Value Play พร้อมแนะ BA-MINT รับไฮซีซัน

KEY

POINTS

  • ดัชนี SET เปิดตลาดช่วงเช้าปรับตัวลดลง โดยมีแรงกดดันหลักจากหุ้นกลุ่มพลังงาน หลังราคาน้ำมันดิบโลกร่วงลงกว่า 7%
  • นักวิเคราะห์ประเมินว่าดัชนีจะแกว่งตัวในกรอบ 1,495 - 1,520 จุด และมองว่าเม็ดเงินจะไหลเข้าสู่หุ้นกลุ่ม Defensive และ Value
  • กลยุทธ์การลงทุนที่แนะนำคือเน้นหุ้นกลุ่ม Non-Tech และ Value Play ซึ่งยังมีความน่าสนใจ เช่น กลุ่มท่องเที่ยว การเงิน และโรงพยาบาล

SET เช้านี้ลบ 4 จุด รับแรงกดดันหุ้นพลังงาน หลังน้ำมันร่วงกว่า 7% โบรกมองกรอบ 1,495–1,520 จุด ชูหุ้น Non-Tech, Value Play พร้อมแนะ BA-MINT รับไฮซีซัน

ความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทยวันนี้ 3 พฤศจิกายน 2569 ดัชนี SET Index เปิดการซื้อขายภาคเช้า ณ เวลา 11:36 น. ที่ระดับ 1,503.15 จุด ลดลง 4.05 จุด หรือเปลี่ยนแปลง 0.27% จากปิดตลาดก่อนหน้า ในช่วงระหว่างเปิดการซื้อขายภาคเช้าดัชนีแกว่งตัวในกรอบ 1,507.40 - 1,493.41 จุด โดยมีมูลค่าการซื้อขายทั้งสิ้น 28,956.12 ล้านบาท

5 หุ้นมูลค่าซื้อขายสูงสุด

  • DELTA ราคา 194.50 บาท ลดลง 5.00 บาท หรือ 2.51% มูลค่าซื้อขาย 3,059.37 ล้านบาท
  • PTT ราคา 40.50 บาท ลดลง 0.50 บาท หรือ 1.22% มูลค่าซื้อขาย 2,837.28 ล้านบาท
  • PTTEP ราคา 153.00 บาท ลดลง 5.00 บาท หรือ 3.16% มูลค่าซื้อขาย 1,492.69 ล้านบาท
  • KBANK ราคา 245.00 บาท เพิ่มขึ้น 3.00 บาท หรือ 1.24% มูลค่าซื้อขาย 1,275.63 ล้านบาท
  • KTB ราคา 43.25 บาท ราคาทรงตัวใกล้เคียงจากปิดตลาดก่อนหน้า มูลค่าซื้อขาย 1,035.46 ล้านบาท

หุ้นไทยเผชิญแรงกดดันจากกลุ่มพลังงาน

นายวทัญ จิตต์สมนึก ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์กลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) เปิดมุมมองต่อตลาดหุ้นโลกและไทยวันนี้ (3 พ.ย. 2569) ว่า น้ำมันดิบ BRT ปรับฐานแรง 7% หลังมีรายงานอิหร่านและสหรัฐฯ ส่งสัญญาณเจรจา แต่ก็เป็นที่น่าคิดว่า TECH กลับไม่ฟื้นตัวแต่เม็ดเงินยังกระจุกใน Value Play เป็นส่วนใหญ่ (US) ขณะที่เช้านี้ KOSPI -3% มอง Non Tech และ Anti Oil น่าสนใจเช่น โรงไฟฟ้า ท่องเที่ยว Non Bank

โดย Dow Jones ปิดบวก 213 จุด (+0.41%) ส่วน S&P 500 ปิดลบ 38 จุด (-0.51%) และ Nasdaq ปิดลบ 272 จุด (-1.07%) โดยแรงกดดันหลักมาจากหุ้นเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ที่ปรับตัวลดลง นำโดย AAPL -1.83%, NVDA -1.26% และ MRVL -12.72% หลัง Marvell ประกาศควบรวม Lumentum

ด้าน Oracle ร่วงหนัก -8.76% จากการระดมทุน 2 หมื่นล้านดอลลาร์ ขณะที่ราคาน้ำมันดิบ WTI ร่วง -7.55% มาที่ 96.26 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังสหรัฐฯ-อิหร่านส่งสัญญาณเจรจาสันติภาพ

ขณะที่ราคาน้ำมันดิบปรับลงแรงหลัง CNBC รายงานว่าอิหร่านส่งสัญญาณเปิดรับสันติภาพเจรจากับสหรัฐฯ พร้อมกับทางสหรัฐฯ ระบุไม่ต้องการใช้กำลังทหารกับอิหร่านแต่จะเน้นที่การเจรจาแทนกดดันน้ำมันดิบ BRT -7.6% แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่เพียงพอที่จะหนุนหุ้น TECH ที่ส่วนใหญ่ปรับลง AMD -7.5%

สะท้อนว่าตลาดกำลังกังวลกับปัจจัยพื้นฐานมากกว่าจิตวิทยาจากดอกเบี้ยฝั่ง Bond Yield สหรัฐฯ ปรับลงต่อเนื่อง โดยเฉพาะอายุ ยาว 10 ปี และ 30 ปี หนุนทองคำเริ่มฟื้นตัว ด้านตัวเลขเศรษฐกิจ เมื่อคืนมีการรายงาน PMI ภาคผลิตจาก ISM มากกว่าตลาดคิด ส่วนคืนนี้รอติดตามตำแหน่งเปิดรับสมัครงาน Consensus คาดหมายไว้ที่ 7.15 ล้านตำแหน่งและ Midterm Election

SET แกว่งกรอบ 1,495 - 1,520 จุด

ในส่วนของตลาดหุ้นไทยนั้น ประเมินว่าอาจเผชิญแรงกดดันจากกลุ่มพลังงาน แต่ก็เชื่อว่าเม็ดเงินจะไหลไปหากลุ่ม Defensive , Value ประกอบกับเริ่มเห็นแรงซื้อจากต่างชาติ ท่ามกลาง Global ที่เม็ดเงินยังกระจุกใน Non Tech

สำหรับวันนี้ประเมิน SET Index แกว่งตัวในกรอบ 1,495 - 1,520 จุด อาจมีแรงกดดันจาก TECH เช้านี้ KOSPI -3.3% กลยุทธ์การลงทุนจึงเน้นกลุ่ม Non Tech อาทิ การเงิน (MTC SAWAD TIDLOR) กลุ่มธนาคาร (BBL KBANK KTB SCB) โรงพยาบาล (BDMS BH BCH PR9) ค้าปลีก (CPALL CPN HMPRO) กลุ่มโรงไฟฟ้า (BGRIM GPSC GULF) ท่องเที่ยว (AOT AAV BA MINT ERW CENTEL)

หุ้นเด่นแนะนำ

  • BA : ไตรมาส 3/2569 ที่คาดว่ายังเห็นกำไรสุทธิอยู่ในระดับสูงที่ระดับ 757 ล้านบาท จากผลดีของการเป็นช่วง High Seasons ของเกาะสมุยที่ทำให้มีจำนวนผู้โดยสารเฉลี่ยเติบโตกว่า 13% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน (ซื้อ : ราคาเป้าหมาย 22.40 บาท)
  • MINT : ครึ่งหลังปี 2569 สดใส มีการเติบโตเมื่อเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อนในทุกภูมิภาค และจะรู้รับกำไรส่วนเพิ่มจากการเข้าซื้อ Bonchon inter ราว 2% ขณะที่เรายังคงมองว่า MINT มีโอกาสเกิด Valuation re-rating (ซื้อ : ราคาเป้าหมาย 26.50 บาท)