
ก.ล.ต.ปรับเกณฑ์ดัชนีกองทุน เน้นกระจายลงทุน เปิดรับฟังถึง 26 พ.ย.
ก.ล.ต. เสนอปรับเกณฑ์ดัชนีกองทุน ยกเลิก Recognized Index กำหนดหลัก 20/35 ให้กระจายตัวทั้งดัชนีอ้างอิงและ Benchmark ลดเสี่ยงกระจุกตัว เปิดฟังถึง 26 พ.ย. 2569
KEY
POINTS
- ก.ล.ต. เปิดรับฟังความเห็นเพื่อปรับปรุงเกณฑ์ดัชนีของกองทุนรวม โดยเน้นให้มีการกระจายการลงทุนและลดความเสี่ยงจากการกระจุกตัว
- สาระสำคัญคือการยกเลิกเกณฑ์ดัชนีที่ได้รับการยอมรับ (recognized index) และกำหนดให้ดัชนีที่ใช้อ้างอิงต้องมีคุณสมบัติตามหลักการ (principle-based) ที่มีการกระจายตัวอย่างเหมาะสม
- กองทุนที่จัดตั้งอยู่แล้วจะมีระยะเวลา 1 ปีในการปรับปรุงให้เป็นไปตามเกณฑ์ใหม่ โดย ก.ล.ต. เปิดรับฟังความคิดเห็นถึงวันที่ 26 พ.ย.
ก.ล.ต. เปิดรับฟังความคิดเห็นหลักการปรับปรุงหลักเกณฑ์คุณสมบัติดัชนีของกองทุนรวม เพื่อให้มีการกระจายการลงทุนและความเสี่ยงที่เหมาะสมตามประเภทผู้ลงทุน
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดรับฟังความคิดเห็นหลักการเกี่ยวกับการปรับปรุงหลักเกณฑ์คุณสมบัติดัชนีของกองทุน (ได้แก่ กองทุนรวม และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ) ทั้งกรณีใช้ดัชนีอ้างอิงการลงทุน และกรณีใช้ดัชนีเป็นตัวชี้วัด (benchmark) สำหรับควบคุมอัตราส่วนการลงทุน เพื่อให้กองทุนมีการกระจายการลงทุนและมีความเสี่ยงที่เหมาะสมกับประเภทผู้ลงทุน
รวมทั้งปรับปรุงหลักเกณฑ์ให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้นในการดำเนินการของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ในกรณีที่กองทุนลงทุนตามดัชนีที่มีวิธีจัดทำดัชนี (index methodology) มีการกระจายการลงทุนเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด และมีรอบการปรับสมดุลน้ำหนักดัชนีที่กำหนดไว้อย่างชัดเจนแล้ว
ปัจจุบันตลาดหลักทรัพย์ในต่างประเทศบางแห่งมีแนวโน้มกระจุกตัวในหลักทรัพย์ขนาดใหญ่เพียงไม่กี่ราย ส่งผลให้ดัชนีที่สะท้อนตลาดดังกล่าวมีการกระจุกตัวตามไปด้วย
อีกทั้งหลักเกณฑ์ปัจจุบัน** เปิดให้กองทุนใช้ดัชนีที่ได้รับการยอมรับจากตลาดหลักทรัพย์ที่เป็นสมาชิกของ World Federation of Exchanges (recognized index) ได้ โดยไม่ได้กำหนดให้พิจารณาการกระจายตัวขององค์ประกอบดัชนี นอกจากนี้ ยังไม่ได้กำหนดคุณสมบัติของ benchmark ที่กองทุนนำมาใช้ควบคุมอัตราส่วนการลงทุน จึงอาจทำให้กองทุนมีความเสี่ยงกระจุกตัวสูงกว่าที่เหมาะสม
ก.ล.ต. จึงเสนอปรับหลักเกณฑ์โดยคำนึงถึงแนวทางการกำกับดูแลในต่างประเทศ การคุ้มครองผู้ลงทุน และความเหมาะสมในทางปฏิบัติ โดยมีสรุปสาระสำคัญ ดังนี้
1. ปรับปรุงการพิจารณาคุณสมบัติดัชนีของกองทุน ซึ่งไม่ใช้บังคับกับตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ (Depositary Receipt: DR)
- (1) ยกเลิกการพิจารณาคุณสมบัติดัชนีตามหลัก recognized index
- (2) กำหนดให้ดัชนีที่กองทุนใช้อ้างอิงการลงทุน รวมถึงดัชนีที่ใช้เป็น benchmark เพื่อควบคุมอัตราส่วนการลงทุน ต้องมีคุณสมบัติตามหลัก principle-based index เช่น มีวัตถุประสงค์และวิธีการคำนวณที่ชัดเจน การกระจายตัวอย่างเพียงพอตามหลัก 20/35 (กำหนดเพดานน้ำหนักองค์ประกอบแต่ละตัวในดัชนี) *** มีความโปร่งใส และพัฒนาโดยสถาบันที่มีความน่าเชื่อถือและเป็นอิสระจาก บลจ. เป็นต้น
- (3) ยกเลิกข้อยกเว้นกรณีกองทุนไทยลงทุนในกองทุนรวมอีทีเอฟ (ETF) ต่างประเทศ ที่อ้างอิงดัชนีที่มีคุณสมบัติตามหลัก recognized index โดยไม่ต้องพิจารณาว่าเป็นหน่วยลงทุนที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลการเสนอขายของประเทศที่มีมาตรการคุ้มครองผู้ลงทุนอย่างเพียงพอ ตามรายชื่อประเทศที่สำนักงานประกาศกำหนด**** เพื่อให้สอดคล้องกับการยกเลิกการพิจารณาดัชนีตามหลัก recognized index
2. กำหนดแนวทางกำกับดูแลกรณีดัชนีไม่เป็นไปตามหลัก 20/35 เป็นการชั่วคราว โดยหากดัชนีมี index methodology ตามหลัก 20/35 และมีรอบการปรับสมดุลน้ำหนักดัชนีที่กำหนดไว้อย่างชัดเจนแล้ว แต่สัดส่วนองค์ประกอบของดัชนีหรืออัตราส่วนการลงทุนเกินเกณฑ์เป็นการชั่วคราวจากภาวะตลาด ให้ถือว่าไม่เป็นกรณีทรัพย์สินขาดคุณสมบัติหรือกรณีที่กองทุนลงทุนเกินอัตราส่วนจากเหตุที่มิได้เกิดจากการลงทุนเพิ่ม เพื่อให้ บลจ. สามารถบริหารจัดการลงทุนได้อย่างยืดหยุ่นและไม่เกิดภาระเกินสมควร
3. กำหนดบทเฉพาะกาล โดยให้กองทุนที่จัดตั้งอยู่แล้วปรับปรุงการลงทุนให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ใหม่ภายใน 1 ปีนับแต่วันที่ประกาศมีผลใช้บังคับ โดยระหว่างช่วงเวลาดังกล่าวยังสามารถลงทุนตามหลักเกณฑ์เดิมได้ หากพ้นกำหนดแล้วไม่สามารถปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ใหม่ กองทุนอาจคงการลงทุนตามหลักเกณฑ์เดิมได้ แต่ห้ามจำหน่ายหน่วยลงทุนเพิ่มเติม และ บลจ. ต้องเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการลงทุนที่ยังไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ใหม่ให้ผู้ลงทุนทราบ
ก.ล.ต. จึงเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อหลักการปรับปรุงหลักเกณฑ์คุณสมบัติดัชนีของกองทุน โดยได้เผยแพร่เอกสารรับฟังความคิดเห็นไว้บนเว็บไซต์ ก.ล.ต. และระบบกลางทางกฎหมาย ผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้สนใจสามารถศึกษารายละเอียดและแสดงความคิดเห็นผ่านช่องทางเว็บไซต์ หรือทางอีเมล [email protected] และ [email protected] จนถึงวันที่ 26 พฤศจิกายน 2569
หมายเหตุ :
*กองทุนรวม หมายถึง กองทุนรวมเพื่อผู้ลงทุนทั่วไป และกองทุนรวมเพื่อผู้ลงทุนที่มิใช่รายย่อย
**ตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ที่ ทน. 87/2558 เรื่อง การลงทุนของกองทุน ลงวันที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2558 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (“ประกาศ ที่ ทน. 87/2558”) กำหนดให้ดัชนีที่อ้างอิงต้องมีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้
- (1) recognized index คือ ดัชนีที่ได้รับการยอมรับจากตลาดซื้อขายหลักทรัพย์ที่เป็นสมาชิกของ World Federation of Exchanges (WFE member) เช่น ดัชนีที่ WFE member จัดทำหรือร่วมจัดทำ หรือดัชนีของ ETF ที่ซื้อขายใน WFE member
- (2) principle-based index คือ ดัชนีที่ผ่านการพิจารณาตามหลัก principle-based เช่น มีวัตถุประสงค์และวิธีการคำนวณที่ชัดเจน การกระจายตัวอย่างเพียงพอตามหลัก 20/35 มีความโปร่งใส และพัฒนาโดยสถาบันที่มีความน่าเชื่อถือและเป็นอิสระจากบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.)
***องค์ประกอบแต่ละตัวของดัชนีมีน้ำหนักไม่เกินร้อยละ 20 ของน้ำหนักทั้งหมด หรือ ในกรณีเป็นไปตามสภาวะตลาด องค์ประกอบตัวใดตัวหนึ่งมีน้ำหนักไม่เกินร้อยละ 35 ของน้ำหนักทั้งหมด ส่วนองค์ประกอบที่เหลือต้องมีน้ำหนักไม่เกินร้อยละ 20 ทั้งนี้ ไม่ต้องนำองค์ประกอบที่เกี่ยวข้องกับทองคำหรือน้ำมันดิบมาพิจารณา
****ปัจจุบัน รายชื่อประเทศที่มีมาตรการคุ้มครองผู้ลงทุนอย่างเพียงพอตามที่สำนักงานประกาศกำหนดมี 15 ประเทศ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส เยอรมนี ลักเซมเบิร์ก สหราชอาณาจักร ไอร์แลนด์ เกาหลีใต้ จีน ญี่ปุ่น มาเลเซีย สิงคโปร์ เขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน นิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย และลิกเตนสไตน์







