
GROREIT ฟ้อง ROH ปมไม่ซื้อคืนโรงแรม ขอคุ้มครอง 25 ล้าน/เดือน
กองทรัสต์ GROREIT ฟ้อง ROH หลังสัญญาเช่าและซื้อคืนโรงแรมสิ้นสุด แต่ไม่ซื้อคืนและส่งมอบทรัพย์สิน ขอศาลคุ้มครองให้วางเงิน 25 ล้านบาทต่อเดือน พร้อมเรียกค่าเช่าค้างและค่าเสียหาย
KEY
POINTS
- กองทรัสต์ GROREIT ยื่นฟ้องบริษัท ROH เนื่องจากผิดสัญญาที่ไม่ซื้อคืนโรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน หลังข้อตกลงสิ้นสุดลง
- ได้ยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอคุ้มครองชั่วคราว โดยให้ ROH นำเงินมาวางเป็นหลักประกันความเสียหายเดือนละ 25 ล้านบาท จนกว่าคดีจะสิ้นสุด
- นอกจากการขอเงินประกันแล้ว ยังเรียกร้องให้ ROH ส่งมอบทรัพย์สินคืน ชำระค่าเช่าที่ค้างอยู่พร้อมดอกเบี้ย และชดใช้ค่าเสียหายอื่นๆ
กองทรัสต์ GROREIT ฟ้อง ROH หลังสัญญาเช่าและซื้อคืนโรงแรมสิ้นสุด แต่ไม่ซื้อคืนและส่งมอบทรัพย์สิน ขอศาลคุ้มครองให้วางเงิน 25 ล้านบาทต่อเดือน พร้อมเรียกค่าเช่าค้างและค่าเสียหาย
บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน วรรณ จำกัด (ONEAM) ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ แกรนด์ รอยัล ออร์คิด โฮสพิทาลิตี้ (GROREIT) มีหนังสือลงวันที่ 21 ตุลาคม 2569 แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่า ได้พิจารณาร่วมกับ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็มเอฟซี จํากัด (มหาชน) หรือ MFC ในฐานะทรัสดี ยื่นฟ้องดำเนินคดีกับ บริษัท โรงแรม รอยัลออคิด (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ ROH ต่อศาลแพ่งกรุงเทพใต้ในข้อหาผิดสัญญาและละเมิด
โดยคดีดังกล่าวเกิดจากการที่สัญญาเข่าและข้อตกลงซื้อคืนโครงการโรงแรมรอยัล ออคิด เชอราดัน โฮเทล แอนด์ ทาวเวอร์ส ได้สิ้นสุดลงตั้งแต่วันที่ 14 กรกฎาคม 2569 แต่ ROH ไม่ได้ดำเนินการซื้อคืนทรัพย์สินตามที่ระบุไว้ในสัญญา
ซึ่งต่อมาในวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 MFC ได้ส่งหนังสือทวงถามให้ ROH ส่งมอบทรัพย์สินคืนแล้ว แต่ก็ไม่มีการดำเนินการใดๆ
สำหรับการฟ้องร้องครั้งนี้ MFC ได้เรียกร้องให้ ROH ปฏิบัติตามเงื่อนไขหลายประการ ประกอบด้วย การขนย้ายทรัพย์สินและบริวาร ออกจากพื้นที่พร้อมส่งมอบทรัพย์สินโครงการคืนให้แก่กองทรัสต์ และต้องดำเนินการให้ MFC เข้าเป็นคู่สัญญาแทน ROH ภายใต้สัญญาที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินกิจการโรงแรม ตลอดจนโอนสิทธิการเช่าที่จอดรถภายใต้สัญญากับ บริษัท ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก จํากัด ซึ่งหากดำเนินการไม่ได้ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการหาที่จอดรถใหม่
นอกจากนี้ ยังเรียกร้องให้โอนสิทธิในการรับประกันที่เกี่ยวข้องกับสังหาริมทรัพย์ที่มีทะเบียน รวมถึงโอนใบอนุญาตประกอบกิจการ โรงแรมและใบอนุญาตอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งหากไม่สามารถโอนได้จะต้องชำระค่าเสียหาย พร้อมทั้งต้องชำระค่าเช่าค้างชำาระตั้งแต่ เดือนพฤษภาคม 2569 พร้อมดอกเบี้ยในอัตรา 5% ต่อปี รวมทั้งค่าเสียหายจากการขาดประโยชน์ในการใช้ทรัพย์สินโครงการและค่าใช้จ่ายอื่นๆ
พร้อมกันนี้ กองทรัสต์ยังได้มอบหมายให้ทนายความยื่นคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราว เพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งบังคับให้ ROH นำเงินมาวางศาลในอัตราเดือนละ 25,000,000 บาท ซึ่งค่านวณจากอัตราเฉลี่ยของค่าเช่าและค่าใช้จ่ายของกองทรัสต์ เพื่อเป็นหลักประกัน ความเสียหายจนกว่าคดีจะถึงที่สุดหรือศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น
อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้ ROH ได้แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า บริษัทยังคงมีสิทธิและมีเจตนาในการเข้าซื้อคืนทรัพย์สินดังกล่าว โดยเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569 บริษัทได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงเบื้องต้น (Term Sheet) กับพันธมิตรทางการ เงินรายใหม่ ซึ่งเป็นกองทุนที่มีประสบการณ์สูง เพื่อเข้ามาดำเนินการตรวจสอบสถานะทรัพย์สินและสนับสนุนด้านเงินทุน
รวมทั้งบริษัทได้ส่งหนังสือถึงบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็มเอฟซี จํากัด (MFC) ในฐานะทรัสตี และบริษัทหลักทรัพย์ จัดการกองทุน วรรณ จํากัด ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์ GROREIT เพื่อยืนยันความพร้อมในการใช้สิทธิซื้อคืนทรัพย์สินดังกล่าว ในราคา 4,873 ล้านบาท







