
ก.ล.ต.เอาผิด 4 ราย ปั่นหุ้น STAR สั่งจ่าย 9.99 ล้านบาท แบนซื้อขาย 6 เดือน
ก.ล.ต. ใช้มาตรการลงโทษทางแพ่งกับผู้กระทำความผิด 4 ราย กรณีสร้างราคาหรือปริมาณการซื้อขายหุ้น STAR เรียกชำระเงินตามมาตรการลงโทษทางแพ่งรวม 9.99 ล้าน พร้อมห้ามซื้อขายหลักทรัพย์ 6 เดือน
KEY
POINTS
- ก.ล.ต. ดำเนินคดีทางแพ่งกับผู้กระทำผิด 4 ราย กรณีร่วมกันสร้างราคาหุ้น STAR ในช่วงเดือนพฤษภาคม - กรกฎาคม 2564
- สั่งให้ผู้กระทำผิดทั้ง 4 รายชำระค่าปรับและเงินชดใช้รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 9.99 ล้านบาท
- กำหนดโทษห้ามซื้อขายหลักทรัพย์เป็นเวลา 6 เดือน และห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารเป็นเวลา 12 เดือน
ก.ล.ต. เปิดเผยการดำเนินคดีด้วยมาตรการลงโทษทางแพ่งกับผู้กระทำความผิด 4 ราย กรณีสร้างราคาหรือปริมาณการซื้อขายหุ้นบริษัท สตาร์ ยูนิเวอร์แซล เน็ตเวิร์ค จำกัด (มหาชน) (STAR) โดยเรียกให้ชำระเงินตามมาตรการลงโทษทางแพ่งรวม 9,997,167.27 บาท พร้อมทั้งกำหนดระยะเวลาห้ามซื้อขายหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า และห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหาร
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้รับข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลาดหลักทรัพย์ฯ) เมื่อเดือนธันวาคม ปี 2564 และตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่า ระหว่างวันที่ 17 พฤษภาคม 2564 - 12 กรกฎาคม 2564 ผู้กระทำความผิด 4 ราย ได้แก่
- (1) นายสุสิชณ์ทักษ์ อัจฉริยะสมบัติ
- (2) นายทวี อรุณภรวงศ์
- (3) นายพีรสักก์ ขนอม
- (4) นางสาวยุวดี วชิรปภา
ซึ่งมีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกันในด้านความสัมพันธ์ส่วนบุคคล และมีพฤติการณ์ส่งคำสั่งซื้อขายที่สอดรับและสนับสนุนกันได้ร่วมกันซื้อขายหุ้น STAR ในลักษณะสร้างราคาหรือปริมาณการซื้อขายหุ้นดังกล่าว โดยสลับกันเข้าเคาะซื้อผลักดันราคาและกวาดคำเสนอขาย (Offer) อย่างต่อเนื่อง
รวมถึงครองคำเสนอซื้อ (Bid) หลายระดับราคาและควบคุมราคาปิดในบางวัน เป็นการร่วมกันสร้างราคาหรือปริมาณการซื้อขายหุ้น STAR โดยร่วมกันส่งคำสั่งซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือซื้อหรือขายหลักทรัพย์อันเป็นการทำให้บุคคลทั่วไปเข้าใจผิดเกี่ยวกับราคาหรือปริมาณการซื้อหรือขายหลักทรัพย์
และเป็นการร่วมกันส่งคำสั่งซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือซื้อหรือขายหลักทรัพย์ในลักษณะต่อเนื่องกันโดยมุ่งหมายให้ราคาหลักทรัพย์หรือปริมาณการซื้อหรือขายหลักทรัพย์นั้นผิดไปจากสภาพปกติของตลาด
การกระทำของผู้กระทำความผิดจำนวน 4 รายข้างต้น เป็นความผิดฐานร่วมกันสร้างราคาหลักทรัพย์ ตามมาตรา 244/3(1)(2) ประกอบมาตรา 244/5(4)(5) แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ประกอบมาตรา 83 แห่งประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งต้องระวางโทษตามมาตรา 296 มาตรา 296/1 และมาตรา 296/2 แห่งพระราชบัญญัติฉบับเดียวกัน
ลงโทษทางแพ่ง
คณะกรรมการพิจารณามาตรการลงโทษทางแพ่ง (ค.ม.พ.) มีมติให้นำมาตรการลงโทษทางแพ่งมาใช้บังคับ* กับผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 4 ราย โดยกำหนดมาตรการลงโทษทางแพ่ง ดังนี้
(1) ให้นายสุสิชณ์ทักษ์ ชำระค่าปรับทางแพ่ง ชดใช้เงินในจำนวนเท่ากับผลประโยชน์ที่ได้รับหรือพึงได้รับ และชดใช้ค่าใช้จ่ายของ ก.ล.ต. เนื่องจากการตรวจสอบการกระทำความผิด เป็นเงินรวมทั้งสิ้น 5,181,490.13 บาท รวมถึงห้ามซื้อขายหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเป็นเวลา 6 เดือน และห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัทที่ออกหลักทรัพย์หรือบริษัทหลักทรัพย์เป็นเวลา 12 เดือน
(2) ให้นายทวี ชำระค่าปรับทางแพ่ง ชดใช้เงินในจำนวนเท่ากับผลประโยชน์ที่ได้รับหรือพึงได้รับ และชดใช้ค่าใช้จ่ายของ ก.ล.ต. เนื่องจากการตรวจสอบการกระทำความผิด เป็นเงินรวมทั้งสิ้น 2,942,292.38 บาท รวมถึงห้ามซื้อขายหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเป็นเวลา 6 เดือน และห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัทที่ออกหลักทรัพย์หรือบริษัทหลักทรัพย์เป็นเวลา 12 เดือน
(3) ให้นายพีรสักก์ ชำระค่าปรับทางแพ่ง ชดใช้เงินในจำนวนเท่ากับผลประโยชน์ที่ได้รับหรือพึงได้รับ และชดใช้ค่าใช้จ่ายของ ก.ล.ต. เนื่องจากการตรวจสอบการกระทำความผิด เป็นเงินรวมทั้งสิ้น 861,390.88 บาท รวมถึงห้ามซื้อขายหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเป็นเวลา 6 เดือน และห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัทที่ออกหลักทรัพย์หรือบริษัทหลักทรัพย์เป็นเวลา 12 เดือน
(4) ให้นางสาวยุวดี ชำระค่าปรับทางแพ่ง ชดใช้เงินในจำนวนเท่ากับผลประโยชน์ที่ได้รับหรือพึงได้รับ และชดใช้ค่าใช้จ่ายของ ก.ล.ต. เนื่องจากการตรวจสอบการกระทำความผิด เป็นเงินรวมทั้งสิ้น 1,011,993.88 บาท รวมถึงห้ามซื้อขายหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเป็นเวลา 6 เดือน และห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัทที่ออกหลักทรัพย์หรือบริษัทหลักทรัพย์เป็นเวลา 12 เดือน
มาตรการลงโทษทางแพ่งที่ ค.ม.พ. กำหนด ได้แก่ การกำหนดระยะเวลาห้ามซื้อขายหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้าและห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารดังกล่าวข้างต้น จะมีผลตามที่ระบุในบันทึกการยินยอมปฏิบัติตามมาตรการลงโทษทางแพ่งที่ผู้กระทำความผิดลงนาม
หากผู้กระทำความผิดไม่ยินยอม ก.ล.ต. จะมีหนังสือขอให้พนักงานอัยการดำเนินการฟ้องคดีต่อศาลแพ่งเพื่อกำหนดมาตรการลงโทษทางแพ่งในอัตราสูงสุดที่กฎหมายบัญญัติโดยไม่ต่ำกว่าอัตราที่ ค.ม.พ. กำหนด
ทั้งนี้ เงินค่าปรับทางแพ่งและเงินค่าชดใช้คืนผลประโยชน์ที่ได้รับจากการกระทำความผิดเป็นรายได้แผ่นดินที่นำส่งกระทรวงการคลัง
หมายเหตุ : *มาตรการลงโทษทางแพ่งเป็นมาตรการบังคับใช้กฎหมายตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2559 ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 12 ธันวาคม 2559 โดยมาตรา 317/1 กำหนดให้การกระทำความผิดอาญาตามบทบัญญัติกฎหมายดังกล่าวดำเนินมาตรการลงโทษทางแพ่งกับผู้กระทำความผิดได้ สามารถอ่านรายละเอียดได้ที่ “การดำเนินมาตรการลงโทษทางแพ่ง (Civil Sanctions)”







