thansettakij
thansettakij
DELTA ร่วง 11บาท ฉุดหุ้นไทยเช้านี้ดิ่ง 12.47 จุด จับตาเงินเฟ้อสหรัฐฯ

DELTA ร่วง 11บาท ฉุดหุ้นไทยเช้านี้ดิ่ง 12.47 จุด จับตาเงินเฟ้อสหรัฐฯ

15 ต.ค. 69 | 04:42 น.
อัปเดตล่าสุด :15 ต.ค. 69 | 04:47 น.

SET เช้านี้ลบ 12.47 จุด เงินเฟ้อสหรัฐฯ สูงกว่าคาดฉุด Nasdaq 1.9% แต่บอนด์ยีลด์ย่อลง พายชู BDMS-BCH และพลังงาน พร้อมจับตา PPI-ค้าปลีก

KEY

POINTS

  • หุ้น DELTA ปรับตัวลดลง 11 บาท เป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันดัชนีตลาดหุ้นไทยในภาคเช้า
  • ดัชนี SET Index เปิดตลาดภาคเช้าร่วงลง 12.47 จุด ตามแรงขายหุ้นขนาดใหญ่
  • ปัจจัยลบมาจากตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ที่สูงกว่าคาดการณ์ ซึ่งสร้างความกังวลต่อทิศทางดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ

SET เช้านี้ลบ 12.47 จุด เงินเฟ้อสหรัฐฯ สูงกว่าคาดฉุด Nasdaq 1.9% แต่บอนด์ยีลด์ย่อลง พายชู BDMS-BCH และพลังงาน พร้อมจับตา PPI-ค้าปลีก

ความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทยวันนี้ 15 ตุลาคม 2569 ดัชนี SET Index เปิดการซื้อขายภาคเช้า ณ เวลา  11:28 น. ที่ระดับ 1,563.41 ลดลง 12.47 จุด หรือเปลี่ยนแปลง 0.79% จากปิดตลาดก่อนหน้า ในช่วงระหว่างเปิดการซื้อขายภาคเช้าดัชนีแกว่งตัวในกรอบ 1,565.74-1,557.67 จุด โดยมีมูลค่าการซื้อขายทั้งสิ้น 27,777.16 ล้านบาท

5 หุ้นมูลค่าซื้อขายสูงสุด

  • DELTA ราคา 249.00 บาท ลดลง 11.00 บาท หรือ 4.23% มูลค่าซื้อขาย 2,729.81 ล้านบาท
  • TRUE ราคา 12.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.40 บาท หรือ 3.31% มูลค่าซื้อขาย 1,998.98 ล้านบาท
  • CCET ราคา 10.00 บาท ลดลง 0.30 บาท หรือ 2.91% มูลค่าซื้อขาย 1,222.70 ล้านบาท
  • GULF ราคา 61.50 บาท ลดลง 0.50 บาท หรือ 0.81% มูลค่าซื้อขาย 1,091.00 ล้านบาท
  • PTTEP ราคา 154.00 บาท ลดลง 1.50 บาท หรือ 0.96% มูลค่าซื้อขาย 1,049.17 ล้านบาท

ตลาดบอนด์ไม่ได้กลัวเงินเฟ้อมากนัก

นายวทัญ จิตต์สมนึก ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์กลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) เปิดมุมมองต่อตลาดหุ้นโลกและไทยวันนี้ (15 ต.ค. 69) ว่า เงินเฟ้อสหรัฐฯ รายงานสูงกว่าตลาดคาดการณ์กดดันหุ้น TECH NASDAQ ปรับลง 1.9% แต่ DJIA -0.1% Sector Rotate ไปยัง Value Stock

ระยะสั้นดีกับกลุ่มการแพทย์ในไทย กลุ่มอื่นๆ ที่น่าสนใจได้แก่พลังงาน และหลีกเลี่ยง TECH ด้านกำไร TISCO รายงานไตรมาส 3/2569 ขยายตัว 4% เทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน ใกล้เคียงคาดการณ์ของฝ่ายวิเคราะห์ จากนี้หุ้นกลุ่มแบงก์จะทยอยรายงานออกมา 

โดย DJIA เมื่อคืนปิดลบ 48 จุด (-0.09%) ขณะที่ Nasdaq ปรับลงกว่า 1.9% นักลงทุนกังวลกับภาวะเงินเฟ้อที่เร่งขึ้นจะกดดันทิศทางดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ด้านราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดบวก 0.4% หลังมีรายงานว่ากลุ่มฮูตีที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านเปิดฉากโจมตีอาคารสำนักงานของอารัมโก ราคาหุ้นที่ปรับขึ้นบวกได้แก่ LLY +3.6% JNJ +2.1% XOM +1.7%

สหรัฐฯ ประกาศเงินเฟ้อประจำเดือน ก.ย. ขยายตัว 3.7% เทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน มากกว่าตลาดคาดการณ์ 3.6% เทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน และเงินเฟ้อพื้นฐาน 2.6% เทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน มากกว่าตลาดคาดการณ์

ทำให้ตลาดกลับมากังวลกับภาวะดอกเบี้ยของ FED CME FED Watch ปรับเพิ่มโอกาสขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมเดือน ต.ค. มาเป็น 32% และลดโอกาสคงดอกเบี้ยเหลือเพียง 68% แต่กับตลาด Bond กลับพบจุดน่าสนใจกล่าว คือ BondYield สหรัฐฯ ขยับขึ้นแรงช่วงแรกก่อนจะปรับลงมาในภายหลัง 

สะท้อนว่าท้ายที่สุดแล้วตลาด Bond อาจมิได้กลัวเงินเฟ้อมากนัก คืนนี้รอติดตาม PPI ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 0.6% จากเดือนก่อนหน้า, ยอดค้าปลีกที่ 0.3% จากเดือนก่อนหน้า หากต่ำกว่าคาดการณ์จะหนุนตลาด

รอติดตามผลประกอบการที่จะทยอยรายงานออกมาอย่างเมื่อวานนี้ TISCO ประกาศกำไรสุทธิ ขยายตัว 4% เทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน ใกล้เคียงคาดการณ์กำไร ดีขึ้นจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ สำรองหนี้ลดลง แต่อย่างไรก็ตาม ด้วยราคาหุ้น 2.3xPBV สูงกว่า Bank Sector ที่ 0.9xPBV จึงเหลือเพียง “ถือ”

ประเมิน SET Index แกว่งกรอบ 1,540 – 1,585 จุด เช้านี้หุ้นในกลุ่ม SEMI ปรับลงแรง KOSPI -6.2% ตามแรงกดดันจาก CPI เชิงกลยุทธ์ระยะสั้นเน้นที่ Defensive (ADVANC BDMS BCH BH PR9) พลังงานและปิโตรเคมี (TOP PTTGC PTT PTTEP) ตามทิศทางพลังงานที่ทรงตัวสูง Domestic Play ที่ธุรกิจแข็ง (CPN AOT) กลุ่มสินค้าจำเป็น (ITC TU)

หุ้นแนะนำ

  • BDMS : คาดกำไรในปี 2569-2570 จะเติบโตในระดับ 2%-4% ต่อปี จาก 1) การปรับค่ารักษาขึ้นในอัตราปีละ 2-3% 2) กำลังซื้อในประเทศกำลังฟื้นตัว และ 3) ผู้ป่วยตะวันออกกลางทยอยกลับมารักษา (ซื้อ : ราคาเป้าหมาย 23.00 บาท)
  • BCH : คาดกำไรในช่วงครึ่งหลังปี 2569 จะทำได้ตามประมาณการ เนื่องจากเป็นช่วง High Season และรายได้ผู้ป่วยต่างชาติในครึ่งหลังปีนี้ โดยคาดจะเติบโตเมื่อเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน จากกลุ่มตะวันออกกลาง เช่น UAE (ซื้อ : ราคาเป้าหมาย 13.20 บาท)